โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทินออกคำสั่งนายกฯ คุมส่งออกน้ำมัน สำรองเพิ่มรับวิกฤตตะวันออกกลาง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ราชกิจจานุเบกษาเผยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ลงนามโดยอนุทิน ชาญวีรกูล กำหนดมาตรการป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับส่งออกบางประเภท และให้ผู้ค้าน้ำมันสำรองเพิ่ม 1.5% มี.ค. และ 3% เม.ย. 2569

รัฐบาลออกคำสั่งคุมส่งออกน้ำมัน รับความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป

คำสั่งดังกล่าวออกภายใต้บริบทสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น มีการโจมตีพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่ง รวมถึงการจำกัดเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานของโลก

รัฐบาลประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทย และยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าความขัดแย้งจะยุติเมื่อใด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการป้องกันล่วงหน้าเพื่อรักษาปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ

สั่งระงับส่งออกน้ำมันบางประเภทชั่วคราว

ภายใต้คำสั่งดังกล่าว กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภทออกนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในมาตรการ ได้แก่

  • น้ำมันเบนซิน
  • น้ำมันแก๊สโซฮอล์ และน้ำมันเบนซินพื้นฐาน
  • น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว
  • น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินชนิด Jet A-1
  • ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)

อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าว ไม่ใช้กับการส่งออกบางกรณี เช่น การส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ สปป.ลาว และเมียนมา รวมถึงน้ำมันที่นำเข้าเพื่อส่งออกต่อในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากร และน้ำมันที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพซึ่งไม่สามารถจำหน่ายในประเทศได้

เพิ่มมาตรการสำรองน้ำมันในประเทศ

คำสั่งยังระบุให้ ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยกำหนดอัตราสำรองดังนี้

สำรอง 1.5% ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569

เพิ่มเป็น 3% ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569

การคำนวณปริมาณสำรอง รวมถึงสถานที่จัดเก็บและเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

เปิดช่องผ่อนผันหากผู้ค้าน้ำมันได้รับผลกระทบ

คำสั่งยังเปิดช่องให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนผันได้ หากมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ไม่สามารถสำรองน้ำมันได้ตามสัดส่วนที่กำหนด หรือการสำรองน้ำมันอาจก่อให้เกิดความเสียหายเกินสมควร

ในกรณีดังกล่าว อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้ผ่อนผันชั่วคราว หรือปรับลดปริมาณการสำรองตามระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมกำหนดเงื่อนไขประกอบได้

บริบทวิกฤตพลังงานโลกกดดันนโยบายพลังงานไทย

มาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

รัฐบาลจึงเลือกใช้มาตรการเชิงป้องกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพปริมาณน้ำมันในประเทศ และลดความเสี่ยงหากเกิดการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานในตลาดโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...