สัปดาห์นี้ หุ้นเอเชียร่วงกว่า 6% หนักสุดรอบ 6 ปี น้ำมันพุ่ง 15% หลังเหตุตอ.กลางส่อลากยาว
สัปดาห์นี้ หุ้นเอเชียร่วงกว่า 6% หนักสุดรอบ 6 ปี น้ำมันพุ่ง 15% หลังเหตุตอ.กลางส่อลากยาว
ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มเผชิญสัปดาห์ที่ยากลำบากต่อไป หลังสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่อที่จะลากยาว ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงต่อเนื่องในวันที่ 6 มีนาคม หลังจากสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียว ตลาดหุ้นเอเชียปรับลดลงไปแล้วมากกว่า 6% เดินหน้าไปสู่การปรับตัวลดลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดของหุ้นเอเชียในรอบ 6 ปี
ดัชนีหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกที่ไม่รวมญี่ปุ่นของ MSCI Asia Pacific ex Japan Index ลดลง 0.4% ในการซื้อขายล่าสุด และมีแนวโน้มลดลงรวม 6.6% ตลอดสัปดาห์ ซึ่งจะถือเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นลดลง 0.5% และกำลังมุ่งหน้าสู่การลดลง 6.5% ในรอบสัปดาห์ ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ก็มีแนวโน้มที่จะเจอกับลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบ 6 ปีเช่นกัน โดยร่วงลงถึง 10.5%
การเทขายในที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นตลอดสัปดาห์นี้ทำให้แม้แต่หุ้นเทคโนโลยีที่เคยพุ่งแรง รวมถึงดัชนีอย่าง KOSPI ก็ปรับตัวลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนรีบขายทำกำไรเพื่อนำเงินไปชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น
เบน เบนเน็ตต์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนเอเชียของ L&G Asset Management กล่าวว่า เมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าและผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น เงื่อนไขการระดมทุนทั่วโลกจะตึงตัว ซึ่งมักทำให้ความผันผวนของตลาดส่งผลกระทบเป็นวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีการใช้เงินกู้ในการลงทุน
ฝั่งตลาดสหรัฐ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐทรงตัวในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ของเอเชีย ขณะที่สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี EURO STOXX 50 เพิ่มขึ้น 0.6% และสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.5%
นักลงทุนจำนวนมากหันไปถือเงินสดมากขึ้นเพื่อความปลอดภัย หลังเริ่มตระหนักว่าสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน อาจยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก
ด้านราคาน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่แสดงสัญญาณว่าจะคลี่คลาย สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันมากที่สุด โดยน้ำมันดิบเบรนต์ปัจจุบันซื้อขายอยู่ราว 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากอยู่ที่ประมาณ 69 ดอลลาร์เท่านั้นในสัปดาห์ก่อน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันในตลาดซื้อขายหลักทั้งสองแห่งปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในสัปดาห์เดียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022
ทีมการลงทุนอาวุโสของ Klay Group ระบุว่า ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับตลาดคือการทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากของสงคราม หรือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในประเทศผู้ผลิตน้ำมันสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้น สภาพคล่องทั่วโลกตึงตัว และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างมีนัยสำคัญ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ไม่กี่ประเภทที่ได้รับประโยชน์ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความผันผวนที่ฉุดทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และแม้แต่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างโลหะมีค่าอย่างทองก็ปรับตัวลงในบางช่วงเวลา
แม้การแข็งค่าของดอลลาร์จะชะลอตัวลงในวันศุกร์ แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 1.4% ในสัปดาห์นี้ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยและการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ราคาทองคำในตลาดสปอตซื้อขายกันที่ประมาณ 5,078.88 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ทรงตัวในวันศุกร์ แต่แนวโน้มรวมก็ลดลง 3.7% ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ามากขึ้น ลดทอนความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สัปดาห์นี้ หุ้นเอเชียร่วงกว่า 6% หนักสุดรอบ 6 ปี น้ำมันพุ่ง 15% หลังเหตุตอ.กลางส่อลากยาว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th