ทรัมป์ลั่นขอร่วมเลือกตัวผู้นำอิหร่านใหม่ ท่ามกลางสงครามเดือด
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐต้องการมีบทบาทในการกำหนดตัวผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล
ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Reuters ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐต้องการมีส่วนร่วมใน “กระบวนการเลือกผู้นำที่จะนำอิหร่านสู่อนาคต” โดยเน้นว่าผู้นำคนใหม่ควรเป็นบุคคลที่ “ดีต่อประชาชนและดีต่อประเทศ”
ทรัมป์ยังแสดงความเห็นว่า โมจ์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในการสืบทอดตำแหน่ง ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับอนาคตของอิหร่าน
สหรัฐหนุนกองกำลังเคิร์ดกดดันอิหร่าน
ทรัมป์ยังสนับสนุนให้กองกำลังชาวเคิร์ดในอิหร่านเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อรัฐบาลเตหะราน โดยระบุว่าเขา “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” หากกลุ่มดังกล่าวต้องการเปิดแนวรบใหม่ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ยืนยันว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนทางอากาศแก่การโจมตีดังกล่าวหรือไม่
รายงานระบุว่า รัฐบาลสหรัฐได้ติดต่อกับกลุ่มเคิร์ดในอิหร่านตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีร่วมกับอิสราเอล ขณะที่ในวันเดียวกันเกิดเหตุโดรนโจมตีค่ายของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก รวมถึงแหล่งน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทอเมริกัน
เตหะรานถูกโจมตีหนัก ประชาชนหนีตาย
กองทัพอิสราเอลได้ประกาศเตือนประชาชนให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่หลายแห่งในกรุงเตหะราน โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของเมือง ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานเสียงระเบิดหลายจุดทั่วเมืองหลวง
รายงานจากโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านระบุว่า การโจมตีทางอากาศครั้งหนึ่งได้ถล่มบ้านพักรับรองแห่งหนึ่งบนถนนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเตหะราน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย
ประชาชนในพื้นที่เผยถึงสถานการณ์อันตึงเครียด โดยชายวัย 36 ปีรายหนึ่งจากเตหะรานกล่าวว่า “วันนี้เลวร้ายกว่าวานนี้ พวกเขากำลังโจมตีทางตอนเหนือของเมือง เราไม่มีที่ไป มันเหมือนเขตสงคราม”
สงครามลุกลามหลายประเทศในภูมิภาค
เข้าสู่วันที่ 6 ของสงคราม อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่ออิสราเอล รวมถึงเป้าหมายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรนเกิดเพลิงไหม้หลังถูกขีปนาวุธโจมตี
สถานการณ์ยังขยายวงไปยังประเทศอื่น ๆ โดยอาเซอร์ไบจานกล่าวหาอิหร่านว่าได้ส่งโดรนเข้าสู่น่านฟ้าของตน จนต้องสั่งปิดน่านฟ้าภาคใต้เป็นเวลา 12 ชั่วโมง แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ประเทศอย่างไซปรัสและตุรกีก็รายงานการโจมตีเช่นกัน ขณะที่ชาติยุโรปเริ่มส่งเรือรบเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง กระทบเศรษฐกิจโลก
สภากาชาดอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศแล้วอย่างน้อย 1,230 ราย รวมถึงนักเรียนหญิงและเจ้าหน้าที่โรงเรียนประถม 175 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนในเมืองมีนาบตั้งแต่วันแรกของสงคราม
ในเลบานอนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย และประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หลังอิสราเอลออกคำเตือนให้ประชาชนออกจากพื้นที่
ผลกระทบของสงครามยังลุกลามสู่เศรษฐกิจโลก เนื่องจากเส้นทางพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ ทำให้โลกต้องสูญเสียแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวถึงประมาณ หนึ่งในห้าของอุปทานโลก ขณะที่ระบบขนส่งทางอากาศและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก
อิสราเอลเตรียมปฏิบัติการระยะที่สอง
นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุระหว่างการเยือนฐานทัพอากาศทางตอนใต้ของประเทศว่า อิสราเอลประสบความสำเร็จอย่างมากในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน แต่ยังมี “ภารกิจอีกมากที่ต้องทำ”
แหล่งข่าวสองรายเปิดเผยว่า แผนการรบระยะที่สองของอิสราเอลจะมุ่งโจมตี บังเกอร์ใต้ดิน ที่ใช้เก็บขีปนาวุธของอิหร่าน โดยกองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้ทำลายแท่นยิงขีปนาวุธแบบบอลลิสติกของอิหร่านไปแล้วถึง 60%
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า สหรัฐจะ “ต้องเสียใจอย่างขมขื่น” จากการที่เรือดำน้ำสหรัฐยิงจมเรือรบอิหร่านในน่านน้ำสากล ขณะที่ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านประกาศว่า อิหร่านพร้อมจะ “ต่อสู้กับชาวอเมริกันทุกที่ที่พบ”
แม้จำนวนขีปนาวุธที่อิหร่านยิงใส่อิสราเอลจะลดลง แต่การโจมตีจากอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องหลบภัยในหลุมหลบภัย ขณะที่โรงเรียนทั่วอิสราเอลยังคงปิดการเรียนการสอน