โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ลั่นขอร่วมเลือกตัวผู้นำอิหร่านใหม่ ท่ามกลางสงครามเดือด

PostToday

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สหรัฐต้องการมีบทบาทในการกำหนดตัวผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าว Reuters ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐต้องการมีส่วนร่วมใน “กระบวนการเลือกผู้นำที่จะนำอิหร่านสู่อนาคต” โดยเน้นว่าผู้นำคนใหม่ควรเป็นบุคคลที่ “ดีต่อประชาชนและดีต่อประเทศ”

ทรัมป์ยังแสดงความเห็นว่า โมจ์ตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งในการสืบทอดตำแหน่ง ไม่น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับอนาคตของอิหร่าน

สหรัฐหนุนกองกำลังเคิร์ดกดดันอิหร่าน

ทรัมป์ยังสนับสนุนให้กองกำลังชาวเคิร์ดในอิหร่านเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อรัฐบาลเตหะราน โดยระบุว่าเขา “เห็นด้วยอย่างยิ่ง” หากกลุ่มดังกล่าวต้องการเปิดแนวรบใหม่ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ยืนยันว่า สหรัฐจะให้การสนับสนุนทางอากาศแก่การโจมตีดังกล่าวหรือไม่

รายงานระบุว่า รัฐบาลสหรัฐได้ติดต่อกับกลุ่มเคิร์ดในอิหร่านตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีร่วมกับอิสราเอล ขณะที่ในวันเดียวกันเกิดเหตุโดรนโจมตีค่ายของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิหร่านในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก รวมถึงแหล่งน้ำมันที่ดำเนินการโดยบริษัทอเมริกัน

เตหะรานถูกโจมตีหนัก ประชาชนหนีตาย

กองทัพอิสราเอลได้ประกาศเตือนประชาชนให้เร่งอพยพออกจากพื้นที่หลายแห่งในกรุงเตหะราน โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของเมือง ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานเสียงระเบิดหลายจุดทั่วเมืองหลวง

รายงานจากโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านระบุว่า การโจมตีทางอากาศครั้งหนึ่งได้ถล่มบ้านพักรับรองแห่งหนึ่งบนถนนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเตหะราน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย

ประชาชนในพื้นที่เผยถึงสถานการณ์อันตึงเครียด โดยชายวัย 36 ปีรายหนึ่งจากเตหะรานกล่าวว่า “วันนี้เลวร้ายกว่าวานนี้ พวกเขากำลังโจมตีทางตอนเหนือของเมือง เราไม่มีที่ไป มันเหมือนเขตสงคราม”

สงครามลุกลามหลายประเทศในภูมิภาค

เข้าสู่วันที่ 6 ของสงคราม อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่ออิสราเอล รวมถึงเป้าหมายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และกาตาร์ ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในบาห์เรนเกิดเพลิงไหม้หลังถูกขีปนาวุธโจมตี

สถานการณ์ยังขยายวงไปยังประเทศอื่น ๆ โดยอาเซอร์ไบจานกล่าวหาอิหร่านว่าได้ส่งโดรนเข้าสู่น่านฟ้าของตน จนต้องสั่งปิดน่านฟ้าภาคใต้เป็นเวลา 12 ชั่วโมง แม้อิหร่านจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ประเทศอย่างไซปรัสและตุรกีก็รายงานการโจมตีเช่นกัน ขณะที่ชาติยุโรปเริ่มส่งเรือรบเข้าสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจลุกลาม

ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง กระทบเศรษฐกิจโลก

สภากาชาดอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศแล้วอย่างน้อย 1,230 ราย รวมถึงนักเรียนหญิงและเจ้าหน้าที่โรงเรียนประถม 175 คนที่เสียชีวิตจากการโจมตีโรงเรียนในเมืองมีนาบตั้งแต่วันแรกของสงคราม

ในเลบานอนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 77 ราย และประชาชนหลายพันคนต้องอพยพออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของกรุงเบรุต หลังอิสราเอลออกคำเตือนให้ประชาชนออกจากพื้นที่

ผลกระทบของสงครามยังลุกลามสู่เศรษฐกิจโลก เนื่องจากเส้นทางพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบ ทำให้โลกต้องสูญเสียแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวถึงประมาณ หนึ่งในห้าของอุปทานโลก ขณะที่ระบบขนส่งทางอากาศและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก

อิสราเอลเตรียมปฏิบัติการระยะที่สอง

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุระหว่างการเยือนฐานทัพอากาศทางตอนใต้ของประเทศว่า อิสราเอลประสบความสำเร็จอย่างมากในการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน แต่ยังมี “ภารกิจอีกมากที่ต้องทำ”

แหล่งข่าวสองรายเปิดเผยว่า แผนการรบระยะที่สองของอิสราเอลจะมุ่งโจมตี บังเกอร์ใต้ดิน ที่ใช้เก็บขีปนาวุธของอิหร่าน โดยกองทัพอิสราเอลอ้างว่าได้ทำลายแท่นยิงขีปนาวุธแบบบอลลิสติกของอิหร่านไปแล้วถึง 60%

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเตือนว่า สหรัฐจะ “ต้องเสียใจอย่างขมขื่น” จากการที่เรือดำน้ำสหรัฐยิงจมเรือรบอิหร่านในน่านน้ำสากล ขณะที่ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านประกาศว่า อิหร่านพร้อมจะ “ต่อสู้กับชาวอเมริกันทุกที่ที่พบ”

แม้จำนวนขีปนาวุธที่อิหร่านยิงใส่อิสราเอลจะลดลง แต่การโจมตีจากอิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องหลบภัยในหลุมหลบภัย ขณะที่โรงเรียนทั่วอิสราเอลยังคงปิดการเรียนการสอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...