“โฆเซ คาสต์” สาบานตนรับตำแหน่งผู้นำชิลี ให้สัญญาเปลี่ยนแปลงประเทศ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองฟาลปาไรโซ ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่า ชิลีกลายเป็นประเทศล่าสุดในภูมิภาคลาตินอเมริกา ที่หันไปทางฝ่ายขวา หลังผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนแคนดิเดตที่มุ่งเน้นเรื่องกฎหมายและความสงบเรียบร้อย เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมที่แพร่หลายในประเทศ
“สิ่งต่าง ๆ กำลังจะเปลี่ยนไป” คาสต์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวไม่กี่นาทีก่อนการสาบานตน เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีชิลีต่อจากนายกาเบรียล บอริก อดีตผู้นำฝ่ายซ้าย
คาสต์ วัย 60 ปี เอาชนะนางฌานเน็ตต์ ฆารา ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์จากกลุ่มพันธมิตของบอริก ในการเลือกตั้งเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว “อย่างถล่มทลาย” และสามารถคว้าตำแหน่งประธานาธิบดีชิลีได้สำเร็จ ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่ 3 ของเขา
ผู้นำหลายคนจากทั่วภูมิภาคลาตินอเมริกา เข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของคาสต์ ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีฆาบิเอร์ มิเล ผู้นำอาร์เจนตินา ประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา ผู้นำเอกวาดอร์ และนางมาเรีย โครินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา
ทั้งนี้ คาสต์เป็นพันธมิตรอีกคนหนึ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในลาตินอเมริกา และเขาเป็นหนึ่งในผู้นำกว่าสิบคนจากภูมิภาค ที่เดินทางเยือนรัฐฟลอริดาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเปิดตัวกลุ่มพันธมิตรต่อต้านแก๊งค้ายาเสพติดแห่งอเมริกาของทรัมป์
ในพิธีสาบานตน คาสต์ให้คำมั่นว่าจะเร่งดำเนินการเพื่อปราบปรามการฆาตกรรม การลักพาตัว และการกรรโชกทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นในประเทศ พร้อมกับเสริมว่า เขาต้องการเพิ่มขีดความสามารถของตำรวจ ส่งทหารไปยังพื้นที่เกิดอาชญากรรมบ่อยครั้ง และเนรเทศผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารจำนวนมาก ซึ่งชาวชิลีหลายคนกล่าวโทษว่าเป็นต้นเหตุของความรุนแรง.
เครดิตภาพ : AFP