“จีน” เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ! กระตุ้นประชาชนใช้เงินมากขึ้น
"จีน" หันมาเน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ หลังการเติบโตที่พึ่งพาการลงทุนและการส่งออกเริ่มเผชิญข้อจำกัด
วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า ผู้นำจีนกำลังทดลองแนวทางใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง นั่นคือการกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้น หลังจากโมเดลการเติบโตแบบเดิมที่พึ่งพาการลงทุนขนาดใหญ่และการส่งออกเริ่มเผชิญข้อจำกัด
ในการประชุม “Two Sessions” ซึ่งเป็นการประชุมการเมืองสำคัญประจำปีของจีนที่กรุงปักกิ่ง รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ไว้ที่ 4.5–5% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2534 พร้อมประกาศมาตรการใหม่ที่มุ่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ สะท้อนว่าผู้นำจีนเริ่มยอมรับว่าเครื่องยนต์การเติบโตแบบเดิมอาจไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกต่อไป
ที่ผ่านมา เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว จีนมักใช้วิธีเร่งการลงทุนภาครัฐ เช่น การสร้างอพาร์ตเมนต์ ถนน โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ การส่งออก และการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐ แต่ปัจจุบันรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ครัวเรือนและกระตุ้นการบริโภคมากขึ้น
เด็กซ์เตอร์ โรเบิร์ตส์ จากสถาบัน Atlantic Council ระบุว่า แนวทางนี้สะท้อนว่าปักกิ่งตระหนักแล้วว่า โมเดลการเติบโตแบบเดิมไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจีนจะสามารถทำให้ประชาชนยอมใช้จ่ายมากขึ้นได้หรือไม่ และการบริโภคภายในประเทศจะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักได้จริงหรือไม่
มาตรการใหม่ของรัฐบาลจีนมีทั้งการขยายบริการสำหรับผู้สูงอายุ การบังคับใช้วันลาพักร้อนแบบมีค่าจ้าง และการเพิ่มการสนับสนุนครอบครัวที่มีบุตร รวมถึงแผน เพิ่มรายได้ของประชาชนทั้งในเมืองและชนบท เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ โดยรัฐบาลเรียกแนวคิดนี้ว่าการลงทุนในประชาชน ซึ่งมีเป้าหมายทำให้ครัวเรือนมั่นใจในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ การเลี้ยงดูบุตร และการเกษียณอายุ เพื่อกระตุ้นให้กล้าใช้จ่ายมากขึ้น
แม้จีนยังคงเดินหน้าลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 แต่การพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในระยะยาว เนื่องจากกระแสกีดกันทางการค้าเพิ่มขึ้นทั่วโลกและความต้องการสินค้าจีนเริ่มชะลอตัว
หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ระบุในรายงานการทำงานของรัฐบาลว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่เป็นภารกิจที่ท้าทาย และยอมรับว่าปัจจุบันเศรษฐกิจจีนเผชิญภาวะอุปทานแข็งแกร่งแต่ความต้องการอ่อนแอ
ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่าการใช้จ่ายของครัวเรือนจีนยังอยู่ในระดับต่ำ โดยการบริโภคภาคครัวเรือนคิดเป็นเพียง ประมาณ 40% ของ GDP เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกที่ราว 55% และประมาณ 60% ในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว
แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามกระตุ้นการใช้จ่าย เช่น การแจก คูปองมูลค่าหลายพันล้านหยวน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและความบันเทิง ซึ่งทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนกลับลดลง และรายได้จากบ็อกซ์ออฟฟิศภาพยนตร์ลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้เงิน
นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจีนยังเปราะบาง เนื่องจากปัจจัยสำคัญอย่างวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อมาหลายปี อสังหาริมทรัพย์เคยมีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน เมื่อรวมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง แต่หลังจากรัฐบาลปราบปรามหนี้ของผู้พัฒนาโครงการ ทำให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้และโครงการก่อสร้างจำนวนมากหยุดชะงัก
ราคาบ้านในหลายเมืองลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2564 ส่งผลให้ความมั่งคั่งของครัวเรือนลดลงและความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายถดถอย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งเก็บความมั่งคั่งหลักของครอบครัวชาวจีนมานาน เมื่อราคาบ้านเพิ่มขึ้น ผู้คนจะรู้สึกมั่งคั่งและกล้าใช้จ่ายมากขึ้น แต่เมื่อราคาบ้านลดลง ผลกระทบดังกล่าวจึงย้อนกลับ
นอกจากนี้การชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ยังส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกดดันรายได้ของประชาชนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม
แม้รัฐบาลจีนพยายามพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยและผ่อนคลายมาตรการซื้อบ้านในเมืองใหญ่ แต่มาตรการเหล่านี้ยังไม่สามารถพลิกฟื้นตลาดได้
ขณะเดียวกันจีนยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้างอื่น ๆ เช่น อัตราการเกิดที่ลดลงอย่างรวดเร็ว การว่างงานของคนหนุ่มสาว และภาวะเงินฝืด ซึ่งทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายเพราะคาดว่าราคาสินค้าอาจลดลงในอนาคต
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงมองว่า การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจจีนไปสู่ โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคภายในประเทศ จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา การเติบโตของจีนถูกขับเคลื่อนด้วยการสร้างเมือง โรงงาน และโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในระยะต่อไป ความสำเร็จของเศรษฐกิจจีนอาจขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่นของประชาชนว่าจะกล้าใช้จ่าย สร้างครอบครัว และมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้บริโภคที่รัฐบาลปักกิ่งต้องการผลักดัน
อ้างอิง : bbc.com