GUNKUL ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 10-15% ยกระดับสู่พาร์ตเนอร์โครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียวและ AI
GUNKUL ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 เดินหน้าขยายอีโคซิสเต็มธุรกิจ สู่การเป็นพาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียวและ AI Infrastructure รองรับการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมตั้งเป้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนแตะ 2,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 และมั่นใจรายได้ปีนี้เกิน 10,000 ล้านบาท เติบโต 10-15%
11 กุมภาพันธ์ 2569 - นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานปี 2569 บริษัทวางยุทธศาสตร์การเติบโตให้สอดคล้องกับเมกะเทรนด์พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยต่อยอดความแข็งแกร่งใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
- ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power)
- ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระบบไฟฟ้า (EPC)
- ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)
ทั้งนี้ แนวโน้มการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามแผน PDP 2024 ขณะที่ Bloomberg คาดการณ์สัดส่วนตลาดพลังงานสะอาดจะเพิ่มจาก 22% เป็น 77% ภายในปี 2570 คิดเป็นมูลค่าราว 8 ล้านล้านบาท ประกอบกับการอนุมัติลงทุนโครงการ Data Center จาก BOI มูลค่ากว่า 800,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประเมินว่ามีศักยภาพเข้าร่วมได้ราว 10-15% ของมูลค่าโครงการดังกล่าว
จากปัจจัยหนุนดังกล่าวGUNKUL จึงประกาศภารกิจสู่การเป็น “พาร์ตเนอร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ AI” เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญครบวงจรตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า ระบบสถานีไฟฟ้า สายส่ง จนถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ-แรงสูง รวมถึงการเชื่อมต่อระบบ Direct PPA สำหรับ Data Center ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการใช้พลังงานสีเขียวในภาคดิจิทัล
แผนดำเนินงาน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่
1. ธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว (Green Power)
เดินหน้าประมูลโครงการพลังงานสะอาดต่อเนื่อง ตั้งเป้าพอร์ตแตะ 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2570 รวมถึงการลงทุนต่างประเทศ 150 เมกะวัตต์ ในฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น มาเลเซีย และประเทศอื่น ๆ พร้อมขยายบริการสู่ภาคอุตสาหกรรมใหม่ คาดเห็นผลเชิงรายได้ชัดเจนภายในปี 2570
2. ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC)
ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 5,500 ล้านบาท เตรียมเข้าประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน รองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมขยายบริการสู่งานระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 115–500 kV ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะทาง รวมถึงโอกาสจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่มีแนวโน้มเติบโต
3. ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (Manufacturing)
ขยายตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันกลางถึงแรงดันสูง และเตรียมความพร้อมอุปกรณ์แรงดันต่ำรองรับ Data Center พร้อมรุกตลาดอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทั่วประเทศ ร่วมกับ SUNGROW ผู้นำโซลูชันอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ระดับโลก
ในปี 2568 บริษัทมีแบ็กล็อกสะสมกว่า 8,000 ล้านบาท จากการชนะประมูลงานระบบไฟฟ้าหลายโครงการ และได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรในการเตรียมโครงการ Direct PPA สะท้อนศักยภาพการแข่งขันที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านความเชี่ยวชาญครบวงจร ความได้เปรียบด้านต้นทุนจากขนาดธุรกิจ (Economies of Scale) และการปรับโครงสร้างองค์กรสู่การทำงานเชิงรุกในรูปแบบพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 มากกว่า 10,000 ล้านบาท และคาดกำไรจากการดำเนินงานเติบโตระดับสองหลัก 10-15% โดยผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,309 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 36.48% อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) 13.21% และอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net IBD/E) เพียง 0.92 เท่า สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง รองรับการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านความยั่งยืน บริษัทได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AAA ในปี 2568 และตั้งเป้าคะแนน FTSE Russell ไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นไทล์ภายในปลายปี 2569 พร้อมเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างต่อเนื่อง