โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประเด็นข่าวรอบโลก : โลกจับตาสงครามอิหร่าน! "ทรัมป์" ชี้ใกล้จบ / น้ำมันโลกร่วง / G7 ถกปล่อยน้ำมันสำรอง

สยามรัฐ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 02.24 น.

">

สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ตลาดโลกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะสิ้นสุดลง ขณะที่ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลกเตรียมหารือแนวทางรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดคอขวดด้านการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกสำหรับตลาดน้ำมันดิบ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของ CBS News โดยคำกล่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า สงครามใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วแทบทั้งหมด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) ว่า สงครามที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่านมีแนวโน้มจะยุติลงในไม่ช้า อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะสิ้นสุดภายในสัปดาห์นี้

ทรัมป์กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่รัฐฟลอริดาว่า สหรัฐฯ กำลังได้รับชัยชนะอย่างชัดเจน และสถานการณ์ในสนามรบมีความคืบหน้าเร็วกว่ากำหนดการอย่างมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยประเมินว่าสงครามอาจยืดเยื้อประมาณ 4-5 สัปดาห์

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ ภายหลังจากบิดาของเขาถูกสังหารในการโจมตีระลอกแรกของกองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในอิหร่าน เพื่อเข้าควบคุมหรือรักษาความปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ในเมืองอิสฟาฮาน

“เรายังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนั้น และตอนนี้เรายังห่างไกลจากจุดนั้นมาก” ทรัมป์กล่าวกับ New York Post

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงความไม่พอใจต่อการแต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า ผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่านอาจไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ยาวนาน หากไม่ได้รับการยอมรับจากเขา

ด้านสำนักข่าว CNBC รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐมนตรีพลังงานจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 เตรียมจัดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ในวันนี้ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ได้ประชุมหารือกันเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแนวทางการระบายน้ำมันสำรอง แต่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้

สำหรับสมาชิกของกลุ่ม G7 ประกอบด้วย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกัน เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาเตือนว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค

“ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ผมคิดว่าเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำ รวมถึงการเดินเรือทางทะเลทั้งหมด จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง” บากาอีกล่าว

นอกจากนี้ เขายังออกมาปกป้องการโจมตีของอิหร่านต่อรัฐในอ่าวเปอร์เซีย โดยระบุว่า การโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความยินดีต่อ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยระบุว่า รัสเซียจะยังคงเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

ปูตินกล่าวว่า ในช่วงเวลาที่อิหร่านกำลังเผชิญกับการรุกรานทางทหาร การดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดจำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญและความทุ่มเทอย่างยิ่ง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า โมจตาบา คาเมเนอี จะสามารถสืบสานภารกิจของบิดาและรวมพลังประชาชนอิหร่านให้เป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบททดสอบที่ยากลำบาก

ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือที่เรียกว่า Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

กฎระเบียบของเฟดกำหนดห้ามเจ้าหน้าที่แสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นสัญญาณเกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึง

ทั้งนี้ ช่วง Blackout Period จะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนการประชุม FOMC และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 97.4% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 17-18 มีนาคมนี้

สำหรับข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (10 มีนาคม) ได้แก่ เกาหลีใต้เปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่ออสเตรเลียจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมีนาคมจากเวสต์แพค และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจเดือนกุมภาพันธ์จาก NAB

ส่วนญี่ปุ่นจะเปิดเผยตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมกราคม และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4 ปี 2568 ขณะที่จีนจะรายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

ด้านยุโรป เยอรมนีและฝรั่งเศสจะเปิดเผยข้อมูลยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมกราคม ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์จาก ADP และยอดขายบ้านมือสองเดือนกุมภาพันธ์

#สงครามอิหร่าน #ทรัมป์ #น้ำมันโลก #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #G7 #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ #ราคาน้ำมัน #ตลาดพลังงาน #ปูติน #อิหร่าน #ข่าวโลก #ตลาดการเงิน #เฟด #FOMC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...