โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์ สกัดคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ! ตรวจเข้มรัศมีสัญญาณเน็ตชายแดน

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 03.05 น. • The Bangkok Insight

ตำรวจไซเบอร์ ลุยชายแดนใต้ คุมเข้มสัญญาณมือถือข้ามประเทศ ตัดทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 มี.ค.) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 และ พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5 พร้อมด้วย นายสุทิน ทองมาก ผอ.กสทช. เขต 41 สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ Operator และผู้เช่าสัญญาณโทรศัพท์เครือข่าย True, Ais, Dtac ลงพื้นที่ตรวจสอบเสาสัญญาณบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อร่วมแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

สกัดคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

สำหรับการปฏิบัติงานครั้งนี้ มีการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนป้องกันปราบปรามและตัดช่องโอกาสในการกระทำผิดของคนร้าย โดยเฉพาะการตรวจสอบเสาสัญญาณโทรศัพท์ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์แก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขเสาสัญญาณ ปรับลดความเข้มของสัญญาณ และปรับองศาทิศทางของตัวกระจายสัญญาณ (Antenna) ให้อยู่ภายในพื้นที่ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยได้ร่วมประชุมวางแผนกำหนดแนวทางการปฏิบัติ ณ ห้องประชุม สภ.สุไหงโก-ลก ก่อนจะร่วมกันตรวจสอบเสาสถานีและวัดรัศมีของสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่แนวเขตชายแดน 3 แห่ง ประกอบด้วย พื้นที่ท่ากอไผ่ อ.สุไหงโก-ลก, พื้นที่ชุมชนประปา อ.สุไหงโก-ลก และการปรับลดความเข้มพร้อมปรับองศาทิศทางตัวกระจายสัญญาณเสาสัญญาณโทรศัพท์ทรูมูฟในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก

สกัดคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ทั้งนี้ได้มีการกำชับให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกรายดำเนินการตามมาตรการที่สำนักงาน กสทช. กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีการทำข้อตกลงเพิ่มเติมให้ผู้ให้บริการร่วมตรวจสอบข้อมูลและกำหนดพื้นที่เป้าหมายเกี่ยวกับซิมบ็อกซ์ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พร้อมทั้งเฝ้าติดตามการล้ำของสัญญาณและปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามมาตรการที่ตกลงไว้ หากมีการตรวจสอบพบเป้าหมายจะมีการสนธิกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการร่วมกันทุกหน่วยทันที

สกัดคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับ กสทช., กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส และ สภ.สุไหงโก-ลก ได้ขยายผลตรวจค้นจับกุมร้านจำหน่ายซิมการ์ดโทรศัพท์ที่กระทำผิดเงื่อนไขตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อป้องปรามและตัดช่องโอกาสคนร้ายที่อาจนำซิมการ์ดไปใช้ฉ้อโกงออนไลน์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย รายแรกคือ น.ส.โนรฮาฟีซา สะมะแอ อายุ 33 ปี จับกุมได้ที่ร้านเปาะซูฮาดี ต.สุไหงโก-ลก พร้อมของกลางซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนแล้ว 39 ซิม และเงินสด 500 บาท รายที่ 2 คือ น.ส.สุดารัตน์ ดาโอ๊ะ อายุ 28 ปี จับกุมได้ที่ร้าน adam mobile ต.สุไหงโก-ลก พร้อมของกลางซิมการ์ดลงทะเบียนแล้ว 3 ซิม และเงินสด 500 บาท

สกัดคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...