โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LEO ชู Growth Matrix EBITDAไม่ต่ำกว่า 45%

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#LEO #ทันหุ้น – LEO ประกาศเกมโต ภายใต้ยุทธศาสตร์ JUMP+ ชูโมเดล Growth Matrix ปักหมุดรายได้พุ่ง 20% พร้อมดันบริการใหม่ ไปต่อ 30-35% พร้อมตั้งเป้าอัพ EBITDA ช่วง 3 ปีโตไม่ต่ำกว่า 45% เสริมภาพผู้นำโลจิสติกส์สาย ESG

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าให้เป็นปีแห่งการเติบโตภายใต้ยุทธศาสตร์JUMP+ โดยมุ่งขยายธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านแนวคิด 3×6 Growth Matrix ซึ่งกำหนดเป้าหมายการเติบโตของรายได้จาก ธุรกิจหลัก(Core Business) ประมาณ 20% และจาก บริการใหม่(New Service) ราว 30–35% ขณะเดียวกันบริษัทวางแผนยกระดับความสามารถทำกำไรในช่วง ปี 2569–2571 โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เติบโตไม่น้อยกว่า 45%

สัญญาณชัด

สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจใหม่ที่เริ่มเห็นสัญญาณการทำผลงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะ ธุรกิจลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งคาดว่าจะกลับมาเห็นผลงานภายใน ไตรมาส 2–3/2569 หลังจากบริษัทได้ลงนามสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ ส่งผลให้ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย2,000 ตู้ต่อเดือนในปีก่อน เป็น 5,000–6,000 ตู้ต่อเดือน ในช่วงต้นปี2569 ขณะเดียวกันรายได้จาก การขนส่งทางราง มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากความร่วมมือกับพันธมิตรในการขนส่งผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนผ่านเส้นทางรถไฟไทย–จีน รวมถึงธุรกิจ ศูนย์จัดเก็บและกระจายสินค้าไวน์และสินค้าควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และบริษัทมีแผนขยายการให้บริการเพิ่มเติมภายในปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทได้นำ เทคโนโลยี AI และระบบ RPA (Robotic Process Automation) มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการพยากรณ์ความต้องการขนส่ง เพื่อช่วยลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพการให้บริการ พร้อมเตรียมเปิดตัว รถบรรทุกไฟฟ้า(EV Truck) และระบบ รายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2 Reduction Report) ให้แก่ลูกค้าภายใน ไตรมาส 2/2569 เพื่อตอบโจทย์แนวทางด้านESG

เกาะติดสงคราม

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่าง อิหร่าน–อิสราเอล–สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และต้นทุนประกันภัยการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยบริษัทได้วางมาตรการรับมือเชิงรุก อาทิ การแนะนำให้คู่ค้าจัดทำแผนการขนส่งล่วงหน้า การใช้ระบบกำหนดราคาตามดัชนี (Index-based Pricing) เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และการพัฒนา Multimodal Logistics เพื่อสร้างเส้นทางขนส่งทางเลือก

อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ความต้องการสินค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ วัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์อาหาร จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 1–2 เดือนข้างหน้า เพื่อทดแทนความเสียหายจากความขัดแย้ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขนส่งและการเติบโตของธุรกิจLEO ในช่วงที่เหลือของปี 2569

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...