โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามตะวันออกกลาง : ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดจากทั่วภูมิภาค

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 มีนาคม 2569 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้คนช่วยกันแบกโลงศพของผู้เสียชีวิตจากการโจมตีด้วยโดรนในอาคารอพาร์ตเมนต์สูงในกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน ไปยังสุสาน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม (Photo by AFP)

นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สงครามได้ลุกลามไปทั่วภูมิภาค และมีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศต่างๆ รอบตะวันออกกลาง

ตัวเลขเหล่านี้อ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่โดยรัฐบาล, กองทัพ, หน่วยงานด้านสาธารณสุข และองค์กรกู้ภัยในประเทศที่ได้รับผลกระทบ

- อิหร่าน -

กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านแถลงเมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,200 ราย รวมถึงผู้หญิงประมาณ 200 ราย และเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีอีก 200 ราย โดยมีพลเรือนบาดเจ็บมากกว่า 10,000 คน

ขณะที่มูลนิธิวีรชนและทหารผ่านศึกของรัฐบาลอิหร่านแถลงว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลพุ่งสูงถึง 1,230 ราย โดยก่อนหน้านี้สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านแถลงเมื่อวันที่ 3 มีนาคมว่ามีผู้เสียชีวิต 787 ราย

สำนักข่าวสิทธิมนุษยชน (HRANA) ในสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันที่ 9 มีนาคมว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,761 ราย รวมถึงพลเรือน 1,245 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเด็กอย่างน้อย 194 ราย นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร 189 นาย และบุคคลที่ไม่ได้รับการจำแนกสถานะอีก 327 ราย

- อิสราเอล -

หน่วยกู้ภัยและทางการของอิสราเอลรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในฝั่งอิสราเอลรวมทั้งหมด 14 ราย

รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มสงคราม การยิงขีปนาวุธของอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอล 12 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 4 ราย

ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้ประกาศแยกต่างหากว่ามีทหารเสียชีวิต 2 นายในการสู้รบทางตอนใต้ของเลบานอน

- เลบานอน -

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนกล่าวเมื่อที่ 9 มีนาคมว่ามีผู้เสียชีวิต 486 ราย และบาดเจ็บ 1,313 คน ในช่วงสัปดาห์ของการโจมตี

ขณะที่กองทัพเลบานอนกล่าวว่าทหารของตนเสียชีวิต 3 นาย ส่วนกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ยังไม่ได้ประกาศความสูญเสียของตน

- อ่าวเปอร์เซีย -

ทางการในประเทศกลุ่มอ่าวเปอร์เซียและกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 24 รายในประเทศเพื่อนบ้านนับตั้งแต่อิหร่านเริ่มการโจมตี

โดยกระทรวงทหารและสาธารณสุขของคูเวตรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย ได้แก่ ทหารคูเวต 2 นาย, เจ้าหน้าที่รักษาชายแดน 2 นาย และพลเรือน 2 ราย หนึ่งในนั้นเป็นเด็กหญิงอายุ 11 ปี

กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็รายงานผู้เสียชีวิต 6 รายเช่นกัน แบ่งเป็นพลเรือน 4 ราย และทหาร 2 นายที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกซึ่งคาดว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค

หน่วยงานป้องกันพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานผู้เสียชีวิตพลเรือน 2 ราย

กระทรวงมหาดไทยของบาห์เรนรายงานผู้เสียชีวิต 2 ราย

ศูนย์ความปลอดภัยทางทะเลของโอมานรายงานการเสียชีวิตของลูกเรือในทะเล 1 ราย

กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์รายงานผู้บาดเจ็บ 16 คน และไม่มีผู้เสียชีวิต

ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต 6 นายในคูเวต และอีก 1 นายในซาอุดีอาระเบีย

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันที่ 10 มีนาคมว่า ทหารสหรัฐฯ ประมาณ 140 นายได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน โดยอาการบาดเจ็บส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ขณะที่ทหารอีก 8 นายยังคงอยู่ในรายชื่อผู้บาดเจ็บสาหัสและกำลังได้รับการดูแลทางการแพทย์ระดับสูงสุด

- อิรัก -

กลุ่มนักรบในอิรักที่สนับสนุนอิหร่านกล่าวว่า สมาชิกของพวกเขา 20 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศที่พวกเขากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของอิสราเอลและสหรัฐฯ

ในเขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถานของอิรัก เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบิน 1 นายเสียชีวิตจากการโจมตีด้วยโดรนที่สนามบินเออร์บิล ขณะที่นักรบชาวเคิร์ดอิหร่านอย่างน้อย 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน

- จอร์แดน -

พลตรีมุสตาฟา อัล-ฮิยารี โฆษกของกองทัพจอร์แดนกล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บ 14 คนในหลายพื้นที่ของประเทศเนื่องจากเศษซากจากขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านตกลงมา

ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในจอร์แดน

- ซีเรีย -

สื่อของรัฐรายงานว่ามีเพียงผู้บาดเจ็บ 8 คนจากเศษซากที่ตกลงมาจากการปะทะกันระหว่างอิหร่านและอิสราเอลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...