โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จีน เตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายในศูนย์สแกมเมอร์ ฉุดสัมพันธ์ 2 ชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ม.ค. เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 09.07 น.

จีน เตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายในศูนย์สแกมเมอร์กระทบสัมพันธ์สองชาติ ด้านรัฐบาลกัมพูชายืนยันกำลังดำเนินการปราบปรามอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้อย่างต่อเนื่อง

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 ม.ค.โดยระบุว่า เหตุการณ์ชาวจีนสูญหายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับฐานปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์กำลังกลายเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศ

นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้เข้าพบหารือกับรัฐมนตรีระดับสูงของกัมพูชา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลพนมเปญเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง ตามรายงานที่เผยแพร่ผ่านบัญชี WeChat ทางการของสถานทูต

“จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่พลเมืองจีนจำนวนมากสูญหายหรือถูกอุ้มหายในกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา” นายหวังกล่าว และเพิ่มเติมว่า เคสร้ายแรงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชาวจีนล้วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว “ขัดแย้งกับมิตรภาพที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างจีนกับกัมพูชา”

ทางด้านรัฐบาลกัมพูชายืนยันว่ากำลังดำเนินการปราบปรามอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลของสหประชาชาติ (UN) คาดการณ์ว่ามีผู้ที่ทำงานในธุรกิจนี้อย่างน้อย 100,000 คนในกัมพูชา โดยผู้ที่ทำงานในฐานปฏิบัติการเหล่านี้ มีทั้งผู้ที่สมัครใจเข้าร่วม และกลุ่มชาวต่างชาติที่ถูกหลอกลวงให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกกักขังและบังคับให้ทำงานด้วยการข่มขู่และใช้ความรุนแรง

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้ยกระดับการไล่ล่าตัวการสำคัญในอุตสาหกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อนำตัวกลับไปดำเนินคดีในแผ่นดินจีน โดยเมื่อต้นเดือนนี้ กัมพูชาเพิ่งส่งตัว เฉินจื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนที่อยู่เบื้องหลังขบวนการสแกมเมอร์ในกัมพูชากลับไปยังประเทศจีน

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประมาณการว่า การฉ้อโกงออนไลน์สร้างความเสียหายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566

อย่างไรก็ตาม องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้ออกมาวิจารณ์รัฐบาลกัมพูชาว่า “จงใจเพิกเฉย” ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของแก๊งอาชญากรรมทางไซเบอร์เหล่านี้

ที่มา : อินโฟเควสท์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...