โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมดาว Giedi Prime ใน Dune: Part Two ถูกถ่ายทอดผ่านแสงสีขาว-ดำ

The Momentum

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2567 เวลา 04.45 น. • THE MOMENTUM

ตลอดสัปดาห์นี้ ทั่วทั้งโลกต่างให้ความสนใจ Dune: Part Twoภาพยนตร์ภาคต่อลำดับที่ 2 ของ เดอนี วีลล์เนิฟ (Denis Villeneuve) ที่หยิบยกนิยายแนวไซไฟชื่อเดียวกันที่เขียนโดย แฟรงก์ เฮอร์เบิร์ต (Frank Herbert) มาถ่ายทอดบนจอเงิน และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากผู้ชมล้นหลาม

องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ Duneภายใต้การกำกับของวีลล์เนิฟประสบความสำเร็จเช่นนี้ นอกจากเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ในฉบับนิยาย รวมถึงทัพนักแสดงมากความสามารถแล้ว การสร้างจักรวาลแห่งโลกอนาคต ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การเมือง และสงครามอวกาศ วีลล์เนิฟก็ทำออกมายอดเยี่ยม ตั้งแต่การออกแบบเครื่องแต่งกายของเผ่าพันธุ์จากดาวต่างๆ ไปจนถึงการสรรสร้างสภาพแวดล้อมบนดาวดวงต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์สะท้อนถึงเรื่องวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของผู้อาศัยได้ชัดเจน

ย้อนกลับไปใน Dune: Part One(2021) คนดูจะได้เห็นการออกแบบอะราคิส (Arrakis) อันเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเฟรเมน (Fremen) และ ‘ดูน’ หนอนยักษ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยทะเลทรายและความแห้งเหือด ส่วนใน Dune: Part Twoวีลล์เนิฟยังรักษามาตรฐานด้านการออกแบบไว้ดังเดิม ด้วยการเนรมิต Giedi Prime ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่า ฮาร์คอนเนน (Harkonnen) ให้กลายเป็นสีขาว-ดำ ทั้งเรื่อง

เหตุที่ต้องเป็นสีขาว-ดำ วีลล์เนิฟอธิบายผ่านการสัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Moviefone ว่า หากอ้างอิงจากต้นฉบับ ดาว Giedi Prime ปกคลุมด้วยพระอาทิตย์สีดำ (Black Sun) ที่ดูดและชะล้างสีอื่นๆ จนเหลือแต่สีขาวและดำ ดังนั้น เมื่อต้องถ่ายทำฉากภายนอกอาคารที่ต้องกระทบกับแสงอาทิตย์ ทุกอย่างจะถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวและดำเท่านั้น ส่วนฉากไหนที่ถ่ายทำในอาคารก็จะมีสีสันปกติ เนื่องจากแสงที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากดวงอาทิตย์สีดำบนดาว ขณะเดียวกัน วีลล์เนิฟกล่าวเสริมอีกว่า การใช้สีเช่นนี้สามารถสะท้อนถึงตัวตนของผู้อยู่อาศัยบนดาวได้เป็นอย่างดี

“ผมชอบแนวคิดหนึ่งที่ได้มาจากการอ่านหนังสือชุดนี้นะ กับการพยายามอธิบายว่า ระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมส่งผลต่อมนุษย์ที่อาศัยอยู่อย่างไร ทั้งในแง่การใช้ชีวิต เทคโนโลยี ศาสนา และการเอาตัวรอด อย่างเวลาคุณเห็นทะเลทรายบนดาวอะราคิส คุณก็จะพอเดาออกว่าชาวเฟรเมนใช้ชีวิตอยู่อย่างไร มีความต้องการแบบไหน

“บนดาว Giedi Prime ก็เหมือนกัน ดาวดวงนี้เป็นเหมือนดาวพลาสติกที่ไร้ซึ่งสีสัน แสงแดดสีขาว-ดำได้ทำลายบางสิ่งที่มนุษย์ควรมีในตัวออกไป จนทำให้พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในวัฒนธรรมที่โหดร้าย อยู่ในการเมืองที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดี” วีลล์เนิฟกล่าว

ดังนั้น ในการถ่ายทำ Dune: Part Oneวีลล์เนิฟและเกร็ก เฟรเซอร์ (Greig Fraser) ผู้กำกับภาพในเรื่อง จึงต้องสรรหาวิธีการถ่ายที่สอดรับกับธรรมชาติของดาว Giedi Prime ด้วยการใช้ ‘กล้องสามมิติ’ และเทคนิค ‘ฉายแสงพิเศษ’ ที่สามารถลบแสงจากอินฟาเรดได้ โดยพวกเขาเรียกมันว่า ‘Anti Fireworks’

นั่นจึงเป็นเหตุให้แต่ละฉากที่เหมือนมีการย้อมเป็นสีขาว-ดำ แท้จริงเกิดจากกระบวนการถ่ายทำข้างต้นจนทำให้มีผลลัพธ์ออกมาดังที่เห็น

“โดยปกติแล้วเวลาแสงส่องมาที่อะไรบางอย่าง มันจะต้องสะท้อนและสร้างเฉดสีให้กับวัตถุนั้นๆ แต่ในโลกที่เรากำลังสร้าง แสงอาทิตย์เป็นตัวชะล้างเฉดสีออกไป นั่นเลยเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทาย ในการหาเทคนิคที่สอดคล้องกับกฎของดาวดวงนี้ในภาพยนตร์” เฟรเซอร์กล่าว

สำหรับ Dune: Part Twoสามารถชมได้ในโรงภาพยนตร์ และสามารถดูตัวอย่างได้ทาง https://youtu.be/U2Qp5pL3ovA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...