โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ธนเดช” ชี้ก้าวแรกพลทหารต้องปลอดภัย ก้าวต่อไปต้องยกเลิกเกณฑ์ทหาร จี้รัฐบาลตอบให้ชัดลดยอดกำลังพลปีนี้เหลือเท่าไร

WeR NEWS

เผยแพร่ 01 เม.ย. 2567 เวลา 09.03 น.

วันที่ 1 เม.ย. 67 ธนเดช เพ็งสุข สส.กรุงเทพฯ เขต 13 พรรคก้าวไกล และในฐานะรองประธาน กมธ.การทหาร แถลง Policy Watch เนื่องในวันแรกของการเกณฑ์ทหาร 1 เมษายน 2567 โดยกล่าวว่า หลายคนเคยคาดหวังว่าวันนี้หากก้าวไกลเป็นรัฐบาล การยกเลิกเกณฑ์ทหารจะต้องเกิดขึ้น แต่ก็น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่ได้ผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ทำให้ประชาชนหลายคนยังต้องเสี่ยงจับใบดำใบแดง

อย่างไรก็ตาม ก้าวแรกที่เราทำคือโครงการ “พลทหารปลอดภัย” ของ กมธ.ทหาร ริเริ่มโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธาน กมธ. โครงการนี้เกิดขึ้นจากเงื่อนไขปัจจุบันที่รัฐบาลยังไม่ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร และยังมีปัญหาตั้งแต่อดีต คือประชาชนไม่รู้สึกไว้วางใจกองทัพ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการคุ้มครองกำลังพล ให้มีศักดิ์ศรีและความปลอดภัย เป็นพื้นที่ให้ครอบครัวได้อุ่นใจว่าผู้แทนราษฎรจะอยู่เคียงข้าง ทั้งในยามทุกข์และยามสุข

สำหรับความมุ่งหวังของโครงการพลทหารปลอดภัย คือ

(1) รับข้อร้องเรียนจากพลทหาร ญาติของพลทหาร หรือผู้พบเหตุ โดยสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนไปยัง LINE OA ของ กมธ.ทหาร ทาง กมธ. จะเข้าช่วยเหลือแก้ไขวิกฤตทันที และในกรณีที่พบว่าพลทหารถูกทำร้าย ถูกธำรงวินัยอย่างผิดระเบียบ หรือถูกซ้อมทรมาน หรือถูกกระทำการใดๆ ที่ไม่เป็นธรรม ทาง กมธ.ทหาร จะมุ่งระงับเหตุอย่างทันท่วงทีผ่านการประสานงานโดยตรงกับกระทรวงกลาโหม หรือตัวแทนเหล่าทัพที่ประจำ กมธ.

(2) หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นและเราไม่สามารถยับยั้งได้ทันท่วงที หรือเป็นเหตุให้เกิดการจำหน่าย หรือพลทหารต้องเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บร้ายแรง กมธ.ทหาร จะประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือสำนักการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีกับนายทหารผู้กระทำและผู้บังคับบัญชาตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างตรงไปตรงมา

(3) กรณีพลทหารหนีทหาร กมธ.ทหาร จะนำพลทหารกลับสู่กรมกองด้วยความปลอดภัย เพื่อคืนสิทธิ์คืนศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิต ขอให้กำลังพลที่หนีออกไปประสานงานกลับมาที่ กมธ. ได้

(4) จากเหตุการณ์ช่วงที่ผ่านมาที่มีพลทหารกระทำอัตวินิบาตกรรมระหว่างอยู่ในค่ายทหาร พบว่าสาเหตุทั้งหมดมาจากความเครียด วิตกกังวล กมธ.ทหาร จึงมีแนวนโยบายนำจิตแพทย์เข้าพบกำลังพล เพื่อให้กระทรวงกลาโหมได้ดูเป็นเยี่ยงอย่างในการนำไปปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพล

ธนเดช กล่าวต่อไปว่า พรรคก้าวไกลเคยยื่นร่างกฎหมายยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เป็นร่างการเงิน จนถึงวันนี้นายกฯ ยังไม่เซ็นรับรอง พรรคจึงยื่นร่างกฎหมายอีกฉบับ ไม่เป็นร่างการเงิน จะนำไปสู่การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร ด้วยการแก้ไข พ.ร.บ.รับราชการทหาร 2497 ตัดสิทธิกองทัพในการบังคับคนไปเป็นทหารในห้วงเวลาที่ไม่ใช่สถานการณ์สงคราม เพื่อให้กองทัพประกอบด้วยคนที่สมัครใจเท่านั้น เหตุผลที่เลือกใช้วิธีนี้เพราะเป็นวิธีที่มีกรอบเวลาชัดเจน สามารถกำหนดเวลาให้กองทัพปรับตัวได้ และเป็นแรงกดดันให้กองทัพต้องยกระดับตัวเอง

ทั้งนี้ การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ (1) เลิกแบบลุ้นปีต่อปี (2) เลิกแบบการันตีไม่มีเกณฑ์ จากปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยความต้องการกำลังพลประมาณ 90,000 นายต่อปี มีคนสมัครประมาณ 30,000 คน เท่ากับ 1 ปีจะมีคนอีกประมาณ 60,000 คนต้องเสี่ยงเข้าไปจับใบดำใบแดงทั้งที่ไม่ได้อยากเป็นทหาร และการมีอยู่ของการเกณฑ์ทหารไม่ได้ส่งผลดี เนื่องจากทุกคนที่ถูกเกณฑ์ล้วนมีต้นทุนต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเสรีภาพ ความเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน การดูแลครอบครัว

การยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารของพรรคก้าวไกล ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการรักษาความมั่นคงของประเทศ ข้อเสนอของเราคือให้กองทัพทำตาม 2 เงื่อนไขหลัก คือลด Demand หรือยอดกำลังพล ซึ่งหากกองทัพตั้งใจแก้ปัญหา เช่น ยอดผี การจำหน่ายไปอยู่บ้านนาย น่าจะลดยอดกำลังพลเหลือประมาณ 50,000-60,000 คนได้ ควบคู่ไปกับการเพิ่ม Supply คือการเพิ่มสวัสดิการให้กับคนที่สมัครใจเป็นทหาร ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การประกันรายได้ หรือการคุ้มครองความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน หากทำได้ มั่นใจว่าจะมีประชาชนไม่น้อยที่สมัครใจเข้าไปเป็นกำลังพล

ธนเดช กล่าวสรุปว่า จากสถานการณ์ปัจจุบัน การแถลงข่าวของ รมว.กลาโหม ไม่ได้สอดคล้องกับแนวทางก่อนการเลือกตั้ง ดูเหมือนรัฐบาลจะเลือกใช้การยกเลิกเกณฑ์ทหารแบบที่ 1 คือลุ้นปีต่อปี โดยรัฐบาลพยายามให้ข่าวว่าจะค่อยๆ ลดจำนวนความต้องการ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขหรือรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา ว่าปีนี้ ปีหน้า หรือในช่วงเวลา 4 ปี จำนวนความต้องการกำลังพลจะลดลงเหลือเท่าไร แบบนี้เป็นวิธีที่กองทัพทำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ประชาชนต้องการ “ในเมื่อร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลเข้าสภาฯ แล้ว หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลที่มีนายกฯ ชื่อเศรษฐา ทวีสิน ที่เคยป่าวประกาศว่าทหารต้องมาจากความสมัครใจ ไม่ใช่การเกณฑ์ จะกล้าหาญพอที่จะเซ็นผ่านร่างนี้ เพื่อบรรจุเข้าสู่สภาฯ และนี่คือห้วงเวลาวัดใจเพื่อน สส. ด้วยว่าวันที่ท่านพูดกับพี่น้องประชาชน ท่านมีความจริงใจแค่ไหน จึงหวังว่าจะให้การสนับสนุนและเดินหน้าไปสู่การยกเลิกเกณฑ์ทหารร่วมกัน แต่หากพวกท่านไม่สนับสนุน ก็อาจหมายความว่าสิ่งที่พวกท่านพูดก่อนหน้านี้ เป็นเพียงการโฆษณาเพื่อให้ได้คะแนนเสียงเท่านั้น” ธนเดชกล่าว

ธนเดชทิ้งท้ายว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคต ร่างกฎหมายยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหารที่ก้าวไกลเสนอจะผ่านสภาฯ และจะดีไปกว่านี้ ถ้าปีหน้าประเทศไทยไม่ต้องมีการเกณฑ์ทหารอีก ขอให้รัฐบาลเร่งยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารโดยเร็วที่สุดไม่ว่าด้วยวิธีใด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...