อัพเดทกลุ่มโรงไฟฟ้า 'เคจีไอ' แนะหุ้นเด่น-ควรเลี่ยง
#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ อัพเดทกลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ GPSC เป็น Top pick ใน Q2/67 ซึ่งมี catalyst ที่สำคัญจากแนวโน้มอนาคตสดใสเทียบคู่แข่งในกลุ่ม SPPs ด้วยกัน ขณะที่แนะนำขายทำกำไรใน BGRIM* (valuation ตึงตัว) และ RATCH* (แนวโน้มยังไม่โดดเด่น) นอกจากนั้น ฝ่ายวิจัยเห็นว่าธีมของทั้งวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นจบลงไปแล้วและราคาพลังงานมีแนวโน้มเป็นขาลง ถือเป็น catalyst หลักสำหรับกลยุทธการลงทุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าในปี 2567 อย่างไรก็ดี เกณฑ์ในการเลือกลงทุนหุ้นไฟฟ้ายังคงอยู่ที่ การเติบโตราบรื่น งบดุลแข็งแกร่ง มีเครดิตเรตติ้งที่สูงกว่า โดยผู้เล่นที่เข้าข่ายดังกล่าวคือ GULF* และ GPSC* ทั้งนี้ มองบวกมากขึ้นต่อ SPPs ตามราคาก๊าซที่ต่ำกว่าคาด และเปลี่ยนมามองลบกับบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าก๊าซที่ประเทศสหรัฐ เนื่องจากมีความสามารถในการทำกำไรต่ำ
อัตรากำไร SPP น่าจะดีต่อเนื่องใน Q2/67F และอาจมี upside ค่าไฟฟ้า (พ.ค.-ส.ค. 67) คาดน่าจะอยู่ที่ 4.18-5.44 บาท/kWh (สูงกว่า 4.18 บาท/kWh ในปัจจุบัน) ขณะที่ราคาก๊าซเฉลี่ยของ SPP น่าจะลดลง QoQ ดังนั้น margin ของ SPP น่าจะขยับขึ้น QoQ ได้ใน Q2/67 โดยถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดเอาไว้ว่าจะลดลงหรือเท่าเดิม QoQ นอกจากนั้นอุปทานจากแหล่งก๊าซเอราวัณที่เพิ่มขึ้นมาและราคา LNG ที่ต่ำลงอย่างเร็วจะช่วยให้ราคา gas pool ลดลงได้มากกว่าคาด ซึ่งเป็นประโยชน์กับ SPPs โดยรวมจึงทำให้สมมติฐานราคาก๊าซ SPP ของเรามี upside จาก 350 บาท/mmbtu ในปี 2567F ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงบนจาก guidance ของผู้เล่นต่าง ๆ ในกลุ่มโรงไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่ 320-350 บาท/mmbtu (เทียบกับ 350-380 บาท/mmbtu ก่อนหน้านี้และอยู่ที่ 380 บาท/mmbtu ในปี 2566)
ผู้เล่นหลักปรับกลยุทธการลงทุนแตกต่างกันมากขึ้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับทั้งตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดย GPSC สนใจประมูลโครงการพลังงานทดแทน (RE) รอบใหม่ (3.7GWh) หลังจากการประมูลรอบแรกจบเรียบร้อยไปแล้ว (5.3GWh) นอกเหนือจากการขยายธุรกิจของ GPSC ไปอินเดีย ขณะที่ BGRIM รุกหนักไปลงทุนพลังงานทดแทนในเกาหลีใต้ ส่วน EGCO เน้นการลงทุนไปในสหรัฐฯเป็นหลัก แต่ทว่า GULF กลับมาเน้นลงทุนภายในประเทศ ที่ซึ่งมีความชำนาญเฉพาะทางสูงซึ่งยังได้รับผลตอบแทนดี
El Niño กำลังจะจบลงแล้ว แบบจำลองในระดับสากลบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่สถานการณ์ El Niño น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะ “neutral” ภายในกลางปี 67 (เร็วขึ้นกว่าเดิม) จากนั้นคาดว่ามีโอกาสเกิด La Niña มากกว่าภาวะ El Neutral ในมิ.ย. 67 โดยเราน่าจะเห็นผลกระทบด้านลบจาก El Niño ทยอยลดลงซึ่งกระแสน้ำและปริมาณน้ำฝนน่าจะเพิ่มขึ้น ทำให้โรงไฟฟ้าพลังน้ำต่างๆมีกำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ นับตั้งแต่ Q2/67F เป็นต้นไป
คาดว่ากำไรหลักของกลุ่มจะเติบโต 5%/11% YoY ในปี 2567F/68Fตามลำดับ กำไรส่วนใหญ่จะมาจาก BCPG*, GPSC*, GULF* และ CKP* จากโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ใน pipeline, ราคาเชื้อเพลิงลดลง และความพยายามลดต้นทุน ซึ่งจะมีน้ำหนักมากกว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นและภูมิทัศน์ทางการแข่งขัน นอกจากนี้ การเปิดประมูลโครงการ RE รอบที่สอง (3.7GWh) ที่จะเกิดขึ้น และแผน PDP ใหม่ไทย น่าจะทำให้มีความต้องการโรงไฟฟ้า RE และก๊าซมากขึ้น ส่งผลให้มีการเติบโตรอบใหม่ตามมา ซึ่งเรามอง GULF (มีโอกาสชนะสุด) และผู้เล่นรายเล็ก (มี upside สุด) จะได้ประโยชน์สุด
ฝ่ายวิจัยแนะนำ GPSC* เป็น Top pick ใน Q2/67ซึ่งมี catalyst สำคัญจากแนวโน้มอนาคตสดใสในกลุ่ม SPPs ด้วยกัน ขณะที่เราแนะนำขาย BGRIM* (valuation ตึงตัว) และ RATCH* (แนวโน้มยังไม่เด่น) เราเห็นว่าธีมของทั้งการจบรอบดอกเบี้ยขาขึ้นและราคาพลังงานขาลงถือเป็น catalyst หลักสำหรับการลงทุนกลุ่มโรงไฟฟ้าปี 67 โดยเกณฑ์ในการเลือกยังคงอยู่ที่ การเติบโตราบรื่น งบดุลแข็งแกร่ง มีเครดิตเรตติ้งที่สูง โดยผู้เล่นที่เข้าข่ายคือ GULF* และ GPSC* เรามองบวกมากขึ้นต่อ SPPs ตามราคาก๊าซที่ต่ำกว่าคาด แต่เปลี่ยนมามองลบกับบริษัทที่มีโรงไฟฟ้าก๊าซที่สหรัฐฯจากความสามารถในการทำกำไรต่ำ ด้านความเสี่ยง คือ ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, เกิดปัญหา cost overruns และ ความผันผวนของ FX และอัตราดอกเบี้ย
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1