จัดระเบียบบ้านเท่ากับจัดระเบียบชีวิต แมวบิน... “ผู้ช่วยกำจัดของไม่จำเป็น”
นักจัดระเบียบบ้านมืออาชีพชื่อดังชาวญี่ปุ่น คนโด มาริเอะ กล่าวไว้ในหนังสือของเธอว่า “การจัดระเบียบบ้านคือการจัดระเบียบจิตใจ” เมื่อนึกถึงนักจัดระเบียบบ้านมือทองของไทย ก็คงต้องเป็น คุณอิม-อิมยาดา เรือนภู่ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน” ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับจัดระเบียบบ้านโดยเฉพาะ ซึ่งก็พูดไว้ในทำนองเดียวกันถึงความสำคัญของการจัดระเบียบบ้านว่า “เมื่อจัดระเบียบบ้านแล้ว จะพบว่าที่ผ่านมาชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง”
คุณอิม-อิมยาดา เรือนภู่ หรือที่รู้จักกันดีในนามของ “แมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน”
แรงบันดาลใจของแมวบิน
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณอิมได้เห็นบ้านเรือนของผู้คนมากมายผ่านสื่อที่นำเสนอภาพข่าวการลงพื้นที่ไปยังบ้านผู้ติดเชื้อในที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เธอรู้สึกเห็นใจผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการติดเชื้อ และต้องกักตัว แต่ไม่มีที่อยู่แล้ว ยังเป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้เธออยากใช้ทักษะและความชอบเรื่องการทำความสะอาด การจัดระเบียบบ้านที่มีอยู่ มาทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน และตัวเธอเองก็ได้รับประโยชน์เป็นค่าจ้างด้วยเช่นกัน จึงได้ตัดสินใจเปิดเพจ “แมวบิน รับจัดระเบียบบ้าน” ขึ้น โดยให้เหตุผลว่า เพราะการจัดระเบียบบ้านทำให้บ้านสะอาดขึ้น เมื่อบ้านสะอาดขึ้น เรียบร้อยขึ้น ก็สามารถทำให้คนห่างไกลจากโรคได้มากขึ้น
หลังเปิดเพจ คุณอิมเล่าให้ฟังว่า มีคนสนใจเข้ามากดไลก์ กดติดตามน้อยมาก เธอจึงตัดสินใจนำรูปบ้านหลังแรกที่ให้บริการ โดยเป็นรูปก่อนจัดและหลังจัดระเบียบบ้านเรียบร้อยแล้วไปโพสต์ในสื่อออนไลน์กลุ่มต่าง ๆ นับตั้งแต่นั้นมา ยอดติดตามของเพจแมวบิน รับจัดระเบียบบ้าน ก็มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น รวมถึงคิวจองใช้บริการก็เรียกได้ว่ายาวเหยียดชนิดที่คุณอิมเองยังประหลาดใจ จากที่คิดว่าจะรับจ๊อบทำเป็นอาชีพเสริม คุณอิมต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นการลาออกจากงานประจำเพื่อมาลุยงานนี้อย่างเต็มตัว และยังได้ชวนคุณวา (ปริยาภา ริ้วทอง) เพื่อนผู้มีความชื่นชอบการจัดบ้านเหมือนกันมาร่วมเป็นพาร์ตเนอร์ คุณอิมว่าภาพที่เผยแพร่ให้เห็นในสื่อ น่าจะทำให้คนเข้าใจมากขึ้นว่า การจัดระเบียบบ้านแตกต่างจากบริการรับจ้างทำความสะอาดทั่วไปอย่างไร
รับจัดระเบียบบ้าน ไม่ได้รับทำความสะอาดบ้าน
“สิ่งที่เราทำ ไม่ใช่การรับจ้างทำความสะอาด ดูดฝุ่น ถูพื้น ล้างจาน แต่เราจะเริ่มต้นจากรื้อบ้านทั้งหมด 100% ไม่ว่าจะซอกหลืบมุมใด จะรื้อของออกมาทั้งหมด เพื่อนำมาคัดแยกทีละชิ้น ๆ ทุกอย่างจะต้องผ่านมือเรา ดูว่าสิ่งไหนควรทิ้ง สิ่งไหนควรเก็บ ทุกอย่างเราเป็นคนเลือกเอง เพราะถ้าให้เจ้าของเลือก เขาจะตัดใจทิ้งไม่ลง แต่หากชิ้นไหนไม่มั่นใจว่าต้องเก็บหรือทิ้ง จะให้เจ้าของบ้านเป็นคนตัดสินใจ โดยของที่ยังใช้ได้แต่เราเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเก็บ จะแยกไว้เพื่อนำไปบริจาคต่อ ส่วนที่เหลือคือทิ้งทั้งหมด หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการจัดเก็บ ซึ่งของทั้งหมดจะนำมาจัดเรียงเก็บซ่อนไว้อย่างเรียบเนียน ไม่ต่างจากบ้านที่เห็นในแคตตาล็อก หรือโรงแรม”
คุณอิมอธิบายความแตกต่างถึงบริการจัดระเบียบบ้านของเธอกับการรับทำความสะอาดบ้านทั่วไป โดยบอกว่าการจัดระเบียบบ้านของเธอจะต้องเป็นไปตามระบบของแมวบินฯ ก็คือการทำให้รู้ว่าต้องนำของสิ่งนี้ ประเภทนี้เก็บหรือวางไว้ตรงไหนจึงจะเหมาะสม ซึ่งจะช่วยทำให้รู้ถึงของแต่ละชนิดว่ามีอยู่เท่าไร และอยู่ตรงไหนบ้าง โดยเรียกระบบนี้ว่า สูตรการจัดเก็บ 80 / 10 / 10
คุณอิมอธิบายถึงตัวเลขทั้ง 3 ว่า “80 คือพื้นที่สำหรับจัดเก็บของที่จำเป็นในปัจจุบัน ซึ่งก็คือของที่ใช้อยู่ทุกวัน โดยที่เราให้พื้นที่ส่วนนี้มากที่สุด 80% ของพื้นที่จัดเก็บทั้งหมด อีก 10% คือของในอดีต เพราะเราเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีอดีตที่อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ และอีก 10% คือของในอนาคต”
คนส่วนใหญ่อยู่กับอดีตมากกว่าปัจจุบัน
แม้จะมีสูตรการจัดเก็บของสไตล์แมวบินฯ ไว้ชัดเจน แต่นักจัดระเบียบบ้านมืออาชีพอย่างคุณอิมก็ยอมรับว่า ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเหมือนตัวเลขที่แบ่งไว้ เพราะปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ แทบทุกบ้านล้วนเก็บของในอดีตมากกว่าปัจจุบัน
“ห้องเก็บของที่เปรียบเหมือนพื้นที่เก็บความทรงจำ เก็บของที่ไม่ใช้แล้วนับ 20 ปี หลายบ้านมีมากกว่า 3 ห้อง นอกจากนั้นยังมีห้องสำหรับเก็บของในอนาคต ของที่คาดว่าจะได้ใช้แต่ไม่รู้จะใช้เมื่อไรอีกหลายห้องมาก ส่วนพื้นที่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเท่าที่เห็นคือ พื้นที่ใช้นอนซึ่งเล็กมาก เช่นเดียวกับพื้นที่กินข้าว ทำกับข้าว ที่มักจะมีน้อยมาก เพราะทั้งหมดเต็มไปด้วยสิ่งของในอดีตกับอนาคต เราจึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้รื้อของทั้งหมดออกมา แล้วจัดระเบียบให้ใหม่ตามสัดส่วนที่วางไว้ เพื่อให้เขาได้อยู่กับปัจจุบันมากขึ้น”
“ของจำเป็น” และ “ของไม่จำเป็น”
ในฐานะที่เป็นนักจัดระเบียบบ้านมืออาชีพที่ผ่านการจัดเก็บบ้านจนได้รับความไว้วางใจและมีลูกค้าจองคิวใช้บริการมากกว่า 300 หลังภายในระยะเพียง 2 ปี เธอได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “ของจำเป็น” ว่า คือ ปัจจัยสี่ ได้แก่ เสื้อผ้า อาหาร ยา และที่อยู่อาศัย ของที่อยู่ในหมวดปัจจัยสี่ แมวบินฯ จะถือว่าเป็นของจำเป็น แต่ในความจำเป็นก็ยังมีเรื่องปริมาณ เพราะคนส่วนใหญ่มักมีของจำเป็นมากเกินไปจนไม่สอดคล้องกับพื้นที่จัดเก็บ ดังนั้นการมีสิ่งใดมากจนเกินไป ก็จะกลายเป็นของไม่จำเป็น
ขณะที่ “ของไม่จำเป็น” ก็คือ สิ่งที่อยู่นอกเหนือไปจากปัจจัยห้า ซึ่งคุณอิมว่า หลายคนในยุคนี้มักมีปัจจัยในการดำรงชีวิตมากกว่าสี่อย่าง โดยอะไรที่เกินจากสิ่งที่ใช้ในการดำรงชีวิต หรืออะไรที่ไม่มีแล้วเรายังดำเนินชีวิตต่อไปได้ ล้วนเป็นของไม่จำเป็นทั้งสิ้น
“ของชำร่วย ของสะสม ของกิ๊ฟช็อปต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าเราไม่มีก็สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ แต่คนส่วนใหญ่ยังมีกิเลส ยังมีความรัก ความชอบ เราก็ไม่ได้ทิ้งของเหล่านี้ทั้งหมด แต่จะแยกให้รู้ว่าของเหล่านี้อยู่ในหมวดไม่จำเป็น ซึ่งถ้าเจ้าของบ้านยังรู้สึกว่าของเหล่านี้จำเป็นอยู่ เราจะเก็บให้เขาตามความรู้สึกที่อยากเก็บ แต่ก็ต้องอยู่ในพื้นที่ตามสูตรที่เราจัดสรรไว้ให้ ถ้าเกินพื้นที่จัดเก็บ ต้องยอมรับว่านั่นคือของที่ไม่จำเป็นจริง ๆ ”
คุณอิมยังเล่าให้ฟังต่อว่า ของที่ไม่จำเป็นที่เธอมักไปจัดการจัดระเบียบให้คือ เสื้อผ้า ซึ่งแม้จะอยู่ในหมวดของจำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่อย่างที่เธอได้บอกไว้ว่า สิ่งใดที่มากเกินไปย่อมกลายเป็นของไม่จำเป็น นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ของไม่จำเป็นยอดฮิตอื่น ๆ ก็เช่น แก้วน้ำพลาสติก หรือของที่คิดว่าจะนำไป Reuse ในอนาคต เช่น ถุงกระดาษ ถามว่าเป็นสิ่งที่จะได้ใช้จริง ๆ ใช่หรือไม่ คำตอบคือมันมีปริมาณล้นเหลือจนต้องทิ้งในที่สุด
“จริง ๆ ของที่รื้อออกมาให้เขาเห็น มันมีคำตอบอยู่แล้วว่าควรเก็บหรือไม่ เพราะของส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้จนเก่า กรอบ พัง หรือเสียหายจนใช้งานไม่ได้ เขาก็ต้องยอมจำนนด้วยหลักฐาน”
อาชีพที่แม้จะเหนื่อย แต่ก็ทำเพราะความรัก
กว่า 2 ปีกับการออกเดินสายรับจัดระเบียบบ้านร่วมกับทีมงานกว่า 300 หลัง คุณอิมเปิดเผยว่า ความยากง่ายในการจัดการให้แต่ละบ้านนั้นไม่แตกต่างกัน เพราะเธอใช้ศาสตร์และสูตรในการจัดเก็บเหมือนกันหมด แต่ความต่างคือ เรื่องของความเหนื่อย บ้านที่เป็นอาคารสูงอย่างอาคารพาณิชย์จะเหนื่อยมากที่สุด เพราะต้องขนของขึ้นลงหลายชั้น ซึ่งความเหนื่อยที่มาจากการทำงานหนักนี้ ยังเป็นความท้าทายที่สุดของการเป็นนักจัดระเบียบบ้านอีกด้วย
แม้จะเป็นอาชีพที่เหนื่อยและทำงานหนักมากจนแทบไม่มีวันหยุด แต่ก็เป็นงานที่รัก นอกจากจะมีความสุขกับการได้ใช้ทักษะและสิ่งที่ตัวเองรักมาเป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพแล้ว คุณอิมยังมีความสุขกับการได้เห็นบ้านของลูกค้าทุกหลังกลับมามีระเบียบสวยงาม โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้อิ่มใจมากก็คือ การได้ช่วยจัดระเบียบบ้านให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจนหลายคนกลับมามีความสุขกับชีวิตมากขึ้น
บ้านสวยช่วยบรรเทาอาการป่วยซึมเศร้า
“ผู้ป่วยซึมเศร้าส่วนใหญ่ถึงแม้จะหาหมอกินยา แต่ก็ยังไม่ได้ช่วยให้อาการเขาดีขึ้นได้อย่างแท้จริง ในขณะที่การเข้าไปช่วยจัดระเบียบบ้านให้เขา กลับช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการกินยาเยอะมาก และยังเป็นสิ่งที่เห็นผลทันทีด้วย หลังจากที่บ้านเขากลับมามีระเบียบ สวยงาม จะเห็นได้ชัดเลยว่า สีหน้า แววตาเขาสดใส มีชีวิตชีวามากขึ้น หลายคนเคยคิดสั้น ไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้ว หมดหนทางทำอะไรไม่ถูก เพราะเขาจมและวนเวียนอยู่กับสิ่งเดิม ๆ เรื่องเดิม ๆ หาทางไปไม่ถูก แต่พอแมวบินฯ เข้าไปช่วยทำให้บ้านเขาสะอาดเรียบร้อย เข้าที่เข้าทาง เหมือนเราได้เข้าไปช่วยให้เขามีพื้นที่สำหรับจินตนาการ และอยากลุกขึ้นมาทำอะไรมากขึ้น มีความมั่นใจในชีวิตมากขึ้น
“คุณหมอเองยังบอกว่า ในการรักษาผู้ป่วยซึมเศร้า คุณหมอจะแนะนำให้คนไข้กลับไปจัดบ้าน เราจึงสามารถการันตีได้ว่า การจัดระเบียบบ้านช่วยผู้ป่วยซึมเศร้าให้มีอาการดีขึ้นได้จริง ๆ ทั้งภายในและภายนอก ไม่ได้บอกว่าจัดระเบียบบ้านแล้วจะหายป่วยนะคะ แต่ช่วยให้ความรู้สึกเขาดีขึ้นได้ เพราะการทำให้บรรยากาศโดยรวมของบ้านกลับมาสวยสดใส ก็เหมือนทำให้เขาได้อยู่บ้านใหม่ มีชีวิตใหม่ นอกจากจะจัดบ้านให้เป็นระเบียบแล้ว ทั้งแสง สี เสียง บรรยากาศในบ้าน รูปภาพ ดอกไม้ แจกัน ต้องจัดวางข้าวของที่ไม่ทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง หรือเหงาเกินไป เช่น ถ้าเราทิ้งของมากไปจนบ้านโล่ง ก็ทำให้เขาห่อเหี่ยว เคว้งคว้างได้ แต่ถ้าเก็บมากเกินไปเขาก็จะยังไม่รู้สึกโล่ง ภายในใจเขายังมีความอึดอัดอยู่”
คุณอิมอธิบายศาสตร์ของการจัดระเบียบบ้านของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าให้เห็นภาพได้ชัดมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่คนโด มาริเอะ ได้กล่าวไว้ว่า “การจัดระเบียบบ้านคือการจัดระเบียบจิตใจ” ที่เกริ่นนำไว้ตั้งแต่เริ่มต้นได้อย่างแท้จริง ซึ่งเธอได้ให้ข้อคิดทิ้งท้ายการสนทนาไว้ว่า
“บ้านสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้จากการที่เราปฏิบัติต่อบ้าน วิธีการที่ทำให้บ้านมีระเบียบได้ง่าย ๆ เลยคือ เอาอะไรออกมาจากตรงไหนก็นำไปเก็บที่เดิม ซื้ออะไรมาก็รีบกระจายไปวางให้เข้าที่เข้าทาง ไม่วางแหมะทิ้งไว้ ที่สำคัญคืออย่าพยายามซื้อ อย่าพยายามสะสม เพราะสาเหตุของบ้านรกคือการนำวัตถุเข้ามา ไม่ว่าจะซื้อหรือรับของแจกจากใครมา สิ่งที่ไม่จำเป็นเป็นสิ่งที่มีเยอะมากที่สุดในบ้านของเรา พยายามลดเสีย อย่าใส่ feeling อย่าใส่ความทรงจำกับวัตถุ เพราะจริง ๆ มันก็เป็นเพียงแค่วัตถุ
“การสะสมคือกิเลส การกักตุนไม่ใช่สิ่งจำเป็น ก่อนจัดระเบียบบ้าน สิ่งสำคัญอย่างแรกคือต้องทิ้งก่อน เพราะถ้าไม่ทิ้ง สุดท้ายก็คือการจัดระเบียบขยะ ทิ้งมากก็เหนื่อยน้อยเท่านั้นเอง”
ภาพ : เพจแมวบิน นักจัดระเบียบบ้าน
เรื่อง : แย้มยิ้ม