โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

นิยาย Dek-D

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 15.15 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 15.15 น. • บ.บี
เซียนน้อยเหยาจีทำหน้าที่เผ้าสวนท้อสวรรค์ที่จะออกผลทุก 3,000 ปี แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ท้อสวรรค์กลับหายไป 1 ผล นางถูกลงโทษส่งตัวมายังแดนมนุษย์ แต่นางลงมาพร้อมกับเมล็ดท้อสวรรค์พร้อมปลูก 1 ผลนี่สิ !!

ข้อมูลเบื้องต้น

สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี

เขียน บ.บี

ภาพปก AhriMu

ผลท้อสวรรค์สูญหาย นางเซียนน้อยจึงถูกลงโทษให้ลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ แต่นางดันพกเมล็ดพันธ์ผลท้อติดมือมาด้วยนี่สิ!!

เหล่าเซียนว่างงานที่หมายปองผลท้อรีบขันอาสาลงมาแดนมนุษย์เพื่อตามหาผลท้อที่ตนต้องการอีกเป็นขโยง และหนึ่งในนั้นก็มีเซียนหนุ่มผู้ฝึกฝนเคล็ดวิชาสายเทพมังกรซึ่งควรเป็นผู้ครอบครองผลท้อสวรรค์ตั้งแต่เริ่มรวมอยู่ด้วย แต่เป้าหมายหลักของเขากลับเป็นความท้าทายในการมีชีวิตในฐานะมนุษย์มากกว่าและยังตั้งใจจะยับยั้งการปลูกท้อสวรรค์ในแดนมนุษย์อีกด้วย

สุดท้ายแล้วเซียนน้อยของเราจะปลูกท้อสวรรค์ในแดนมนุษย์สำเร็จหรือไม่? เจ้าของผลท้อที่แท้จริงจะยับยั้งนางไว้ทันเวลาหรือไม่? เหล่าเซียนผู้แอบแฝงจะยึดครองอำนาจในแดนมนุษย์สำเร็จหรือไม่? ร่วมลุ้นและเอาใจช่วยสาวน้อยผู้มีดีในการปลูกต้นท้อเพียงอย่างเดียวของเราไปด้วยกันนะคะ

แนะนำตัวละคร

มู่เหยาจี เซียนน้อยเหยาจีผู้มีพลังวิญญาณแห่งเทพพฤกษา นางมีความสามารถในการเพาะปลูกและได้เป็นผู้ดูแลสวนท้อสวรรค์เพียงหนึ่งเดียว

มู่สี่เสิน ผีเสื้อเกล็ดแก้วหนุ่มน้อยทูตสวรรค์ผู้ซื่อสัตย์ เขายอมรับโทษพร้อมกับเหยาจี ติดตามเหยาจีลงมาแดนมนุษย์ในฐานะพี่ชายแท้ๆ

หลวนหลง เซียนหนุ่มผู้บ่มเพาะพลังเทพมังกร ผู้โชคดีที่จะได้รับผลท้อสวรรค์คนสุดท้ายในรอบ 3,000 ปี แต่เขาต้องพลาดโอกาสงาม เพราะท้อสวรรค์ของเขาถูกช่วงชิงไปโดยเซียนน้อยเหยาจี

มหาเทพฮ่าวเทียน หนึ่งในสามมหาเทพผู้ปกครองสูงสุดบนแดนสวรรค์ ดูแลสรรพสิ่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ สุริยัน จันทรา

มหาเทพมู่ซี หนึ่งในสามมหาเทพผู้ปกครอง ดูแลเหล่ามวลพฤกษานานาพรรณ

มหาเทพสิงเทียน หนึ่งในสามมหาเทพผู้ปกครอง ดูแลสรรพสัตว์และสิ่งมีชีวิตทั้งปวง

ระดับชั้นพลังในนิยายเรื่องนี้

1 ขั้นผู้ใช้ปราณ

2 ขั้นสร้างรากฐาน

3 ขั้นควบคุมปราณ

4 ขั้นก่อกำเนิด

5 ขั้นปราณแท้จริง

6 ขั้นปรมาจารย์

7 ขั้นจักรพรรดิ

8 ขั้นหลอมรวม

9 ขั้นกำเนิดใหม่

10 ขั้นเซียน

11 ขั้นเทพ

ติดตามผลงานนามปากกา บ.บี ได้ที่ เฟสบุ๊คแฟนเพจ คลิ้กได้เลยค่ะ นามปากกา บ.บี

วิมานแก้ว

นิยายติดเหรียญล่วงหน้าและจะปลดให้อ่านฟรีทุกวันจนจบนะคะ และเมื่อกลับมาติดเหรียญซ้ำในราคาเต็มตอนที่เคยซื้ออ่านล่วงหน้าไปแล้วไม่จำเป็นต้องซื้อซ้ำหรือเพิ่มเงินค่ะ กราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านสำหรับการสนับสนุนด้วยค่ะ

วิมานแก้ว แดนสวรรค์

มหาเทพ 3 องค์ผู้เป็นใหญ่ที่สุดปกครองสวรรค์ร่วมกันประทับอยู่บนบัลลังก์เหม่อมองไปยังเหล่าทวยเทพและเซียนสวรรค์นับหมื่นด้วยสายตาเรียบนิ่งด้านชา มีเพียงบางครั้งที่รู้สึกตัวก็จะพยายามโบกมือและส่งยิ้มให้กับเทพและเซียนบนแดนสวรรค์เป็นระยะ

วันนี้พวกเขาทั้งสามมารวมตัวกันที่วิมานแก้วที่ประทับของมหาเทพมู่ซี สตรีเพียงหนึ่งเดียวในมหาเทพทั้งสาม ผู้เป็นเจ้านายแห่งมวลพฤกษานานาพรรณ ด้วยเหตุที่ว่าท้อสวรรค์ที่จะสุกทุก 3,000 ปี ได้สุกงอมเต็มที่ เซียนสวรรค์นับหมื่นจึงมารวมตัวกันเพื่อรอรับส่วนผลไม้แห่งอายุวัฒนะนี้

“ต้นท้อออกผลกี่ผลกันเล่าคราวนี้ท่านมหาเทพมู่ซี” มหาเทพฮ่าวเทียนผู้เป็นนายแห่งสรรพสิ่ง ควบคุมสุริยัน จันทรา ดิน น้ำ ลมไฟ เริ่มตั้งคำถามด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

“ได้ยินว่า คราวนี้มีถึง 384 ผลเลยทีเดียว ทั้งยังสามารถขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นได้อีกถึง 3 ต้น อีก 3.000 ปี พอพวกมันสุกพร้อมกันก็คงจะมีมากกว่านี้อีกไม่น้อย” มหาเทพมู่ซีเปิดเผยสีหน้าลำบากใจออกมา

ท้อสวรรค์เป็นผลไม้ในดินแดนเทพที่เคยเป็นที่ต้องการของมนุษย์ที่ต้องการเพิ่มอายุขัยมาช้านาน แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว บัดนี้แดนสวรรค์ แดนมนุษย์และแดนปีศาจล้วนแบ่งแยกไม่ก้าวก่ายกัน มนุษย์ไม่อาจก้าวข้ามมาเป็นเซียน จึงไม่เกิดสงครามแย่งชิงท้อสวรรค์อีกต่อไป

แต่ท่านเซียนนับหมื่นนับพันที่อาศัยอยู่บนแดนสวรรค์ก่อนที่ดินแดนทั้งสามจะตัดขาด ก็ยังให้กำเนิดลูกหลานเซียนออกมาอีกไม่น้อย ผลท้อยังคงเป็นที่ต้องการของพวกเขาเพื่อการยกระดับขึ้นเป็นเทพอยู่ดังเดิม

ช่วงแรกท่านผู้ปกครองทั้งสามก็ยังรู้สึกยินดีที่เซียนสวรรค์เหล่านี้จะได้ก้าวข้ามมาเป็นเทพได้ จะได้มีคนช่วยงานให้มากหน่อย แต่พวกเขาลืมคิดไปว่าสวรรค์ มนุษย์และปีศาจแยกกันอยู่ไปแล้ว ไม่มีสงคราม ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกทำลายล้างกันเอง ปัญหาเทพล้นสวรรค์จึงบังเกิด

แม้ผลท้อจะสุกทุก 3 ,000 ปี แต่คราวหนึ่งก็หลายร้อยลูก เซียนสวรรค์ที่เคยได้กินผลท้อไปก่อนหน้ายกระดับขึ้นเป็นเทพจนล้นสวรรค์ มหาเทพทั้งสามจำต้องแบ่งแยกหน้าที่มอบหมายยิบย่อยให้พวกเขาไปดูแล ไม่ว่าจะเป็น เทพต้นสน เทพน้ำค้าง เทพปลาตะเพียน เทพกระต่าย เทพเตาไฟ เทพตะเกียง สารพัดเทพ กลายเป็นปัญหาใหญ่หลวงในการแต่งตั้งมอบหมายงานในทุก 3.000 ปี

“หา!! 384 ผลเชียวหรือ แล้วเราจะมอบตำแหน่งเทพอันใดให้พวกเขากันหวาดไหวเล่านั่น! ข้าคิดไม่ออกแล้วนะว่าแต่งตั้งเทพอะไรเพิ่มขึ้นได้อีก!”

“ข้าเองก็ขุดเอาพืช ผักผลไม้ออกมาแต่งตั้งเทพประจำตัวจนแทบจะหมดแล้ว จบงานท้อสวรรค์ครั้งนี้ข้าคงต้องทุ่มเทแรงใจสรรค์สร้างพืชพรรณชนิดใหม่ๆ ออกมาแล้วกระมัง" มหาเทพมู่ซีลอบถอนใจเบาๆ

มหาเทพสิงเทียนนั่งฝั่งเงียบๆ แต่ใบหน้าของเขาเขียวคล้ำจนเป็นสีผัก เขาเป็นมหาเทพแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง เวลานี้ไม่ว่าสัตว์เทพ สัตว์บก สัตว์น้ำ ก็แต่งตั้งเทพผู้พิทักษ์ไว้จนเกือบหมดแล้ว จะเป็นไรหรือไม่หากจะมีเทพไส้เดือน เทพกิ้งก่าอะไรเทือกนั้น มหาเทพสูงวัยผู้น่าเกรงขามรู้สึกกระอักกระอ่วนเหลือจะกล่าว

จะยับยั้งขีดจำกัดของท่านเซียนทั้งหลายเอาไว้ก็ใช่ที่ กว่าพวกเขาจะบำเพ็ญเพียรกันมาได้ก็นานหลายพันปี ความหวังสูงสุดย่อมเป็นการได้เป็นเทพอยู่แล้ว หรือจะให้ไปตัดต้นท้อทั้ง 12 ต้นนั้นทิ้งก็ไม่ได้เช่นกัน ท้อสวรรค์เป็นผลไม้ศักดิ์สิทธิ์มีมาตั้งแต่สมัยบรรพกาล และหากคิดตัดจริงๆ ตนก็คงต้องเปิดสงครามกับมหาเทพมู่ซีมหาเทพแห่งมวลพฤกษาเป็นแน่

เรื่องสำคัญที่สุดก็คือ พวกเขาทั้งสามไม่อาจเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของตนได้ว่ากำลังทนทุกข์เพียงใด ผลท้อสวรรค์เปรียบเสมือนของล้ำค่าที่เหล่าเซียนอยากได้มาครอบครอง บรรดาเทพที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้วทุกองค์ก็ภาคภูมิใจกับหน้าที่ของตนกันอย่างไร้ข้อกังขา

ดังนั้นการมอบท้อสวรรค์ในทุก 3,000 ปี มหาเทพทั้งสามจึงให้ความสำคัญและจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้ได้รับผลท้อ ไม่อาจทำลายความเชื่อมั่นและความฝันอันสูงส่งของเหล่าเทพและเซียนบนสวรรค์ได้ลงคอ

“ได้เวลาแล้ว ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ”

เทพนกขุนทองส่งเสียงแหลมเป็นสัญญาณ ทำให้บทสนทนาของท่านมหาเทพต้องหยุดลงพร้อมกับเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้เหมาะสมกับวันแห่งความหวังของเหล่าเซียนสวรรค์ทั้งหลาย

เมื่อเสียงเบื้องล่างเงียบสงบลงมหาเทพมู่ซีจึงเคลื่อนกายออกไปลอยอยู่เบื้องหน้าเซียนสวรรค์นับหมื่น

"อย่างที่พวกท่านรู้ หากพวกท่านจะก้าวข้ามไปสู่ขั้นเทพได้ ท่านต้องบำเพ็ญเพียรสะสมอายุขัยให้มากพอ ซึ่งบางคนอาจจะต้องใช้เวลายาวนานหลายหมื่นปี และการได้กินผลท้อสวรรค์จากเกาะแก้วของข้าก็เป็นทางลัดทางหนึ่ง”

น้ำเสียงหวานอันทรงพลังของมหาเทพมู่ซี สร้างบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์กับเหล่าเซียนเบื้องล่าง แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมาสักคนด้วยความตื่นเต้น

“ครั้งนี้ท้อสวรรค์ออกผลมาทั้งหมด 384 ผล เราจะใช้การคัดเลือกแบบเดิม ขอให้ทุกท่านจงโชคดี”

เสียงสูดหายใจเข้าของเซียนสวรรค์ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเยาว์เบื้องล่างดังขึ้นพร้อมกันด้วยความตื่นเต้น หลายคนเข้าร่วมการคัดเลือกมาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เคยได้รับเลือก ได้แต่พยายามฝึกฝนบำเพ็ญเพียรเพิ่มอายุขัยของตนเองรอโอกาสดีงามเช่นนี้มาโดยตลอด

เมื่อมหาเทพมู่ซีกล่าวจบ ทูตสวรรค์ในรูปลักษณ์ผีเสื้อเกล็ดแก้วบางใสจำนวน 384 ตัว ก็โบยบินออกมาจากหมู่เมฆโดยรอบ เพื่อทำการคัดเลือกโดยการเสี่ยงจับคู่ เมื่อผีเสื้อเกล็ดแก้วไปเกาะที่ผู้ใด ผู้นั้นก็จะได้รับผลท้อไปคนละ 1 ผล

เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจ เสียงแสดงความยินดี รวมทั้งเสียงร่ำร้องด้วยความเสียใจของผู้ที่ผิดหวัง ค่อยๆ ดังขึ้นมาจากกลุ่มท่านเซียนเป็นระลอก จนในที่สุดผีเสื้อเกล็ดแก้วก็คัดเลือกผู้โชคดีทั้ง 384 คนได้จนครบ

มหาเทพมู่ซีจัดการส่งกลีบดอกไม้นานาชนิดให้โปรยลงมาจากฟากฟ้าเบื้องบน สร้างบรรยากาศแห่งความเป็นมงคล มหาเทพฮ่าวเทียนยังปล่อยให้สายรุ้งหลายสายวิ่งผ่านไปทั่วฟ้า ท่านเทพสัตว์ต่าง ๆ แปลงกายเป็นสัตว์สวรรค์ร้องคำรามก้องเพื่อร่วมแสดงความยินดี

ภาพการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ตระการตาเหล่านี้ทำให้ท่านเซียนผู้ได้รับผลท้อรู้สึกถึงการต้อนรับเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของแดนสวรรค์อย่างแท้จริง และยังกระตุ้นเหล่าเซียนที่เหลือให้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรเข้าสู่การเป็นเทพมากกว่าเดิม

ทั้งหมดนี้แทบจะไม่มีผู้ใดรู้ตัวเลยสักนิดว่าเทพสวรรค์ว่างงานกันจนเหงา พอมีงานมอบท้อสวรรค์ที่เกาะแก้วของมหาเทพมู่ซี จึงมาร่วมงานกันคับคั่ง เร่งแสดงอิทธิฤทธิ์ออกมาให้เชยชมกันเพราะปกติก็ไม่ค่อยได้แสดงฝีมืออันใดออกมา

“เชิญท่านเซียนที่ได้รับการคัดเลือกพาผีเสื้อของพวกท่านมารับผลท้อของท่านไปเสีย เมื่อท่านกินผลท้อไปแล้วท่านจะมีอายุขับเพิ่มขึ้นแต่ยังคงต้องฝึกฝนและต้องเรียนรู้กับท่านเทพอาวุโสในสายงานที่ถูกจะถูกมอบหมายจึงจะสำเร็จเป็นเทพได้”

มหาเทพมู่ซีนายหญิงแห่งพฤกษากวาดมือรอบหนึ่ง เถาวัลย์สีเขียวก็แทงยอดออกมาจากก้อนเมฆใต้เท้าของนาง เลื้อยพันขึ้นเป็นต้นเถาวัลย์ขนาดใหญ่ ภายในฝักสีชมพูของเถาวัลย์ค่อยๆ คลี่ออกและในนั้นบรรจุผลท้อสีทองอร่ามจำนวน 384 ผลเอาไว้ ผลท้อสวรรค์สีทองส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์แผ่กระจายไปทั่ว ไม่ว่าผู้ใดก็ต้องรีบสูดหายใจเข้าเพื่อรับเอากลิ่นอายแห่งความเป็นมงคลเข้าไปกักเก็บไว้ในร่าง

การแจกผลท้อสวรรค์เริ่มดำเนินไปอย่างช้าๆ พร้อมกับมีทูตสวรรค์ในคราบของผีเสื้อเกล็ดแก้วอีกหลายพันตัว บินออกมาแจกผลท้อธรรมดาสีชมพูอ่อนจากเกาะแก้วให้กับผู้มาร่วมงานกันถ้วนหน้า

และในที่สุดก็ถึงการมอบผลท้อสวรรค์ผลที่ 384 ซึ่งเป็นผลสุดท้าย เซียนหนุ่มท่าทางองอาจในเครื่องแต่งกายสีน้ำเงินขาวเดินมาถึงเบื้องหน้ามหาเทพมู่ซีพร้อมกับผีเสื้อเกล็ดแก้วของเขา

หายไปหนึ่ง

“คนสุดท้ายแล้วสินะ ท่านเซียนมีนามว่ากระไร” มหาเทพมู่ซีต้องการจบขั้นตอนการแจกจ่ายผลท้อสวรรค์ให้แล้วเสร็จ นางจงใจเอ่ยถามนามของท่านเซียนหนุ่มด้วยเสียงอันดัง เพื่อเรียกความสนใจจากเทพและเซียนทั้งหมดกลับมาที่ตนและเซียนหนุ่มตรงหน้า

“ข้าผู้น้อยนามหลวนหลง ตั้งมั่นบ่มเพาะพลังอยู่ในสายเทพมังกรขอรับ”

“สายสัตว์เทพเช่นนั้นหรือ ดีจริง ท่านเซียนองอาจสง่าผ่าเผยเลือกการฝึกฝนได้เหมาะสมดีจริงๆ” มหาเทพมู่ซีย่อมพึงพอใจเป็นพิเศษหากจะมีเทพในสายสรรพสัตว์มากขึ้น เพราะนางไม่รู้จะรับท่านเซียนหน้าใหม่สายพฤกษาและพืชพรรณไว้ในตำแหน่งอะไรแล้ว

ยังไม่ต้องนับอีกว่าท่านเซียนหนุ่มผู้นี้เลือกบ่มเพาะพลังเฉพาะเจาะจงในสายเทพมังกร การจัดหน้าที่ให้เขาก็ยิ่งสะดวกง่ายดายสำหรับมหาเทพสิงเทียนอีกด้วย

“ท้อสวรรค์ผลสุดท้ายในรอบ 3,000 ปีเป็นของท่านแล้ว ท่านเซียนหลวนหลง” มหาเทพมู่ซีเอื้อมมือไปยังฝักสีชมพูอ่อนของเถาวัลย์ต้นใหญ่ด้านข้าง

แต่นางกลับไม่พบอะไร..

มหาเทพผู้งดงามหันกลับไปมองในฝักของเถาวัลย์ พลิกคว่ำพลิกหงายดูอยู่อีกหลายรอบนางกลับไม่พบท้อสวรรค์ผลสุดท้ายตามต้องการ

“ท้อสวรรค์หายไปหนึ่งผล!” เสียงอุทานด้วยความตกใจของมหาเทพมู่ซีดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับเทพและเซียนรวมทั้งมหาเทพอีกสองท่านไม่น้อย

“บนแดนสวรรค์ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้มาก่อน ผู้ใดกันที่ขวัญกล้าคิดขโมยสิ่งของบนแดนสวรรค์!!”

“ช้าก่อนมหาเทพสิงเทียน ท่านอย่าเพิ่งบันดาลโทสะไป บนเกาะแก้วของข้าถูกป้องกันไว้แน่นหนาไม่มีผู้ใดข้ามไปได้ง่าย” มหาเทพมู่ซียับยั้งโทสะของมหาเทพสิงเทียนเอาไว้ไม่ให้วู่วาม

“คนนอกไม่สามารถข้ามไปได้ เช่นนั้นท่านมหาเทพคงคิดว่าเป็นคนในล่ะสินะ” มหาเทพสิงเทียนเริ่มร้อนใจ ผู้ที่เข้าออกเกาะแก้วสถานที่เพาะปลูกท้อสวรรค์ได้ มีทูตสวรรค์ซึ่งเป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้บ่มเพาะสายสรรพสัตว์ภายใต้การปกครองของตนอยู่ด้วย

มหาเทพมู่ซีหลุบตาลงต่ำ นอกจากผีเสื้อเกล็ดแก้วที่นางปล่อยให้เข้าออกเกาะแก้วได้โดยอิสระ ก็ยังมีเซียนน้อยเหยาจีอยู่อีกหนึ่งคน แต่เด็กนั่นจะกล้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นการขโมยท้อสวรรค์ไปกินเชียวหรือ

“ข้ารู้จักทูตสวรร์ผู้ซื่อสัตย์เหล่านั้นดีท่านมหาเทพสิงเทียน ข้าคิดว่าไม่ใช่พวกเขาหรอกที่เอาผลท้อสวรรค์ของข้าไปข้ารับเอาเซียนน้อยวัยเยาว์ผู้หนึ่งไว้ทำงานที่เกาะแก้ว บางทีนางอาจจะให้คำตอบนี้กับข้าได้” กล่าวจบมหาเทพมู่ซีก็ปล่อยผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งให้ไปตามเซียนน้อยออกมาจากสวนท้อของตน

เหตุการณ์ท้อสวรรค์สูญหายเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับเทพเซียนทุกคนเบนแดนสวรรค์ อย่าว่าแต่ผลท้อสวรรค์ที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้เลย แดนสวรรค์ข้าวของเล็กน้อยที่ไม่มีค่าก็ไม่เคยสูญหายมาก่อน

ทุกสายตาเฝ้ารอคอยการปรากฏตัวของเซียนน้อยเหยาจี ผู้ที่น่าจะให้คำตอบได้ดีที่สุดในเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ เพราะในระหว่างที่รอ มหาเทพมู่ซียังได้เปิดเผยหน้าที่มอบหมายของเหยาจีบนเกาะแก้ว ว่านางจะเป็นผู้ดูแลต้นท้อทุกต้นบนเกาะและเป็นผู้นับจำนวนผลท้อทุกผลมารายงานกับท่านมหาเทพโดยตรง

บนเกาะมีทั้งท้อธรรมดา ท้อโอสถ และท้อสวรรค์ ซึ่งต้นท้อธรรมดาและท้อโอสถมีจำนวนมากออกผลมาให้นับไม่หวาดไม่ไหว มหาเทพมู่ซีจึงไม่ได้สนใจรายละเอียดของพวกมันมากนัก

แต่สำหรับผลท้อสวรรค์ มหาเทพมู่ซีจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนยามที่ผลท้อเพิ่งเติบโตเป็นผลเล็กๆ นางเคยไปนับจำนวนของพวกมันร่วมกับผีเสื้อเกล็ดแก้วผู้ติดตามหลายตน จากนั้นก็ปล่อยให้เหยาจีดูแลต่อไป

กระทั่งถึงวันที่ต้องเก็บเกี่ยว ก็เป็นผีเสื้อเกล็ดแก้วที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด 7 ตนกับเหยาจีเท่านั้นที่ช่วยกันนำท้อสวรรค์มาเก็บไว้ในฝักของเถาวัลย์เขียว ทูตสวรรค์ในคราบของผีเสื้อเกล็ดแก้วเป็นทูตที่ได้รับการยกย่องว่าซื่อสัตย์เป็นอันดับหนึ่ง ไม่มีผู้ใดเชื่ออยู่แล้วว่าพวกเขาจะขโมยมัน ผู้ต้องสงสัยเพียงหนึ่งเดียวย่อมเป็นเหยาจี

ไม่นานนักร่างเล็กของเด็กสาวอายุเทียบเคียงกับมนุษย์ก็ราว 11-12 ปี ลอยตามผีเสื้อเกล็ดแก้วออกมาจากสวนท้อเข้ามายังวิมานแก้ว ใบหน้าไร้เดียงสาและแววตากระจ่างใสบริสุทธิ์ของเซียนน้อย ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจทำใจกล่าวหานางได้ลงคอ ทั้งยังเริ่มมีความคิดว่าน่าจะมีปัญหาบางประการเกิดขึ้นกับผลท้อสวรรค์และเซียนน้อยในชุดสีชมพูผู้นี้อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นได้

“เหยาจี ข้าจำได้ว่าเมื่อสองพันปีก่อนพวกเราหลายคนช่วยกันนับผลท้อสวรรค์ไว้ถี่ถ้วนดีแล้วมิใช่หรือ? เจ้าจำได้หรือไม่ว่ามันมีทั้งหมดกี่ผล” มหาเทพมู่ซีตั้งคำถามประเมินสถานการณ์ดูก่อน

“จดจำได้เจ้าค่ะ ท้อสวรรค์สีทองมีทั้งหมด 384 ผลเจ้าค่ะท่านมหาเทพ”

มหาเทพมู่ซีเสียอาการไปเล็กน้อย นางหวังเหลือเกินว่าเหยาจีจะตอบว่ามีเพียง 383 ผล หากว่าเป็นการนับจำนวนผิดพลาดนางยังพอจะรับเอาความผิดไว้เอง จะได้ไม่ต้องมีการไต่สวนกันให้มากความ แต่เหยาจีกลับยืนยันว่ามี 384 ผล นั่นหมายความว่าผลท้อสวรรค์หายไปจริงๆ

“เซียนน้อยเหยาจี ได้ยินว่าเจ้าเป็นผู้ดูแลผลท้อทุกผลบนเกาะแก้วเพียงผู้เดียวใช่หรือไม่” มหาเทพสิงเทียนยังต้องการยืนยันความบริสุทธิ์ของผีเสื้อเกล็ดแก้วในสังกัดของตน แม้ไม่อยากจะคาดคั้นเอาความกับเซียนน้อยแต่เรื่องนี้จะทำให้ชื่อเสียงของผีเสื้อเกล็ดแก้วเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ได้เป็นอันขาด

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ผีเสื้อเกล็ดแก้วไม่ได้รับอนุญาตให้คืนร่างในยามที่อยู่บนเกาะแก้วเว้นแต่จะมีท่านมหาเทพมู่ซียืนอยู่ด้วย ดังนั้นตลอดมาข้าจึงเป็นผู้ดูแลและสัมผัสผลท้อทุกชนิดทุกผลได้เพียงผู้เดียว”

สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ขมวดคิ้วแน่นตามกัน พวกเขาชื่นชมกับความซื่อสัตย์ของเซียนน้อย แต่คำตอบของนางยามนี้เท่ากับว่านางยอมรับว่าตนเป็นผู้กระทำผิดพลาดใช่หรือไม่

โดยเฉพาะกับมหาเทพมู่ซี ที่นางรับเอาเซียนน้อยเหยาจีมาไว้บนเกาะก็เพราะเห็นว่าเหยาจีมีความสามารถพิเศษในเรื่องการเพาะปลูกเหมาะสมที่จะบ่มเพาะพลังในสายเทพพฤกษา

ที่สำคัญที่สุดคือร่างกายของเหยาจีมีกลิ่นอายบางประการที่สัมพันธ์กับต้นท้อ แม้แต่ท้อสวรรค์ที่เพาะปลูกได้ยากเย็นก็สามารถเริ่มเพาะปลูกได้ด้วยฝีมือของเซียนน้อยเหยาจีถึง 3 ต้นเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้มหาเทพมู่ซีจึงยังไม่เคยยกตำแหน่งเทพผลท้อให้กับเทพหน้าใหม่คนใด ตั้งใจเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้เหยาจีเป็นการเฉพาะ แต่ยามนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเซียนน้อยใสซื่อบริสุทธิ์ผู้นี้กัน?

“ท่านมหาเทพทั้งสาม ข้ารู้ว่าท่านเรียกตัวข้าออกมาจากเกาะด้วยเหตุใด ข้ายอมรับผิดเองเจ้าค่ะ ผลท้อสวรรค์ที่หายไปเป็นข้าที่กินมันไปแล้ว ขอพวกท่านลงโทษข้าด้วย”

เสียงฮือฮากระซิบพูดคุยกันดังลั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ มีทั้งตำหนิเซียนน้อยที่ภายนอกบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแต่ไม่อาจรู้ลึกถึงจิตใจ บ้างก็คิดว่านางอาจรับผิดแทนผู้อื่น และเสียงส่วนใหญ่ก็เป็นการแสดงความเสียใจกับเซียนหนุ่มหลวนหลงที่อุตส่าห์ได้รับเลือกแต่กลับต้องมาผิดหวังเอาตอนจบ

“เหยาจีมีผู้ใดข่มขู่ให้เจ้ารับผิดแทนหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เจ้าจะถูกลงโทษในสถานหนักเลยทีเดียวนะ บอกพวกเรามาเราสามคนจะให้ความยุติธรรมแก่เจ้าเอง”

“ไม่มีผู้ใดบังคับข้าได้เจ้าค่ะท่านมหาเทพทั้งสาม ข้าต้องขอโทษผีเสื้อเกล็ดแก้วทุกตัวด้วยซ้ำที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองเพราะข้า แต่เป็นข้าที่แอบกินทั้งผลท้อธรรมดา ผลท้อโอสถบนเกาะมามากมายมายาวนาน และสุดท้ายก็ห้ามใจไม่ไหวเด็ดผลท้อสวรรค์มากัดกินไปตั้งแต่เมื่อ 1,000 ปีก่อนในยามที่มันยังสุกไม่เต็มที่เจ้าค่ะ”

คำสารภาพที่เด็ดเดี่ยว แววตาที่มองตอบกลับมายังท่านมหาเทพทั้งสามของเหยาจีเต็มไปด้วยความจริงทุกประการ จนแม้แต่มหาเทพมู่ซีที่คิดจะปกป้องเหยาจีเอาไว้ก็ต้องยอมจำนนกับคำกล่าวที่ออกมาจากใจไร้การโป้ปดนั้น

“กฎย่อมเป็นกฎ เจ้าทำผิดครั้งใหญ่เลยทีเดียวเด็กน้อย โทษของเจ้าก็คือการถูกขับออกจากสวรรค์และต้องไปอยู่ในแดนมนุษย์!!"

รับโทษ

ผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งรีบคืนร่างมาเป็นเด็กหนุ่มยืนอยู่เคียงข้างเซียนน้อยเหยาจีด้วยใบหน้าร้อนรน

“แดนสวรรค์ มนุษย์และปีศาจไม่ได้เชื่อมต่อกันมาเนิ่นนาน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรบ้างแล้ว เหยาจียังเล็กนางไม่รู้ความขับไล่นางลงไปนางจะใช้ชีวิตอยู่เช่นไรขอรับท่านมหาเทพ”

ทูตสวรรค์สี่เสินรู้ดีว่าการลงโทษโดยการขับไล่หาใช่การเกิดใหม่ แต่เหยาจีสหายของตนจะถูกส่งลงไปในรูปลักษณ์ของเด็กหญิงวัย 11 ปีเช่นนี้โดยถูกกำหนดตัวตนขึ้นมาใหม่เท่านั้น นางอาจกลายเป็นบุตรสาวของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง หรืออาจจะปรากฏตัวเป็นคนเร่ร่อนไร้ญาติพี่น้องในแดนทุรกันดาร หากเป็นเช่นนั้นเหยาจีก็ต้องลำบากไม่น้อย

เสียงพูดคุยรอบวิมานแก้วเงียบสนิท ทุกคนต่างมีความคิดที่แตกต่างกันไป ทั้งสงสารเหยาจี ทั้งเห็นควรกับบทลงโทษ และแน่นอนที่สุดพวกเขาพยายามคิดถึงเรื่องราวของแดนมนุษย์ที่เวลานี้แทบจะกลายเป็นสถานที่แปลกใหม่สำหรับพวกตนไปเสียแล้ว

“ข้าน้อยอยู่กับนางเกือบจะตลอดเวลา แต่ยังปล่อยให้นางกระทำความผิดต่อหน้าได้ ข้าก็จะขอรับโทษขับไล่ออกจากแดนสวรรค์ไปพร้อมกับนางขอรับ ขอท่านมหาเทพทั้งสามได้โปรดลงโทษข้าน้อยด้วย” สี่เสินคุกเข่าลงเบื้องหน้ามหาเทพทั้งสาม

มหาเทพมู่ซีขยับร่างเล็กน้อย นางรู้ดีว่าทูตสวรรค์สี่เสินเพิ่งจะออกจากการจำศีลบนเกาะแก้ว ระหว่างที่เกิดเรื่องเขาไม่ได้อยู่ข้างกายเหยาจีแต่อย่างใด แต่ด้วยความเป็นห่วงเซียนน้อยนางจำต้องกัดฟันหุบปากไว้ให้สนิท หากมีสี่เสินอีกคนเซียนน้อยเหยาจีก็ยังมีคนดูแล

เหยาจีตัวน้อยหันขวับมายังสหายที่ทำตัวเป็นพี่ชายนางมาโดยตลอดด้วยความไม่เข้าใจ นางขยับปากจะกล่าวคำคัดค้านว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีความผิด แต่สี่เสินก็เอื้อมมือมาบิดขานางเอาไว้เบาๆ พร้อมทั้งขยิบตาไม่ให้นางผู้อะไรออกมา

การกระทำที่มีพิรุธของทั้งคู่อยู่ในสายตาของหลวนหลงที่จับจ้องเหยาจีเอาไว้โดยตลอด เดิมทีเขาก็เหมือนคนอื่นที่ไม่เชื่อว่าเซียนน้อยผู้ไร้เดียงสาจะขโมยผลท้อไป พอได้ยินคำสารภาพจากนางก็ยังตกใจอยู่ไม่น้อย แต่ภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่ผิดปกติอยู่

หากทูตสวรรค์สี่เสินเป็นผู้ขโมยผลท้อ แล้วเหยาจีรับผิดแทน สี่เสินก็ไม่ควรแสดงตัวออกมารับโทษ หรือหากเหยาจีทำความผิดจริง นางก็สมควรจะต้องแสดงความหวั่นเกรงบางอย่างออกมาบ้าง

แต่เมื่อครู่เซียนน้อยเหยาจีเพิ่งจะส่งสายตาขอโทษขอโพยมายังตน ประกายตาที่วาบไหวครู่หนึ่ง เขาถึงกับรู้สึกว่านางพึงพอใจกับคำตัดสินโทษของตนด้วยซ้ำ

“เหมาะสมแล้ว ผีเสื้อเกล็ดแก้วแม้จะไม่มีหน้าที่โดยตรงในการรับผิดชอบผลท้อ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงใกล้ตัวไม่อาจปกป้อง ข้ายินยอมปล่อยให้เขารับโทษไปพร้อมกับเซียนเหยาจี” มหาเทพสิงเทียนตัดสินใจเด็ดขาด

เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดคัดค้านต่อ ก็เป็นหน้าที่ของเทพนกขุนทองดังเดิมที่ป่าวประกาศโทษของเซียนเหยาจีกับทูตสวรรค์สี่เสินผู้ใกล้ชิดนางด้วยเสียงอันดัง ก่อนจะนำทางทุกคนไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เส้นทางลงไปสู่แดนมนุษย์ที่ไม่มีผู้ใดผ่านเข้าออกมาเนิ่นนาน

“ผ่านบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว เจ้าจะยังมีความทรงจำเดิมบนแดนสวรรค์อยู่เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าเหตุใดเจ้าจึงต้องลงไปทนทุกข์ยังแดนมนุษย์ แต่อายุขัยที่เจ้ากินผลท้อสวรรค์ รวมทั้งอิทธิฤทธิ์ความสามารถที่สั่งสมมาจะถูกริบคืนมาทั้งหมด จากนี้ต่อไปเจ้าต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ รับโทษของพวกเจ้าเสีย”

สิ้นคำกล่าวของมหาเทพฮ่าวเทียน เหยาจีกับสี่เสินก็พยักหน้าให้กันแล้วกระโดดลงไปในบ่อน้ำศักดิ์ฺสิทธิ์ขนาดกว้างใหญ่ทันทีโดยไม่ลังเล

“เซียนหลวนหลง เรื่องนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมเป็นเจ้า ข้าไม่อาจหาผลท้อสวรรค์มาชดเชยเจ้าได้ในเวลานี้ หากเจ้ามีความต้องการอื่นใดที่จะเรียกร้อง ก็ขอให้กล่าวออกมา”

หลวนหลงรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง เขายังอยู่ในชั้นเซียนความปรารถนาเดียวก็มีเพียงการกลายเป็นเทพ ก่อนจะได้เป็นเทพก็ต้องสะสมอายุขัยให้เพียงพอ แล้วเขาเรียกร้องขออายุขัยที่เพิ่มขึ้นได้จากผู้ใดกันเล่า ในเมื่อเรื่องนี้ทำได้เพียงการบำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง หรือการกินผลท้อสวรรค์เท่านั้น

“เวรแล้ว!!"

เสียงร้องดังของเทพโอสถดึงสติหลวนหลงให้หลุดออกจากภวังค์ของตน

“นางยังไม่ได้ส่งมอบเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์กลับคืนมา!”

เมื่อกินผลท้อสวรรค์ไปแล้ว เซียนผู้ได้รับเลือกต้องคืนเมล็ดท้อสวรรค์ให้กับมหาเทพมู่ซีเพื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีไว้เพาะปลูกต่อ ส่วนที่เหลือก็จะถูกนำมาส่งมอบให้กับเทพโอสถเพื่อนำไปทำเป็นส่วนประกอบของโอสถได้หลายชนิด

เหล่าทวยเทพเริ่มหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก หากเมล็ดท้อสวรรค์ที่เหยาจีนำติดตัวไปด้วยเป็นเมล็ดที่เพาะปลูกขึ้นมาได้เล่า? ใช่ว่าต่อไปในแดนมนุษย์จะมีต้นท้อสวรรค์ขึ้นมาอีกหนึ่งต้นหรือไม่?

“ผีเสื้อเกล็ดแก้ว! กลับไปค้นหาให้ทุกซอกทุกมุมบนเกาะ นางอาจจะเตรียมเมล็ดไว้เพาะพันธุ์ต่อแล้วก็เป็นได้!” มหาเทพสิงเทียนรีบออกคำสั่ง

เทพนกและสัตว์อื่นที่บินได้สยายปีกออกไปบินว่อนปกคลุมทุกพื้นที่ของปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ สายตาของพวกเขามองไม่เห็นแม้แต่เงาของเหยาจีและสี่เสิน จะบินตามลงไปสักเล็กน้อยก็ไม่กล้า หากข้ามผ่านบ่อน้ำแห่งนี้ไปแล้วพวกตนคงต้องไปจุติในโลกมนุษย์เช่นเดียวกับนาง

ผ่านไปครู่ใหญ่ผีเสื้อเกล็ดแก้วก็ทยอยบินกลับมา ผีเสื้อเกล็ดแก้วตัวหนึ่งกลายร่างออกมาแจ้งข่าวร้ายโดยพลัน

“ไม่มีเลยเจ้าค่ะ พวกเราหากันจนทั่วแล้ว”

“ไม่ได้การแล้ว หากเมล็ดพันธุ์จากสวรรค์ถูกนำไปเพาะปลูกเบื้องล่างจะส่งผลอย่างไรพวกเราไม่อาจล่วงรู้ได้ มหาเทพมู่ซีเพิ่งจะเพาะปลูกต้นท้อสวรรค์ได้สำเร็จมาไม่นาน เป็นไปได้ว่าเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ก็จะสามารถขยายพันธุ์ได้ดีเสียด้วยสิ” มหาเทพฮ่าวเทียนเริ่มเป็นกังวลมากขึ้นกว่าเดิม

“เราต้องส่งคนลงไปตามหานาง แล้วเอาเมล็ดพันธุ์กลับคืนมาให้ได้” มหาเทพสิงเทียนนั่งไม่ติดพื้นเช่นกัน

“ข้าอาสาจะตามลงไปเองขอรับ ท้อสวรรค์ผลนั้นเดิมทีก็ควรเป็นของข้า” หลวนหลงอาสาออกมาท่ามกลางความไม่เข้าใจของเหล่าทวยเทพ

“เซียนหลวนหลง เจ้าคงเสียใจจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง เจ้าสามารถขอสิ่งชดเชยจากมหาเทพเช่นเราได้มากมายหลายประการ แต่กลับเลือกจะลงไปแดนมนุษย์เพื่อตามหาเมล็ดพันธุ์ยินยอมที่จะสูญเสียพลังอำนาจที่สั่งสมมาเช่นนั้นหรือ?” มหาเทพสิงเทียนรีบร้องห้าม

หลวนหลงก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตนเองตัดสินใจเช่นนั้นไปได้อย่างไร เขาสามารถขอสิทธิ์รับผลท้อสวรรค์ในรอบ 3,000 ปีข้างหน้าได้ด้วยซ้ำ แต่ความสงสัยใคร่รู้ในตัวเซียนน้อยเหยาจีทำให้เซียนหนุ่มรู้สึกตื่นเต้น

อีกอย่างใช่ว่าเขาไม่เคยสังเกต เมื่อเลื่อนขั้นไปเป็นเทพแล้ว ชีวิตในฐานะเทพของทุกคนดูเหงาๆ ชอบกล ออกไปเผชิญหน้ากับความท้าทายที่แปลกใหม่ก็น่าสนใจดีไม่น้อย

“ข้าน้อยมีความประสงค์เช่นนั้นจริงๆ ขอรับท่านมหาเทพ หากพวกท่านไม่อนุญาตข้าก็จะขอใช้สิทธิ์ที่พวกท่านจะชดเชยข้อผิดพลาดในวันนี้เป็นการขอให้ส่งตัวข้าลงไปอยู่ดีขอรับ”

ในขณะที่เซียนหลวนหลงคิดไปทาง ท่านเซียนอีกหลายคนก็มีความคิดไปอีกทาง พวกเขาพลาดจากการคัดเลือกในวันนี้ และต้องรออย่างน่าเบื่อไปอีก 3,000 ปี จึงจะได้ลุ้นเสี่ยงดวงใหม่ แล้วถ้าเซียนน้อยเหยาจีเก็บเอาเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์ไปปลูกยังแดนมนุษย์ได้สำเร็จจริงๆ เล่า!! คนกลุ่มแรกที่ลงไปก่อนย่อมมีโอกาสได้รับผลท้อด้วยมิใช่หรือ

เซียนหนุ่มสาวหลายคนมองไปยังหลวนหลงด้วยสายตาชื่นชม เชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงมีความคิดเช่นเดียวกันกับพวกตนและยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการขอลงไปตามหาเมล็ดพันธุ์เสียอีก

“ข้าก็อาสาจะลงไปยังแดนมนุษย์เพื่อค้นหาเมล็ดพันธุ์ท้อสวรรค์ด้วยขอรับ/เจ้าค่ะ” เซียนสวรรค์กลุ่มใหญ่กล่าวออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...