โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"CPALL" เปิด 3 เหตุผล หนุนโตเฉลี่ยช่วง 3 ปี ราว 12%

ทันหุ้น

อัพเดต 26 เม.ย. 2567 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2567 เวลา 03.48 น.

#ทันหุ้น - บล.เอเอสแอล จำกัด ส่องหุ้น CPALL ฝ่ายวิจัยเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยความน่าสนใจ 1) นโยบายภาครัฐช่วยสนับสนุน ทั้งจากงบประมาณประจำปี และโครงการต่างๆ ที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อเช่น โครงการ Digital wallet 2) การจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลต่างๆ สนับสนุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศช่วยกระตุ้นแรงซื้อทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวช่วยเพิ่มเม็ดเงินและสภาพคล่องและบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย 3)ได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกร้านค้าสะดวกซื้อ (7-eleven) ที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ

ปัจจัยหนุนจากนโยบายรัฐ ฝ่ายวิจัยคาดกลุ่มค้าปลีกอุปโภคบริโภค (Consumer Staples) จะมีแรงหนุนกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งได้แรงผลักดันจากนโยบายภาครัฐซึ่งช่วยเพิ่มเม็ดเงินในตลาดซึ่งส่งผล เช่น (1) การอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 2567 และต่อเนื่องไปปี 2568 (2) โครงการ Digital wallet ที่คาดจะเริ่มใช้ได้ใน Q4/67 (3) การกลับมาของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาด COVID-19 โดยมีแรงสนับสนุนจากการให้สิทธิ ฟรี Visa กับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆตามเทศกาล เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติเห็นได้จากกิจกรรมวันสงกรานต์โดยคาดว่า CPALL จะได้ประโยชน์ทางตรงมากกว่ากลุ่มฯโดยเฉพาะโครงการ Digital wallet ที่บริษัทสามารถเข้าร่วมโครงการร้านขนาดเล็กได้โดยมีสาขารองรับมากที่สุดในประเทศ

พัฒนาสินค้า-ขยายสาขาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง CPALL และ CPAXT ยังคงแผนการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าโดยการพัฒนาสินค้ารวมถึงรูปแบบของสาขา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันยอดขาย เช่น CPALL ได้มีการเพิ่มสินค้าในรูปแบบของ RTE (Ready To Eat) ให้มีความหลากหลายมากขึ้น และคงแผนการขยายสาขาต่อเนื่องปีละ 700 สาขา โดยคาด ณ สิ้นปี 2567 จะมีสาขา 7-eleven โดยรวม 1.5 หมื่นสาขา เช่นเดียวกับ CPAXT ในส่วนของ MAKRO มีการปรับเปลี่ยนสินค้าอาหารเพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้า Frozen และสินค้าอาหารสำเร็จรูปให้มีความหลากหลาย ขณะเดียวกันมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของสาขาในรูปแบบใหม่มากขึ้นเช่น Hybrid Model เป็นการมีรวมกันระหว่าง MAKRO และ LOTUS

ราคาเหมาะสม 72 บาท ประเมินราคาเหมาะสม ปี 2567 ที่ 72 บาทต่อ หุ้น ด้วยวิธี DCF ( WACC 6.7% ,TG 3%) โดยมีส่วนต่างเทียบกับราคาปัจจุบัน 25% ปัจจุบัน CPALL ซื้อขายในระดับ PER ที่ –1.5SD อยู่ที่ 27 เท่า ลดลง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย PE ย้อนหลัง 5 ปีที่ 35 เท่า เราคาดประเด็นหนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของประกอบการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐและการกลับมาของนักท่องเที่ยว คาดบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย(CAGR) ในช่วง 3 ปี (2567-2569) ราว 12%

ปัจจัยเสี่ยง: 1) ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กำลังซื้อน้อยกว่าที่คาด 2) ผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเช่นการเกิดสงครามในต่างประเทศ อาจมีผลต่อการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวลดลง และผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่น้อยกว่าคาด 3) การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองส่งผลกระทบต่อภาพรวมและความล่าช้าของนโยบายภาครัฐ

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...