ดูวิธีสำเร็จโทษเจ้านายสมัยก่อน นอกจาก 'ท่อนจันทน์' ยังมี 'ใส่หลุมอดอาหาร' และ วิธีพิสดารอื่นๆ
ดูวิธีสำเร็จโทษเจ้านายสมัยก่อน นอกจาก ‘ท่อนจันทน์’ ยังมี ‘ใส่หลุมอดอาหาร’ และวิธีพิสดารอื่นๆ
ในละครเรื่อง “พรหมลิขิต” เมื่อคืนวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการกล่าวถึง “วัดโคกพระยา” ซึ่งจะเป็นสถานที่สำเร็จโทษ “พระองค์เจ้าดำ” พระราชโอรส สมเด็จพระเพทราชา ที่รับบทโดย “เอ พศิน” ที่จะถูก “สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ” ผู้เป็นหลาน สั่งสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เหตุเพราะทรงประพฤติตนโดยไม่เกรงกลัวพระราชอาชญา
- สำรวจ ‘วัดโคกพระยา’ สถานที่สำเร็จโทษ ‘เจ้าพระองค์ดำ’ ด้วยท่อนจันทน์
- ‘กบฏเจ้าพระองค์ดำ’ คิดคดทรยศ วางแผนฆ่าหลาน ชะตากรรมสุดท้ายถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก เว็บไซต์ ศิลปวัฒนธรรม ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสำเร็จโทษเจ้านายในสมัยก่อน ว่า นอกเหนือจากการใช้ “ท่อนจันทน์” แล้ว ก็ยังมีวิธีอื่นๆ อย่างเช่น “ใส่หลุมอดอาหาร” และวิธีพิสดารต่างๆ
โดยข้อมูลระบุว่า การสำเร็จโทษเชื้อพระวงศ์ มีกฎที่เคร่งครัดอยู่ประการหนึ่ง คือ จะให้เลือดตกลงพื้นดินไม่ได้ เพราะถือว่าเลือดราชวงศ์นี้เป็นของสูง ไม่ควรที่จะให้ตกลงสู่พื้นดินซึ่งเป็นสิ่งต่ำต้อย ในทางกลับกันก็มองว่าเลือดของกษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์ผู้ที่จะถูกสำเร็จโทษจากเหตุที่เป็นกบฏ คิดร้ายต่อแผ่นดินนี้ถือเป็นของอุบาทว์ หากตกลงไปที่พื้นก็จะทำให้บ้านเมืองฉิบหายได้เช่นกัน
จากแนวคิดดังนี้ ทำให้เกิดวิธีการประหารที่มักได้ยินกันบ่อยครั้ง คือ การใช้ท่อนจันทน์ “ขนาดใหญ่” ทุบลงไปที่ท้องของเจ้านาย ในท่าทางที่เปรียบได้กับการ “ตำข้าว”
นอกจากการใช้ท่อนจันทน์แล้ว ยังพบว่ามีวิธีการประหารวิธีอื่นๆ ที่ฟังดูโหดร้ายทารุณไม่แพ้กัน ทั้งนี้รายละเอียดบางส่วนของวิธีการประหารเจ้านายที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้พบว่า มีบันทึกไว้ในเอกสารของชาวต่างชาติ ไม่มีปรากฏในพงศาวดารไทย ดังนั้นจึงไม่อาจสรุปข้อเท็จจริงที่แน่ชัดในขั้นตอนการประหารในแต่ละวิธีได้อย่างชัดเจน
ใส่หลุมอดอาหาร หรือฝังทั้งเป็น
วิธีการให้อดอาหารอยู่ในหลุม หรือฝังทั้งเป็นนี้ พบว่ามีบันทึกไว้โดยวันวลิต หรือเยเรเมียส ฟาน ฟลีต (Jeremias van Vliet) โดยระบุถึงการสำเร็จโทษพระปิตุลาไว้ว่า “ส่งพระมหาอุปราชไปเพชรบุรี แล้วจับพระองค์หย่อนลงในบ่อลึกและแห้ง หลุ่มนี้มีเครื่องคุมกันแข็งแรง ถวายอาหารให้น้อยลงๆ ทุกวัน เพื่อให้พระองค์สิ้นพระชนม์ด้วยความหิว”
เช่นเดียวกันกับ ลาลูแบร์ ที่กล่าวถึงวิธีการประหารดังกล่าวในทำนองเดียวกัน คือ “ก็ถือกันอย่างเคร่งครัดว่า มิพึงให้พระขัตติยโลหิตต้องตกจากพระวรกาย จึงมักใช้ทรมานให้สิ้นพระชีพด้วยเชิงอดพระกระยาหาร ลางทีก็ให้อิดโรยสิ้นพระชีพไปเองด้วยความอดอยาก โดยวิธีลดทอนพระโภชนาหารให้น้อยลงทุกวันๆ”
ส่วนในบันทึกของเฟอร์ดินันด์ เมนเดซ ปินโต นั้นก็ได้กล่าวถึงการลงโทษอย่างรุนแรงนี้ว่า “พระองค์จะต้องถูกลงพระอาญาอย่างหนัก โดยต้องอยู่ในหลุมลึกของเรือน มีควันทะเลสาบน้ำร้อนที่ส่งกลิ่นเหม็นจนเหลือทนทาน”
นอกจากบันทึกของชาวต่างชาติแล้ว ก็พบว่าในเอกสารของไทย คือบันทึกของขุนหลวงหาวัดก็ได้กล่าวถึงการประหารแบบขุดหลุมฝังทั้งเป็น เช่นเดียวกัน
ถ่วงน้ำ
วิธีการถ่วงน้ำ พบว่ามีบันทึกไว้ในเอกสารของต่างชาติเท่านั้น โดยพบว่าเป็นวิธีการประหารที่ใช้กับพระราชธิดา หรือพระมเหสีที่ประพฤติไม่ชอบ
จากบันทึกของปาเลกัวซ์ พบข้อความที่เกี่ยวข้องกับการประหารแบบถ่วงน้ำไว้ว่า “พระราชินี หรือพระสนม ที่ประพฤติไม่ซื่อต่อพระองค์ หรือพระธิดาผู้ทรงประพฤติผิดจะถูกจับตัวใส่กระสอบหนัง มีก้อนหินถ่วงเย็บปากกระสอบแล้วนำไปถ่วงในกลางแม่น้ำเสียทั้งเป็น…”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในเอกสารฝ่ายไทยจะไม่มีกล่าวถึงเหตุการณ์การจับเจ้านายถ่วงน้ำไว้ แต่หากพิจารณาจากหลักการของกฎมนเทียรบาลมาตรา ๑๗๔ เรื่องการสำเร็จโทษ “ฝ่ายหญิง” แล้ว ก็จะเห็นว่าวิธีการจับถ่วงน้ำไม่ได้อยู่เหนือขอบเขตของกฎหมายเลย
ตัดพระเศียร
การประหารด้วยวิธีการตัดพระเศียร เรียกได้ว่าเป็นการ “หักหลักการ” การประหารโดยสิ้นเชิง การประหารวิธีนี้พบไม่บ่อยนักในหลักฐานเอกสาร แต่ก็คาดว่ามีอยู่ “นอกพงศาวดาร” ไม่น้อย
วิธีการตัดพระเศียรคาดว่า เป็นการประหารที่ใช้กับเจ้านายชั้นรองที่เข้าร่วมกับกลุ่มกบฏ โดยเจ้านายที่เชื่อว่าถูกตัดพระเศียรนี้มีหลายพระองค์ด้วยกัน ยกตัวอย่าง เช่น ขุนวรวงศาธิราช สมเด็จพระอาทิตยวงศ์ และสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
วิธีพิสดาร
นอกจากวิธีการสำเร็จโทษที่กล่าวมาแล้ว ก็พบว่ามีวิธีการสำเร็จโทษวิธีอื่นๆ ที่มีลักษณะพิสดาร เช่น ในบันทึกของลาลูแบร์ได้กล่าวถึงการ “อุดพระนาสิกให้ทรงหายใจไม่ออกด้วยชิ้นภูษาอันมีค่า” หรือวิธีการ “สับร่างออกเป็น 2 ท่อน” ตามที่พบในบันทึกของวันวลิต
นอกจากนี้ ในเอกสารของคนไทย คือ พระราชพงศาวดารฉบับพระจักรพรรดิพงษ์ ก็มีบันทึกไว้ว่า มีการจับเจ้านาย “ลอยแพหยวก” ในทะเล เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์
ข้อมูลจาก เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม