โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เปิดมิติ พลิกตำนานเต๋อหวางฉาย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 มี.ค. 2567 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2567 เวลา 16.11 น. • coco-Natty
ที่นี่เป็นดินแดนที่ไม่มีบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไหนที่เคยอ่านหรือเคยรู้จักมาก่อน ที่นี่เป็นดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ไม่ว่าสิ่งใดในดินแดนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีพลัง และที่นี่ คือ เต๋อหวางฉาย

ข้อมูลเบื้องต้น

ที่นี่…เป็นดินแดนที่ไม่มีบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไหนที่เราเคยอ่านหรือเคยรู้จักมาก่อน

ที่นี่…เป็นดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ท้องนภา เขาขุน ธารธารา มหาสมุทร ปฐพี มหาพงไพร
มวลบุปผา หมู่ภมร เหล่าพฤกษา ฝูงสัตวชาติ ไม่ว่าสิ่งใดในดินแดนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีพลัง

และที่นี่…“เต๋อหวางฉาย” เป็นดินแดนที่เราจะร่วมเดินทางไปด้วยกันนับจากนี้ไป

นักอ่านสาวธรรมดาๆคนหนึ่ง อยู่ๆกลับลืมตาตื่นในดินแดนแฟนตาซี ในชีวิตใหม่ครั้งนี้เธอมีครอบครัวที่อบอุ่น
ท่านพ่อผู้องอาจ มารดาผู้เลอโลม และคู่หูผู้ร่วมชะตา เอาล่ะ การผจญภัยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Warning

(กรุณาอ่านคำเตือนก่อนเริ่มอ่านนิยาย)

1. นิยายเรื่องนี้ไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆ บุคคลในเรื่องเป็นตัวละครสมมติที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียน และผู้เขียนไม่ได้มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับภาษาจีน

2. นิยายเรื่องนี้ไม่ได้เน้นความสมจริง ตัวละครมีเหตุผลและการกระทำเป็นของตัวเอง อาจไม่ถูกต้องทั้งหมดนิยายเรื่องนี้ มีฉากการต่อสู้ ความรุนแรงทั้งวาจาและการกระทำ และเลือด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

3. นิยายเรื่องนี้ มีฉากการต่อสู้ ความรุนแรงทั้งวาจาและการกระทำ และเลือด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

4. กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพและติ-ชมอย่างมีเหตุผล ผู้เขียนน้อมรับคำติ-ชมและจะนำไปพัฒนาผลงานต่อๆไป

5. นิยายเรื่องนี้จะอัพรายตอนจนจบและจะมีการขายทั้งแบบอ่านล่วงหน้าและซื้อรายตอนถาวร โดยจะเริ่มติดเหรียญตั้งแต่ตอนที่ 26 (นับตอนจากรายตอน) เป็นต้นไป จะติดเหรียญแบบ 2 ตอนเว้น 3 ตอน

6. ผู้เขียนแต่งนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หากมีอะไรผิดพลาด พร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงค่ะ

7. นิยายเรื่องนี้ยังไม่มีการตรวจคำผิด ถ้าเจอคำผิด คำสลับ คำตก สามารถแจ้งได้เลยค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านและเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการไปด้วยกัน ขอบคุณมากค่ะ

ช่องทางการติดตาม : https://www.facebook.com/profile.php?id=61550823995890

เตรียมตัวก่อนออกเดินทาง

พลังวิเศษในเต๋อหวางฉาย แบ่งออกเป็น “ปราณธาตุ” และ “ปราณยุทธ์” ซึ่งเรียกรวมกันได้ว่า “พลังปราณ” โดยพลังทั้งสองรูปแบบนี้จะเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

“ปราณธาตุ” เป็นพลังที่กำหนดแนวทางในการฝึกปรือหรือวิชาของผู้ใช้แต่ละคน กล่าวคือปราณธาตุเป็นวิชาที่ใช้ในการโจมตี ตั้งรับ ป้องกัน สนับสนุน การปรุงยา การสร้างวัตถุอุปกรณ์ปราณ รวมถึงการสร้างอักขระ เขตแดน ค่ายอาคม เป็นต้น

ปราณธาตุ มี ‘สี่ธาตุหลัก’ ได้แก่ ธาตุดิน, ธาตุน้ำ, ธาตุลม และธาตุไฟ ซึ่งสามารถแตกแขนงไปเป็นวิชาคาถาได้อีกมากมาย โดยสิ่งมีชีวิตทุกอย่างในเต๋อหวางฉาย จะมีธาตุหลักอย่างน้อยหนึ่งธาตุมาตั้งแต่กำเนิด

การแตกแขนงของปราณธาตุ ทำให้เกิดธาตุ โดยมักจะเกิดในผู้ที่มีธาตุมากกว่าหนึ่งธาตุ ซึ่งธาตุที่ได้จากการผสมผสานธาตุ 2 ธาตุเข้าด้วยกัน เรียกว่า ‘ธาตุผสาน’ ได้แก่

ธาตุเหมันต์ เกิดจากการผสมผสานธาตุน้ำกับธาตุลม

ธาตุธาตรี เกิดจากการผสมผสานธาตุน้ำกับธาตุดิน

ธาตุสายหมอก เกิดจากการผสมผสานธาตุน้ำกับธาตุไฟ

ธาตุทอง เกิดจากการผสมผสานธาตุดินกับธาตุไฟ

ธาตุกัมปนาท เกิดจากการผสมผสานธาตุไฟกับธาตุดิน

ธาตุวาตะ เกิดจากการผสมผสานธาตุลมกับธาตุไฟ

ธาตุวายุ เกิดจากการผสมผสานธาตุลมกับธาตุดิน

การผสมผสาน 3 ธาตุหรือมากกว่า เรียกกันว่า ‘ธาตุวิเศษ’

ธาตุพฤกษา เกิดจากการผสมผสานธาตุดิน ธาตุน้ำ และธาตุลม

ธาตุอัสนี เกิดจากการผสมผสานธาตุไฟ ธาตุลม และธาตุดิน

ธาตุเพลิงผลาญ เกิดจากการผสมผสานธาตุไฟ ธาตุน้ำ และธาตุดิน

ธาตุเนรมิต เกิดจากการผสมผสานธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ

ธาตุที่ไม่อิงตามหลักการผสมผสานธาตุที่กล่าวมา เรียกขานกันว่า ‘ธาตุตำนาน’ ได้แก่

ธาตุรัตติกาล

ธาตุจรัสอรุณ

ปล. อาจมีธาตุอื่นๆปรากฏขึ้นมาได้อีก

“ปราณยุทธ์” เป็นพลังที่สามารถบ่งบอกความแข็งแกร่ง ความรุนแรง ประสิทธิภาพของการใช้ปราณธาตุและเวลาชีวิตของบุคคลนั้นๆ โดยปราณยุทธ์จะใช้ควบคู่กับปราณธาตุ การเหาะเหินเดินอากาศ
การออกกระบวนท่าล้วนแล้วแต่ต้องใช้ปราณยุทธ์ในการขับเคลื่อน

การแบ่งระดับของจอมยุทธ์ จะใช้ปราณยุทธ์เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง โดยระดับของปราณยุทธ์สามารถแบ่งออกเป็น 12 ระดับ ในแต่ละระดับจะแบ่งออกเป็น 10 ขั้น

ระดับที่ 1 ระดับก่อตั้งปราณ

ระดับที่ 2 ระดับก่อรูปปราณ

ระดับที่ 3 ระดับก่อปราณ ซึ่งในระดับก่อปราณถือว่าเป็นขีดจำกัดของจอมยุทธ์ส่วนใหญ่ที่มีทรัพยากรในการฝึกฝนอย่างจำกัด

ระดับที่ 4 ระดับก่อจิต

ระดับที่ 5 ระดับทะลวงจิต

ระดับที่ 6 ระดับจิตปราณ

ระดับที่ 7 ระดับปราณยุทธ์ ซึ่งระดับปราณยุทธ์ถือว่าเป็นขีดจำกัดของจอมยุทธ์ที่มีทรัพยากรในการฝึกฝนอย่างเต็มที่ อย่างพวกเชื้อพระวงศ์ สำนักใหญ่ ตระกูลใหญ่ หรือคหบดีที่ร่ำรวย

ระดับที่ 8 ระดับปราณปราชญ์์

ระดับที่ 9 ระดับปราณราชันย์

ระดับที่ 10 ระดับปราณจักรพรรดิ

ระดับที่ 11 ระดับปราณเซียนยุทธ์ ซึ่งในระดับปราณเซียนยุทธ์มีจอมยุทธ์ที่สามารถทะลวงระดับจนมาอยู่ในระดับนี้ได้มีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้น และจอมยุทธ์ในระดับนี้มักจะมีอายุเกินหนึ่งพันปี

ระดับที่ 12 ระดับปราณเทพยุทธ์ ซึ่งระดับปราณเทพยุทธ์เป็นระดับที่ในปัจจุบันปรากฏแค่ในตำนาน ตำรา บันทึกและเรื่องเล่าเท่านั้น

“ค่าเงิน”

1,000 อีแปะ เท่ากับ 1 ตำลึงเงิน

100 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1 ตำลึงทอง

1,000 ตำลึงทอง เท่ากับ 1 ศิลาปราณ

“ระดับของยาและโอสถปราณ” สามารถแบ่งได้ 4 ระดับ

ระดับต่ำ มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 1 – 2 ส่วน ราคาเริ่มต้น 50 ตำลึงทอง

ระดับกลาง มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 3 – 6 ส่วน ราคาเริ่มต้น 3,000 ตำลึงทอง

ระดับสูง มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 7 – 9 ส่วน ราคาเริ่มต้น 10,000 ตำลึงทอง

ระดับชั้นเลิศ มีความบริสุทธิ์อยู่ที่ 10 ส่วน ราคาเริ่มต้น 100,000 ตำลึงทอง

ระดับต่ำและระดับกลาง เป็นระดับที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป

“ระดับวัตถุอุปกรณ์ปราณ” แบ่งได้เป็น 7 ระดับ

ยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ วัตถุอุปกรณ์ปราณก็จะมีประสิทธิภาพดีมากขึ้นเท่านั้น ราคาจึงเพิ่มขึ้นตามระดับด้วย

1. ระดับต่ำ เป็นวัตถุอุปกรณ์ปราณที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายมากที่สุดและพบเจอได้ทั่วไป มีราคาราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่ 10 ตำลึงทอง

2. ระดับกลาง เป็นวัตถุอุปกรณ์ปราณที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ที่ต่างกับระดับต่ำคือประสิทธิภาพและและราคาที่เพิ่มมากขึ้น มีราคาราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่300 ตำลึงทอง สำหรับชาวบ้านธรรมดาหรือจอมยุทธ์ระดับ 3 – 4 ที่ไม่มีสังกัด ถ้ามีวัถตุอุปกรณ์หรืออาวุธระดับกลางในครอบครองถือว่าดูดีมากแล้ว

3. ระดับสูง ระดับนี้ยังคงพบเห็นได้ทั่วไป แต่ว่าประสิทธิภาพและราคากลับดีดตัวขึ้นสูงมาก มีราคาราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่ 5,000 ตำลึงทอง ถึงจะเห็นได้ทั่วไป แต่ความหายากกลับมากขึ้นด้วย

4. ระดับยอดเยี่ยม วัตถุอุปกรณ์ปราณระดับยอดเยี่ยม มีราคาราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่ 30,000 ตำลึงทองต่อชิ้น แต่ยังคงพบเห็นได้บ้าง พวกจอมยุทธ์ที่มีสังกัด มีระดับสูงๆและมีฝีมือมาก มักจะมีอาวุธและอุปกรณ์ระดับนี้อยู่ในการครอบครอง

5. ระดับชั้นเลิศ ถือว่ายังพบเห็นได้บ้าง มีราคาราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่ 150,000 ตำลึงทอง มีประสิทธิภาพและคุณภาพนั้นชั้นเลิศตามชื่อ

6. ระดับเซียน ราคาต่อชิ้นเริ่มต้นที่ 1,000,000 ตำลึงทอง

7. ระดับเทพ ราคาประมาณค่าไม่ได้

จุดเริ่มต้นของการเดินทาง

ที่นี่…เป็นดินแดนที่ไม่มีบันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ไหนที่เราเคยอ่านหรือเคยรู้จักมาก่อน

ที่นี่…เป็นดินแดนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ท้องนภา เขาขุน ธารธารา มหาสมุทร ปฐพี มหาพงไพร มวลบุปผา
หมู่ภมร เหล่าพฤกษา ฝูงสัตวชาติ ไม่ว่าสิ่งใดในดินแดนแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีพลัง

และที่นี่…“เต๋อหวางฉาย” เป็นดินแดนที่เราจะร่วมเดินทางไปด้วยกันนับจากนี้ไป

นี่คือพล็อตสุดคลาสสิก อยู่ๆก็ตื่นในที่ที่ไม่รู้จัก ไม่รู้เหตุผลว่าทำไมถึงเป็นเรา ทำไมต้องเป็นดินแดนแห่งนี้ แต่ก็นั่นแหละ มันเกิดขึ้นไปแล้ว…

“ฉัน”เป็นแค่เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีความฝันอันยิ่งใหญ่หรือความสามารถใดๆที่เหนือกว่าคนอื่น นอกเหนือจากตัวเองแล้ว ก็ไม่มีภาระรับผิดชอบอะไรมากมาย ที่ต้องทำงาน เพราะยังต้องกินข้าว รวมถึงซื้อหนังสือนิยายที่เป็นดั่งลูกรักเท่านั้น

“เขา”ผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เราเจอกันครั้งแรกที่งานเปิดตัวเกมแนวจอมยุทธ์เกมหนึ่ง เขายืนอยู่บนเวทีขนาดใหญ่ กำลังบรรยายแนะนำตัวเกมที่เขาเป็นผู้พัฒนาขึ้นมา และฉันอยู่ด้านหน้าเวที กำลังฟังในสิ่งที่เขาพูด ครั้งที่สองที่เราเจอกัน คือตอนข้ามถนน เพื่อจะไปยังสถานีรถไฟฟ้าหลังงานเปิดตัวเกมจบลง แน่นอนว่าฉันสามารถกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย

ฉันและเขา เราแทบจะไม่รู้จักกันเลย สบตากันเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทว่าบางครั้งโชคชะตาก็เล่นสนุกกับมนุษย์ ครั้งที่สามที่เราเจอกัน เราเจอกันในโลกใบใหม่ที่ไม่รู้จัก เราเจอกันในฐานะใหม่ นั่นคือฐานะฝาแฝดหงส์มังกรของตระกูลซูแห่งแคว้นต้าโจว ดังนั้นหลังจากนี้ เราคงได้เจอกันอีกนับครั้งไม่ถ้วน และคงกลายเป็นคู่หูที่ดีในการเดินทางบนถนนสายที่เรียกว่า “ชีวิตครั้งใหม่”

ฝากตัวด้วยนะ คู่หู!

การเดินทางจุดหมายที่ 1 (1/2)

เรือนทางตะวันออกในจวนตระกูลซูแห่งแคว้นต้าโจว

ปลายยามอิ๋น[1]

‘อุแว๊! อุแว๊!’

“ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายท่านรอง เป็นคุณหนูน้อยเจ้าค่ะ” สาวใช้นางหนึ่งอุ้มทารกน้อยตัวแดงในห่อผ้าหนานุ่มเดินมาหาพร้อมกับเอ่ยคำยินดีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแก่ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ อายุราวยี่สิบปี

“…บุตรสาวของข้า” เขายื่นมือออกไปรับบุตรีจากสาวใช้นางนั้นด้วยมืออันสั่นเทาไม่ต่างจากน้ำเสียงที่สั่นพร่า เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี “พ่อให้ชื่อเล่นเจ้าว่า ‘เลี่ยงเฟิ่ง’ แล้วกัน หงส์น้อยของพ่อ”

‘อุแว๊! อุแว๊!’

“คุณชายน้อยเจ้าค่ะ คุณชายน้อยออกมาแล้ว” ขณะเดียวกันนั้นเอง ในห้องคลอดก็มีเสียงโหวกเหวกของหญิงด้านใน และตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบกำลังเข้ามาใกล้ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เรื่อยๆ “คุณชายน้อยเจ้าค่ะ นายท่านรอง” สาวใช้อีกนางหนึ่งอุ้มทารกน้อยตัวแดงในห่อผ้าสีแดงขลิบทองนุ่มอุ่นมาหาชายร่างสูงอีกคน ราวกับเห็นภาพเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกครั้ง

“บุตรชายของข้า ฮะๆ ดีเหลือเกิน ดีจริงๆ ชื่อเล่นของเจ้า คือ ‘หนิงหลง’” เขารับบุตรชายมาอุ้มไว้ในอ้อมแขนอีกข้าง บนใบหน้ามีรอยยิ้มทั้งน้ำตาแห่งความยินดีเป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาชื่นชมลูกน้อยจนพอใจแล้ว จึงถามหาภรรยากับสาวใช้ที่อุ้มบุตรชายออกมาจากห้องทำคลอด “ฮูหยินของข้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ฮูหยินปลอดภัยดีเจ้าค่ะ แต่ยังคงมีอาการอ่อนเพลีย จึงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

“ข้าเข้าไปดูนางได้หรือยัง”

“ได้แล้วเจ้าค่ะนายท่านรอง”

“อืม” เขาตอบรับในลำคอ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำคลอดทันที พร้อมกับอุ้มลูกน้อยทั้งสองเข้าไปหามารดาของพวกเขาพร้อมด้วยกัน

“นางเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อไหร่จะตื่น” เมื่อเข้ามาในห้อง นายท่านรองตระกูลซูมองภรรยาของเขาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอ่อนโยน พลางถามหมอตำแยชราเสียงเบา

“ฮูหยินได้รับการบำรุงร่างกายเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ได้มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง มีเพียงอาการอ่อนเพลียเท่านั้น คาดว่าคงจะตื่นอีกทีพรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ” หญิงชราตอบกลับด้วยเสียงที่เบาเช่นกัน ซึ่งคำตอบของนางทำให้เขาเบาใจขึ้นมาก

“อืม ขอบใจ เดี๋ยวเจ้าไปรับรางวัลกับพ่อบ้าน” ชายหนุ่มพูดกับหญิงชราและหันไปกล่าวกับสาวใช้
คนสนิทของภรรยาที่ยืนรอปรนนิบัติอยู่ข้างเตียง “เจียอี เจ้าตามไปรับเทียบยากับท่านหมอ แล้วอย่าลืมส่งท่านหมอให้ดี”

“เจ้าค่ะ” เจียอีรับคำแล้วเดินตามหมอตำแยออกจากห้องไป

เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาจึงเดินเข้าไปหาภรรยาและนั่งลงบนขอบเตียง “ฮูหยิน ขอบคุณที่เจ้ามอบของขวัญล้ำค่าแก่ข้า เจ้าเก่งมาก ต่อจากนี้ข้าจะดูแลเจ้าและลูกๆให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยกับภรรยานั้น ทั้งอ่อนหวานและอ่อนโยนเป็นอย่างมาก มันเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณและความรักลึกซึ้ง

“ลูกๆของเราน่ารักมากเลย พวกเขาเหมือนเจ้าเลยล่ะ เจ้ารีบๆตื่นมาดูลูกเถอะ เจ้าต้องชอบพวกเขามากแน่” คราวนี้ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความตื่นเต้นและยินดี หลังจากที่นายท่านรองตระกูลซูใช้เวลาอยู่กับภรรยาพักใหญ่ จึงให้สาวใช้เข้ามาดูแลผลัดเปลี่ยนอาภรณ์และเคลื่อนย้ายนางไปยังเรือนนอน ส่วนตัวเขาไปส่งลูกแฝดของตน รวมทั้งตรวจดูความเป็นอยู่ของลูกว่าขาดเหลืออะไรหรือไม่

นายท่านรองตระกูลซูในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยทั้งสองจะเป็นจุดเริ่มต้นความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นในตระกูล และจะกลายเป็นบุคคลสำคัญของเต๋อหวางฉายในอนาคต

ยามซื่อ[2]

“ท่านพี่ ลูกเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เสียงหวานติดจะอ่อนเพลียและแหบแห้งอยู่เล็กน้อยเอ่ยถามผู้เป็นสามีที่นั่งมองนางอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงสี่เสา

“เจ้าตื่นแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บอยู่หรือไม่ หิวไหม เจ้าอยากกินอะไรหรือเปล่า” ผู้เป็นสามีถลึงตัวลุกขึ้นมาจับมือผู้เป็นภรรยาและถามนางอย่างรีบร้อนระคนเป็นห่วง

“ยังเจ็บอยู่บ้าง เพลียเล็กน้อย แล้วก็ยังไม่หิว แต่ขอน้ำให้ข้าสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ” นางตอบพลางยิ้มอย่างขบขัน เมื่อจิบน้ำในจอกที่ชายหนุ่มยื่นมาให้เรียบร้อยแล้ว นางจึงเอ่ยถามเขาซ้ำอีกครั้ง “ท่านพี่ ลูกอยู่ไหนเจ้าคะ”

“อ้อ ข้านี่แย่จริง เจ้ายังไม่ได้เห็นหน้าลูกเลย รอข้าสักครู่” กล่าวจบเขาเดินออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน สักพักก็กลับมาพร้อมกับอุ้มทารกน้อยคู่หนึ่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เมื่อมาถึงตัวนาง เขาก็ยื่นทารกมาให้ นางยื่นมือออกไปรับห่อผ้าอ่อนนุ่มนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยและน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย

“ลูก ลูกของเราหรือ” นางเอ่ยถามสามีด้วยเสียงที่สั่นเครือในขณะที่สายตาจ้องมองทารกตัวขาวในอ้อมแขนตน

“ใช่ ลูกของเรา เหมือนเจ้าเลย น่ารักจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ที่เจ้าอุ้มอยู่คือน้องชาย ข้าให้ชื่อรองเขาว่า หนิงหลง ส่วนที่ข้าอุ้มอยู่คือพี่สาว มีชื่อรองว่าเลี่ยงเฟิ่ง พวกเขาเป็นหงส์น้อย มังกรน้อยของเรา” น้ำเสียงของเขายังคงเต็มไปด้วยความยินดี ราวกับว่าการกำเนิดของลูกทั้งสองเป็นเรื่องราวที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา

“ลูกแม่ ลูกรักของแม่ ขอบคุณที่เกิดมา” นางจุมพิตเบาๆที่หน้าผากของเด็กชาย และหันมอบจุมพิตที่แก้มนุ่มหอมกลิ่นนมของเด็กหญิงที่สามีอุ้มไว้ “พวกเขาจะต้องเติบโตมาเป็นอย่างดีเช่นท่านพี่แน่เจ้าค่ะ” นางกล่าวพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับสามีผู้ที่มอบของขวัญล้ำค่านี้แก่นาง

“แน่นอนอยู่แล้ว ข้ารักเจ้า ขอบคุณที่เลือกข้า ขอบคุณที่มอบสิ่งล้ำค่านี้แก่ข้า หนิงเอ๋อร์[3]” เขาโน้มตัวลงจุมพิตบนหน้าผากนางแผ่วเบา อ่อนโยนและรักใคร่

“ข้าก็รักท่าน” นางส่งยิ้มให้แก่เขา มือของนางยื่นไปประสานนิ้วทั้งห้าของตนกับนิ้วเขา กอบกุมกันไว้อย่างแนบแน่นราวกับว่าจะไม่มีวันพรากจาก

“อืม ตอนนี้ลูกยังไม่มีชื่อ เจ้าตั้งชื่อให้ลูกเถอะ”

“แล้วท่านพ่อกับท่านแม่…” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกฮูหยิน พวกเขาไม่สนใจหรอก” เขากล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“…ท่านพี่” หญิงสาวมองชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง

“ข้าไม่เป็นไร” เขากล่าวพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้นาง พลางจิ้มแก้มบุตรสาวเล่นเบาๆ “เอาล่ะ ลูกเราน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ เราต้องมอบชื่อดีๆแก่หงส์มังกรน้อยคู่นี้เสียแล้ว” กล่าวพลางหัวเราะน้อยๆอย่างอารมณ์ดี

“เจ้าค่ะ” นางรับคำ แล้วเงียบไปสักพัก

“‘ซูเยว่ชิง’ บุตรสาวของเรานามว่า ซูเยว่ชิง” เขากล่าวพร้อมกับก้มมองท่าทางของทารกหญิงในอ้อมกอดของตน

“เป็นชื่อที่เพราะจัง นางคงชอบชื่อนี้ ดูสิส่งยิ้มหวานเชียว”

“ชอบใช่ไหมลูก ดีจริง คราวนี้เป็นชื่อน้องของเจ้า ชื่ออะไรดีนะฮูหยิน”

“ข้าไม่มีความคิดดีๆเลยเจ้าค่ะ ท่านตั้งชื่อให้เขาเถอะ” นางเอ่ยอย่างจนปัญญา

“อืม…” เขาเงียบพลางมองบุตรชายที่นอนซบอกมารดาหลับตาพริ้มอยู่ แล้วจึงกล่าว “‘ซูเยว่เทียน’”

“ซูเยว่เทียน” นางกล่าวอย่างช้าๆและมองลูกน้อยไปด้วย “ซูเยว่เทียน เจ้าชอบชื่อนี้ใช่ไหม คล้องกับชื่อพี่สาวเจ้าเลยนะ” นางกล่าวด้วยเสียงอันอ่อนโยนพร้อมส่งยิ้มกว้างให้กับบุตรชายที่ขยับมือเล็กจ้อยมากุมจับนิ้วของนางไว้ หลังจากที่นางเรียกชื่อของเขา

“แง้แง้!” ขณะเดียวกัน ซูเยว่ชิงตัวน้อยก็ส่งเสียงร้องขึ้นมากะทันหัน

“สงสัยคงจะหิวแล้ว เจ้าให้นมลูกเถอะ เจ้าตัวน้อยของพ่อ ไม่ร้องนะไม่ร้อง” ชายหนุ่มกล่าวกับภรรยา แล้วจึงหันมาปลอบใจบุตรสาวพลางส่งตัวให้มารดาป้อนนมและรับตัวบุตรชายมาอุ้มไว้แทน “พี่สาวเจ้ากินก่อน อีกเดี๋ยวก็ถึงคราวของเจ้าแล้ว มาอยู่กับพ่อก่อนมา”

เรือนหลักในจวนตระกูลซูแห่งต้าโจว

“เป็นฝาแฝดหงส์มังกรเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า” สาวใช้รุ่นใหญ่ขั้นหนึ่งที่เพิ่งกลับมาจากการสังเกตการณ์เรือนทางตะวันออกของจวน รีบเข้ามาแจ้งข่าวให้ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลซูที่รอฟังข่าวอยู่

“ฝาแฝดหรือ แล้วเป็นอย่างไร” น้ำเสียงของหญิงชราไม่บ่งบอกอารมณ์นัก

“บ่าวยังไม่ได้ทันได้เห็นตัวเด็ก นายท่านรองก็อุ้มเข้าไปหาฮูหยินรองแล้ว แต่ได้ยินจากสาวใช้ในเรือนบอกว่า หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ร่างกายสมบูรณ์ครบถ้วน แข็งแรงดีเจ้าค่ะ” เมื่อได้ยินคำตอบจากสาวใช้คนสนิท ฮูหยินผู้เฒ่านางนี้ก็ไม่ได้สนใจอีก

“ดี เจ้าไปได้แล้ว มีเรื่องอะไรค่อยมารายงานข้า”

“เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า” แล้วร่างของหญิงวัยกลางคนก็ค่อย ๆ เดินค้อมตัวออกจากห้องไปอย่างนอบน้อม

“แฝดหงส์มังกรงั้นหรือ หวังว่าจะไม่ไร้ประโยชน์เช่นมารดาเล่า” ผู้หญิงชรากล่าวเสียงเบาพลางใช้พัดหยกขาวไขมันแพะ[4]ในมือพัดเบาๆ

“เจ้าจะไม่ไปดูหน้าหลานเจ้าสักหน่อยหรือ” เสียงชายชราถามขึ้น ขณะกำลังก้าวเดินเข้ามานั่งบนตั่งไม้กฤษณาขัดมัน

“ท่านไปดูมาแล้วหรือ”

“ใช่ ท่าทางดูแข็งแรงดี”

“เช่นนั้นก็ดี อย่างน้อยก็ไม่ได้อ่อนแอเป็นตัวอมโรคอย่างมารดาของมัน” หญิงชรากล่าวอย่างดูแคลน

“เจ้าอย่าเอาเรื่องนางมาใส่ใจเลย เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว” เสียงชรานั้นบ่งบอกได้ถึงความเบื่อหน่ายปนอ่อนใจ

“จะอย่างไรข้าก็ไม่ชอบนาง”

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าชอบนาง ขอเพียงไม่ต้องไปยุ่งวุ่นวายกับนางก็พอ ที่สำคัญคือเจ้ารอง เจ้าก็รู้ดีว่าแม้เจ้ารองจะดูใจเย็นหรือโอนอ่อนให้พวกเรามากแค่ไหน แต่เขาก็ยังมีความคิดและความดื้อรั้นของตนเองอยู่”

“ข้ารู้แล้ว” แม้นางจะไม่พอใจอย่างมาก แต่ก็รู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร

“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว” เขากล่าวพร้อมกับลุกยืน

“ท่านพี่จะไปที่ใด นี่ก็ดึกมากแล้ว ไม่ใช่จะมาค้างที่เรือนข้าหรอกหรือ”

“ข้าแค่มาเตือนเจ้า มิให้ทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด” เขากล่าวอย่างไม่แยแสหญิงชรานัก

“ท่านจะไปที่เรือนเล็กท้ายจวนหรือ”

“ใช่ มีต้นอ่อนสมุนไพรล้ำค่าเข้ามา ข้าต้องไปตรวจดูด้วยตัวเอง เจ้าพักผ่อนเถอะ” กล่าวจบชายชราจึงเดินจากไป โดยมีหญิงชรามองตามหลังเขาจนลับสายตา

ตระกลูซูแห่งต้าโจวนั้น นับว่าเป็นตระกูลนักปรุงยามาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการปรุงยาเป็นอย่างมาก ลือกันว่าตระกูลซูมีสูตรโอสถแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นยารักษา ยาบำรุง ยาเสริมกำลัง ยาเพิ่มพลังปราณหรือแม้กระทั่งยาพิษ ดังนั้นจึงมีกิจการเกี่ยวกับยาและสมุนไพรที่ใหญ่โตมาก ทั้งร้านค้าและสวนสมุนไพร รวมไปถึงสำนักศึกษาที่เปิดเพื่อให้คนภายนอกได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียน การปรุงโอสถ ซึ่งนี่ทำให้ตระกูลได้รับการยอมรับและการนับหน้าถือตาจากผู้คนเป็นจำนวนมาก แม้ว่าตระกูลซูจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่และเก่าที่มีอำนาจและอิทธิพลในยุทธภพก็ตาม

ถึงจะกล่าวเช่นนั้นก็ตาม แต่ในปัจจุบันตระกูลซูไม่ได้มีอิทธิพลมากเช่นในอดีต เนื่องจากสมาชิกตระกูลไม่ได้มีพรสวรรค์หรือพรแสวงในการปรุงยาเลย อาศัยแต่เก็บกินสมบัติบารมีที่บรรพบุรุษสั่งสมมา ประกอบกับการจะปรุงยาให้ได้ตามสูตรต่างๆ จำเป็นต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าหายากมากมาย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตระกูลซูจะค่อย ๆ ตกต่ำลงเรื่อย ๆ

อย่างไรก็ตาม ตระกูลซูยังนับว่ามีโชคอยู่บ้าง เพราะคุณชายรองตระกูลซู ‘ซูฮุ่ยหมิง’ มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นที่จะกอบกู้ชื่อเสียงของตระกูลให้กลับมายิ่งใหญ่เฉกเช่นในอดีตอีกครั้ง ตัวเขาเป็น‘ปราชญ์โอสถ ขั้น 3’ ที่อายุน้อยที่สุด อีกทั้งยังมีความสามารถมาก จนได้รับการยอมรับจากทั้งใต้หล้า อีกทั้งซูฮุ่ยหมิงยังเป็นบุรุษที่รูปโฉมหล่อเหลาสง่างามอย่างหาตัวจับได้ยาก ประกอบกับบุคลิกที่สุภาพอ่อนโยน เสียงนุ่มทุ้มกับวาจาที่นุ่มนวล ทำให้เขาเป็นที่หมายปองของบรรดาสตรีทั้งหลาย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่บุตรของภรรยาเอกก็ตาม ทว่าซูฮุ่ยหมิงไม่ได้สนใจบรรดาสตรีเหล่านั้น สิ่งที่เขาสนใจ คือ สมุนไพรและการปรุงยา สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณชายรองตระกลูซูมีความสำคัญเสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งการคงอยู่ของตระกูลเลยทีเดียว

“ท่านพี่ ลูกๆจะไม่เป็นไรหรือเจ้าคะ นี่ก็สามวันแล้วที่ลูกเกิด ท่านแม่ยังไม่ได้ให้ลูกๆเข้าพบเลย” ยามเฉิน[5] ที่สวนข้างเรือนฝั่งตะวันออกของจวนตระกูลซู มีคู่สามีภรรยาหนุ่มสาวนั่งสนทนากันในศาลาเก๋งแปดเหลี่ยม เพื่อรับลมหลังรับประทานมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย

“เจ้าไม่ต้องกังวล หากมีข้าอยู่เจ้าและลูกจะอยู่ที่ตระกูลซูได้อย่างปลอดภัย” ซูฮุ่ยหมิงเอ่ยปลอบภรรยาเสียงนุ่มนวล พร้อมกับหยอกล้อกับบุตรสาวในอ้อมแขนไปด้วย

“ข้ารู้ว่าท่านปกป้องพวกเราได้” ฟู่หนิงฮวาตอบรับสามีพลางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวานและก้มมองบุตรชายในเปลข้างตัวนางด้วยสายตาเอื้อเอ็นดู

‘ฟู่หนิงฮวา’ นางเป็นหญิงสาววัยสิบแปดผู้งดงามล่มเมือง รูปโฉมของนางไม่ว่าผู้ใดเห็นย่อมต้องพึงใจและรู้สึกเอ็นดูทะนุถนอม รูปร่างนางนั้นสะโอดสะองอ้อนแอ้น ผิวพรรณขาวเนียนดุจไข่ปอก อีกทั้งยังมีนิสัยอ่อนโยน อ่อนหวาน รสมือการทำอาหารและขนมของนางเป็นเลิศ ซ้ำยังมีฝีปักที่งดงามยิ่ง แต่พลังปราณของนางกลับอ่อนแอสวนทางกับความงามนัก จึงทำให้ร่างกายของฟู่หนิงฮวาไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เล็ก ในดินแดนแห่งนี้ แม้รูปโฉมจะมีความสำคัญอยู่บ้าง ทว่าไม่อาจสำคัญมากไปกว่าพลังปราณไปได้ อย่างไรก็ตาม ซูฮุ่ยหมิงกลับตกหลุมรักฟู่หนิงฮวาอย่างไม่อาจถอนใจ ถึงขนาดที่มีนางเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียว แม้ว่าต้องขัดแย้งกับตระกูลที่ต้องการให้เขารับฮูหยินรองและอนุภรรยาก็ตาม

“ข้า…”

“นายท่านรองขอรับ! นายท่านรอง!” เสียงตะโกนอย่างรีบร้อนของบ่าวชายร่างเล็กดังขัดขึ้นมา บ่าวผู้นั้นเดินเร็วๆเข้ามาอย่างเร่งรีบ “เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ”

“มีเรื่องอะไร เสียงเจ้าทำลูกข้าตื่น” ซูฮุ่ยหมิงเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางอุ้มบุตรสาวแนบอกและตบหลังปลอบโยนหงส์น้อยของเขาเบา ๆ

“ขออภัยขอรับ ต้นอ่อนสมุนไพรล้ำค่าที่เพาะไว้ในเรือนเล็กท้ายจวนอยู่ๆก็เหี่ยวเฉา อีกทั้งประกายของมันยังอ่อนแสงลงมากขอรับ” บ่าวชายกล่าวอย่างร้อนรน

“เป็นไปได้อย่างไรกัน เมื่อคืนยังดีๆอยู่เลย” นายท่านรองซูพึมพำและหันไปกล่าวกับภรรยาพร้อมกับส่งลูกน้อยให้นางอุ้ม “ข้าจะไปดูสักหน่อย เจ้ากับลูกอย่ารับลมนานเกินไปนัก เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้” แล้วเขาจึงรีบร้อนออกไป โดยมีสายตาของฟู่หนิงฮวามองตามไปอย่างเป็นห่วง

“เราก็กลับเข้าไปกันเถอะ อากาศค่อนข้างเย็น เดี๋ยวเลี่ยงเฟิ่งกับหนิงหลงจะไม่สบายเอาได้” ฟู่หนิงฮวาเอ่ยกับ
เจียอีสาวใช้คนสนิทวัยไล่เลี่ยกับนาง

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” เจียอีรับคำ จากนั้นทั้งสองก็พากันอุ้มทารกน้อยทั้งสองกลับเรือนนอน

[1] ยามอิ๋น (寅) เป็นการนับเวลาแบบจีน หมายถึง 03.00 – 04.59 น.

[2] ยามซื่อ (巳) เป็นการนับเวลาแบบจีน หมายถึง 09.00 – 10.59 น.

[3] เอ๋อร์ (儿) เป็นคำสร้อยใช้ต่อท้ายชื่อ ใช้เรียกในเชิงเอ็นดู โดยมากเป็นการที่ผู้ใหญ่เรียกเด็ก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงมักจะเติมคำว่า ‘เจี่ย’ ที่แปลว่า พี่สาว เช่น เฟิ่งเจี่ยเอ๋อร์ หากเป็นเด็กผู้ชายจะเติมคำว่า ‘เกอ’ แปลว่า พี่ชาย เช่น หลงเกอเอ๋อร์ แต่ในบางกรณีก็ใช้เรียกคนรักที่เด็กกว่าได้เช่นกัน

[4] หยกขาวไขมันแพะ หรือ หยางจือป่ายหยู่ (羊脂白玉 : Mutton Fat Jade) มีลักษณะเป็นหยกโปร่งใส สีขาวปนเหลืองอ่อน ๆ หยกขาวชนิดนี้ถือได้ว่าเป็นหยกคุณภาพดีและหาได้ยาก จึงมีราคาสูง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าหยกขาวเป็นหินที่นำมาซึ่งความสงบ ช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดีและพลังลบออกจากผู้สวมใส่ และนำมาซึ่งความสงบสุขและโชคดี

[5] ยามเฉิน (辰) เป็นการนับเวลาแบบจีน หมายถึง 07.00 – 08.59 น

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...