แม่ร้อง พยาบาลจ่ายยาผิด ให้ลูกวัย 1 ขวบ กิน อาหารสาหัส
เมื่อคืนวันที่ 7 ธ.ค. 66 น.ส.สุพัตรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ร้องมาทางเพจเป็นหนึ่ง ว่า ลูกวัย 1 ขวบ 4 เดือน เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำ หัวปูด แม่จึงพาน้องไปสแกนสมองเพื่อความสบายใจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ. สมุทรปราการ ต่อมาพยาบาลบอกว่าให้น้องกินยานอนหลับ เพื่อให้น้องไม่ดิ้นตอนที่เข้าเครื่องสแกน แต่ยาที่พยาบาลเอาให้น้องทานนั้น เป็นกรด กินเข้าไปได้แค่สักพัก น้องมีอาการริมฝีปากซีดขาว แม่ได้แจ้งทางพยาบาลไปว่าน้องมีอาการผิดปกติ แต่พยาบาลบนรถบอกให้น้องกินให้หมด หลังจากน้องกินหมด อาการน้องกลับหนักขึ้น ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว ทางโรงพยาบาลแจ้งว่ายาที่น้องกินเข้าไปนั้นเป็นกรด แม่ของน้องคาดว่าพยาบาลให้กินยาผิด
โดยในระหว่างที่นั่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่พยาบาล ได้ยื่นยาดังกล่าวให้แม่เป็นผู้ป้อนน้องเอง หลังจากป้อนไปได้แค่แปบเดียว น้องได้สำลักยาออกมาโดนแขนแม่ เมื่อยาโดนแขนแม่ก็มีอาการแสบร้อนและผิวหนังเริ่มไหม้ ส่วนน้องอาการสาหัส ปากเขียว ปากบวมคอช้ำดำคล้ายรอยไหม้ ก่อนที่ทางแม่จะส่งตัวน้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ และเข้าแจ้งความที่ สภ.พระประแดง ลงบันทึกประจำวันไว้
ทั้งนี้ วันที่ 8 ธ.ค. 66 ทางโรงพยาบาลดังกล่าว ยอมรับว่า พญาบาลได้จ่ายยาให้เด็กผิด โดยได้จ่ายเป็นยาที่มีชื่อว่า “TCA” (กรดไตรคลอโรอะเซติก)ใช้ในการจี้-รักษา หูดหงอนไก่ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก
ขณะที่ทางเป็นหนึ่ง ได้ประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ได้สั่งการเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ ระดับ 11) และโฆษกกระทรวง สธ.ประสานงานกับเพจเป็นหนึ่ง เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากพ่อและแม่ของผู้เสียหาย และเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเป็นกรณีเร่งด่วน ภายหลังก็ได้ทราบว่าโรงพยาบาลดังกล่าวก็อยู่ภายใต้เครือของกระทรวง สธ.อีกด้วย โดย สธ.จะเร่งเยียวยาและให้ความช่วยเหลือต่อครอบครัวของผู้เสียหายอย่างถึงที่สุด
ล่าสุด ผอ.รพ.ดังกล่าว แถลงว่า ได้สั่งพักงานเจ้าหน้าที่จ่ายยาคนดังกล่าวแล้ว และจะยินยอมเยียวยาชดใช้ทุกความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางครอบครัว และตัวเด็กจนถึงที่สิ้นสุด พร้อมเผยภาพหลอดยา TCA ที่เจ้าหน้าที่จ่ายยาให้ผิด ซึ่งทางผู้จ่ายยา อ้างว่า หยิบผิดเนื่องจากมีบรรจุภัณฑ์คล้ายกันกับยานอนหลับ
ทั้งนี้ ทางครอบครัวยังติดใจกับเหตุผล และความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่รายดังกล่าว และยืนยันว่า ต้องการให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ออกมานั่งพูดคุย และขอโทษอย่างจริงใจต่อหน้าครอบครัวด้วย ส่วนอาการของเด็ก แพทย์ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการยังน่าเป็นห่วง ในส่วนที่น่าเป็นห่วง คือบริเวณช่องท้องกระเพาะเนื่องจากยาที่กินเข้าไปทั้งหมด ไปสะสมกันอยู่ที่กระเพาะอาหาร แพทย์จะรอดูอาการหลังจากนี้ 2-3 วัน ระหว่างนี้แพทย์จะสังเกตอาการของแผลในช่องท้อง ว่าจะดีขึ้นเองหรือแย่ลง ในระหว่างนี้น้องต้องงดน้ำงดอาหาร 100% ต้องให้สารอาหารผ่านหลอดเลือดดำ หากอาการยังไม่ดีขึ้นแพทย์จะทำการส่งลำกล้องเข้าไปภายในกระเพาะอาหาร เพื่อประเมินอาการต่อไป