โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ยูโอบี ชี้ปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตกระทบลูกค้า 10% ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายปีหน้าโต 15%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 ธ.ค. 2566 เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 12.14 น.

ธนาคารยูโอบี ประเมินปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% กระทบลูกค้าบัตรเครดิต 10% ของพอร์ต 2.4 ล้านใบ ยันมีมาตรการช่วยเหลือ พร้อมตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรปี 67 โต 15% จากทั้งระบบขยายตัว 8-10% หนี้เสียต่ำกว่า 2.7% ล่าสุด เปิดตัวบัตรเครดิตร่วมกับ 5 แบรนด์ชั้นนำ

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคลลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า

สำหรับเกณฑ์การปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต (Minimum Payment) จาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าวประมาณ 10% จากพอร์ตบัตรเครดิต จากปัจจุบันมีลูกค้าที่ผ่อนชำระขั้นต่ำราว 20% ของพอร์ต และที่เหลือจะเป็นกลุ่มชำระเต็ม ส่วนหนึ่งมาจากฐานลูกค้าบัตรเครดิตเป็นกลุ่มรายได้ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่มีสัดส่วนมากกว่า 50% ของฐานลูกค้าบัตรเครดิตที่มีกว่า 2.4 ล้านใบ

อย่างไรก็ดี ธนาคารได้มีการพูดคุยกับธปท.ในเรื่องของมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าว โดยจะเป็นมาตรการโอนวงเงินบัตรเครดิตเป็นสินเชื่อผ่อนชำระเป็นงวดที่น้อยลง ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

โดยเชื่อว่าลูกค้าที่มีปัญหาในการผ่อนชำระได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 มาแล้ว สะท้อนจากจำนวนลูกค้าที่เข้าโครงการช่วยเหลือลดลง

“การปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% ต่อปี มีลูกค้าที่กระทบบ้าง แต่ไม่เยอะมาก เพราะที่ผ่านมาเราได้พ้นจุดต่ำสุดหลังจากโควิดมาแล้ว และฐานส่วนใหญ่เป็นลูกค้า Upper Income ซึ่งกลุ่มนี้ชำระเป็นปกติ ส่วนกลุ่มที่ไม่ไหวเราก็มีมาตรการช่วยเหลือไว้รองรับอยู่แล้ว ส่วนคุณภาพสินเชื่อค่อนข้างดี ปัจจุบันมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่อยู่ 2.7%”

นางสาวสุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Card Business ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2567 มองว่ายังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยทุกสถาบันการเงินยังคงต้องแข่งขันเพื่อรักษาอัตราการเติบโต และส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ของตัวเองไว้ ทั้งนี้ คาดว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตทั้งระบบในปี 2567 จะขยายตัวอยู่ที่ระดับ 8-10%

ทั้งนี้ ในส่วนของธนาคารยูโอบี ตั้งเป้าเติบโตยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในปี 2567 อยู่ที่ 15% ซึ่งขยายตัวสูงกว่าอุตสาหกรรม ขณะที่ยอดบัตรเครดิตใหม่ จะเห็นการเติบโตไม่สูงมาก เนื่องจากธนาคารจะเน้นในเรื่องของการเติบโตการใช้จ่ายมากกว่าการหาบัตรใหม่ โดยปัจจุบันธนาคารมีฐานบัตรเครดิตราว 2.4 ล้านใบ

“หลังการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปเมื่อต้นปี 65 ซึ่งทำให้ธนาคารมีจำนวนลูกค้ารายย่อย 8 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน และในไทยเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านคน ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของธุรกิจบัตรเครดิจในไทย โดยธนาคารสามารถมอบสิทธิประโยชน์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างหลากหลายมากขึ้น”

ล่าสุด เปิดตัวบัตรร่วม “Co brand” ร่วมกับ 5 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ แกร็บ ลาซาด้า แม็คโคร เมอร์เซเดส-เบนซ์ และไทยรอยัล ออร์คิด พลัส โดยบัตรแต่ละใบได้รับการออกแบบเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน

-บัตร UOB Grab เพื่อการใช้ชีวิตแบบคนเมือง

บัตร UOB Grab ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ที่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทเกือบจะในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาทิ การชำระเงิน การแชร์รถ และการสั่งอาหาร ที่ผ่านมาผู้ถือบัตรยูโอบีมีการทำธุรกรรมบน Grab เกือบหนึ่งล้านรายการในแต่ละเดือน บัตร UOB Grab ใบนี้จะนำเสนอบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลอย่างราบรื่น และมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับและความสะดวกสบายให้กับผู้ถือบัตร

-บัตร UOB Lazada เพื่อนักช้อปออนไลน์ตัวยง

การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้ถือบัตรยูโอบีในการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 37% ในปี 2566 ความร่วมมือกับ Lazada แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการมอบด้านโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบตามความชอบของลูกค้าที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้นจากการซื้อสินค้าออนไลน์ ผู้ถือบัตร UOB Lazada จะได้รับคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 10 เท่าเมื่อซื้อสินค้าในลาซาด้า และรับคะแนนโบนัส 30 เท่าในเดือนเกิด และข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงเมกะแคมเปญของลาซาด้า บัตร UOB Lazada ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เป็นนักช้อปออนไลน์ตัวยง

-บัตร UOB Makro สำหรับนักช้อปที่มองหาความคุ้มค่า

จากผลการศึกษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียนปี 2566 พบว่า 30% ของคนไทยมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการซื้อของใช้ที่จำเป็น บัตร UOB Makro จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการและลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการจับจ่ายโดยมอบคะแนนสะสมสำหรับการซื้อทุกครั้ง ซึ่งสามารถแลกบัตรกำนัลแม็คโครหรือแลกรับเงินคืนจากยอดซื้อที่แม็คโคร

-บัตร UOB Mercedes สำหรับคนที่ชื่นชอบความหรูหรา

การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของยูโอบีมากกว่า 40% มาจากลูกค้าที่มีรายได้ค่อนข้างสูง บัตร UOB Mercedes จึงได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โดยเฉพาะความหรูหราแห่งยานยนต์ บัตรใบนี้มอบสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ ส่วนลดจากตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ และการสะสมคะแนนคูณ 8 เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ และคะแนนคูณ 2 เมื่อใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ

-บัตรยูโอบี ไทย รอยัล ออร์คิด พลัส (UOB ROP) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางในปี 2566

การใช้จ่ายในหมวดการเดินทางของบัตรเครดิตยูโอบีมีสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยมียอดใช้จ่ายตั๋วเครื่องบิน คิดเป็น 37% ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตร บัตรเครดิต UOB ROP จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อนักเดินทางที่ต้องเดินทางเป็นประจำ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ เช่น การได้รับสถานะสมาชิกบัตรทองอย่างรวดเร็วในโปรแกรมรอยัล ออร์คิด พลัส และการแปลงการใช้จ่ายเป็นไมล์สายการบินที่คุ้มค่า

“บัตรเครดิต Co brand ทั้ง 5 ใบของธนาคารยูโอบีนี้ เป็นบัตรที่เพิ่มมาจากบัตรเครดิตหลักทั้ง 5 ใบ ที่ทางธนาคารคัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการที่ชาญฉลาด โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อความชอบที่แตกต่างกันของลูกค้า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...