องค์ชายน้อยปลายแถว
ข้อมูลเบื้องต้น
เจ๋ง ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยคณะแพทย์ เอกการรักษาทั่วไป รองการใช้สมุนไพร ยังไม่ทันที่จะได้ใช้หนี้ทุนเรียนจากรัฐบาล ก็ดันมาถูกรถชนในวันฉลองเรียนจบ เสียงชนสนั่นดังลั่นถนน ตูม!! กลายเป็นโกโก้ครั้น
หลังตายแทนที่จะได้ไปชดใช้กรรมในปรโลก แต่ทำไมถึงมาอยู่ในร่างของเด็กน้อยวัยสามขวบด้วย แถมยังเป็นเด็กในยุคไหนก็ไม่รู้ เขาเป็นคนไทยนะ คนไทยอะ แต่ดูจากสภาพร่างกายและการแต่งตัวของเด็กคนนี้ คือจีนครับ จีนย้อนไปไกลเลย ไม่รู้ว่าเป็นยุคไหน หรือโลกคู่ขนานที่เขาเคยเห็นในละคร ที่เอามาสร้างหลายเรื่อง
ถ้าอยากให้มาเกิดใหม่ก็ขอเป็นคนไทยเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ ภาซง ภาษา เขาก็พูดไม่ได้ แล้วเด็กคนนี้ก็มีความทรงจำแค่หิวกับพักที่ไหนก็เท่านั้น จะใช้ชีวิตต่อได้ยังไงล่ะทีนี้ คงไม่แคล้วตายอีกรอบหรอกนะ ยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตใหม่เลย
เฮ้อ…ใครหนอช่างทำกับเจ๋งคนนี้ได้
*
“เด็กน้อยแสนสกปรก เจ้าเป็นใคร ไยมาอยู่เขตหวงห้ามของเจิ้นได้!”
“เยาเหยอ มาจากท้ายฉวนนู้น หิว เยยแอบมาหาไยกิน จุ๊ๆๆ ย่าบอกคายนะ”
*
“ทำตัวดีๆ ให้สมกับเป็นบุตรของโอรสสวรรค์หน่อยเถอะ”
“โอยดหวันคือไย กินด้ายหมาย”
*
แกร็ก!! เป๊าะ!!
“แฮะๆ เยาขอโต้ด คันทะนูด้ามนี้ม่ายค่อยแขงแยงเยยเนอะ”
ขันทีข้างกาย…> ฮือๆ องค์ชายน้อย ธนูสำหรับผู้ใหญ่เลยนะพ่ะย่ะค่ะ องครักษ์ขั้นหนึ่งสามคนยังง้างไม่หักสักนิด
ข้อมูลเพิ่มเติม
เวลา
ยามจื่อ: 23.00-00.59 ยามโฉ่ว: 01.00-02.59
ยามอิ๋น: 03.00-04.59 ยามเหมา: 05.00-09.59
ยามเฉิน: 07.00-08.59 ยามซื่อ: 09.00-10.59
ยามอู่: 11.00-12.59 ยามเว่ย: 13.00-14.59
ยามเซิน: 15.00-16.59 ยามโหย่ว: 17.00-18.59
ยามซวี: 19.00-20.59 ยามห้าย: 21.00-22.59
ค่าของเงิน
1000 อีแปะ = 1 ตำลึงเงิน
100 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง
แผ่นทองหนึ่งแผ่นมีค่า 10 ตำลึงทอง
ตั๋วแลกเงินหนึ่งใบ = 100 ตำลึงทอง
ตำแหน่งสนมในวังหลัง
ไทเฮา…> ฮองเฮา…> กุ้ยเฟย…> ซูเฟย…> เต๋อเฟย…> เสียนเฟย…> เจี๋ยอวี๋…> เหม่ยเหริน…> ไฉเหริน
องครักษ์ข้างกายฮ่องเต้ สิบคนเป็นองครักษ์เงา อีกสิบสองคนคอยประสานงานและรับใช้ข้างกาย
* แรกๆ จะใช้ภาษาปัจจุบันอยู่บ้าง เพื่อรูปประโยคในการอ่านให้สนุก หลังจากนั้นถึงค่อยทยอยปรับเป็นคำโบราณ
**สำหรับคำราชาศัพท์ อาจมีบ้าง แต่ไม่ได้ใช้ทุกคำ ขออภัยล่วงหน้าด้วย
อีบุ๊คเล่ม1 มาแล้วจ้า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzI5ODM4OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2NzQ3OSI7fQ
อีบุ๊คเล่ม2.
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzI5ODM4OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3NjA0NiI7fQ
อีบุ๊คเล่ม3.(จบ)
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzI5ODM4OCI7czo3OiJib29rX2lkIjtpOjI5MDYzMzt9
มีทั้งหมด 3เล่มจบ
ควรอ่าน
* นิยายเรื่องนี้เป็นแนว ชายรักชาย ใช้กลิ่นอายจีนย้อนยุคโบราณ เนื้อเรื่องมาจากจินตนาการของผู้เขียน หวัง ว่าทุกคนที่เข้ามาอ่านจะชอบ
* อาจมีคำพูดที่ไม่หมาะสม ต่ำกว่า 18ปี ควรพิจารณา
* จะลงให้อ่านฟรีจนจบ แต่มีการติดเหรียญอ่านล่วงหน้า ตอนละ 2 เหรียญ
ขอบคุณรี๊ดทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
*****
องค์ชายน้อยมาแล้ว
ท่ามกลางความมืดมิด มีร่างน้อยๆ ของเด็กคนหนึ่ง นอนคว่ำหน้าแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นใกล้ๆ กับพุ่มไม้ สองลมหายใจต่อมา ร่างนี้ก็ค่อยๆ ขยับกายไปมาเบาๆ
“อึก อูย เจ็บอะ” เสียงแหบแห้งของเด็กน้อยดังขึ้นมาเบาๆ สักพักก็ลืมตาขึ้น มองด้านไหนก็มืดไปหมด เจ๋ง คิดว่า ตนคงอยู่ที่ไหนสักแห่งในนรกภูมิ จึงขยับลุกขึ้นนั่ง มองซ้ายที ขวาทีก็ไม่รู้ว่าต้องทำยัง คือไม่เคยตายอะ แล้วต้องทำไงต่อล่ะทีนี้ ไม่มียมทูตมารับเหมือนในละครเหรอ จากนั้นตัดสินใจลุกขึ้นยืน
อึบ! แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อรู้สึกได้ถึงความสูงที่มันหดสั้นลง พอก้มมองปลายเท้าที่สายตาเริ่มปรับแสงมองเห็นในความมืดได้ ก็ยิ่งตกใจไปกันใหญ่
“เฮ้ยๆ อาไยอีกย่ะ ขาฉั้นๆ นี่ของคาย อ้ากกก… แย้วนี่มานเฉียงคายอีกเนี่ย เยาตายแย้วม่ายช่ายเหยอ อะ ฮึก เจ๋งยับม่ายด้าย ขอฉาหยบแป๊บ คร่อกก…”
เจ๋งสลบไปจริง จนกระทั่งเช้าได้ยินเสียงนกร้องดังก้องเข้ามาในหู เขาขยับตัวไปมา ลืมตาแล้วลุกขึ้นนั่ง พอเห็นบรรยากาศรอบๆ ตัว ตาก็เบิกโพลง นึกว่าเมื่อคืนตนเองฝันไป
แต่ที่ไหนได้ ดันฝันเป็นจริง เขาตายแล้วจริงๆ และมาอยู่ในร่างเด็กน้อยคนหนึ่งจริงๆ แทนที่ตายแล้วจะได้ไปเกิดใหม่ หรือไปชดใช้กรรมที่ปรโลก ดันมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
แล้วเขาจะทำยังไงต่อล่ะทีนี้ ความทรงจำอะไรก็ช่างเลือนรางเหลือเกิน ดูเสื้อผ้าการแต่งตัว ก็พอจะรู้ว่า ประเทศไหนที่แต่งตัวคล้ายๆ แบบนี้บ้าง แล้วทำไมเขาถึงมาไกลได้ขนาดนี้ล่ะ
ไทยกับจีน มันต้องนั่งเครื่องบินไปหลายชั่วโมงไม่ใช่เหรอ ตายแล้วนี่มันมีสิทธิพิเศษข้ามประเทศได้โดยง่าย ไม่ต้องใช้พาสปอร์ตผ่านทางใช่ไหม
เฮ้อ… ถ้าเขายังไม่ถึงเวลาชดใช้กรรม แต่วิญญาณดันออกมาจากร่าง อย่างน้อยๆ ก็ให้ร่างใครก็ได้ที่เป็นคนไทยสิ คนจีนแบบนี้แล้วเขาจะพูด จะฟังรู้เรื่องไหม ทั้งร่างนี้ดูจากรูปร่างและรูปกระดูก น่าจะไม่เกินสามขวบ เด็กสามขวบจะช่วยอะไรตัวเองได้ฮะ!
โอ๊ย! คิดแล้วไมเกรนจะขึ้น ดูเสื้อผ้าที่แสนสกปรก ผิวพรรณดำคล้ำ แขนขาไม่มีแรงผอมแห้งยังกับเด็กเป็นโรค ที่นี่คงไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแลอีกต่างหาก แล้วใครเอาเด็กมาปล่อยแถวนี้กัน ช่างใจร้ายใจดำจริงๆ
อยู่ๆ เจ๋งก็รู้สึกคันคอ ไอเอาอะไรออกมาก็ไม่รู้ “แคกๆๆ อื้อ เจบคอจางเยย” เขามองเศษใบไม้สีเขียวบนมือ เขี่ยไปเขี่ยมา แล้วก็ถอนหายใจดังเฮือก
โธ่เอ๋ย เด็กหนอเด็ก คงถูกทิ้งมานานแล้วสินะ หิวจนหยิบอะไรเข้าปากได้ก็กินหมด โชคไม่ดีดันมากินหญ้าพิษถึงต้องมาตายแบบนี้
เจ๋งนั่งลงกับพื้นอีกครั้ง เขานั่งทอดถอนหายใจไปมา คิดทบทวนอะไรในหัวให้วุ่น จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี หรือจะต้องตายอีกครั้งถึงจะหายไปจากที่นี่ แล้วก็ตัดสินใจได้
เอาก็เอาวะ ในเมื่อมีคนอุตส่าห์ให้มามีชีวิตใหม่ ถึงจะเป็นเพียงร่างเด็กน้อย ในเมื่อข้างในมีจิตวิญญาณของผู้ใหญ่ ก็มาลองกันสักตั้ง คนอย่างเจ๋งไม่มีทางย่อท้อหรอก สู้ให้เต็มที่ แต่เมื่อเต็มที่แล้วมันจะล้ม ตอนนั้นก็ค่อยยอมแพ้ มันคงไม่สายเกินไปหรอกนะ
คิดได้ดังนั้นเจ๋งจึงลุกขึ้นยืนอีกครั้ง เขาค่อยๆ เดินสำรวจไปรอบๆ บริเวณนี้น่าจะเป็นสวนที่คนสร้างเอาไว้เป็นแน่ ดูจากที่เห็นกำแพงอยู่ไกลๆ นั่น คงถูกกั้นให้แยกออกจากกัน ดังนั้นที่นี่น่าจะมีบ้านคนให้หลับนอนบ้างล่ะ
ในเมื่อความทรงจำของเด็กสามขวบคนนี้ ที่มันค่อนข้างเลือนราง งั้นเขาก็จะเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นตัวเอง ตั้งแต่แรกเลยก็แล้วกัน
แล้วที่นี่คือที่ไหน สักวันหนึ่งก็คงได้รู้ รอให้ร่างกายแข็งแรงแล้วค่อยค้นหา แต่ระหว่างนี้
โครกคราก~ อื้อ หิวอะ
เจ๋งจึงต้องหาอะไรใส่ท้องเป็นอันดับแรก เคยเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน ของกินพื้นๆ อย่างเขาย่อมหาได้ง่าย ยิ่งมองไปข้างๆ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ซะด้วย น่าจะมีของกินบ้างเนอะ
ร่างน้อยๆ ผอมๆ ขาสั้นๆ เดินไปป่าด้านหลังทันที แต่เดินไม่นานก็เกือบจะหมดแรง กลั้นใจเดินต่อ สักพักเห็นเครือไม้คุ้นตา ก็สาวเท้าเข้าไปหาอย่างไว
“โอ๊ะโอ๋ คิกคิก มีของกินแย้ว” เจ๋งมองหากิ่งไม้แห้งได้ขนาดพอมือ แล้วนั่งยองๆ ขุดเถาเคลือนั้นอย่างรวดเร็ว ผ่านไปสิบนาที เจ๋งเขวี้ยงไม้ทิ้งอย่างไม่ไยดี
เฮอะ ขุดมาตั้งนาน ลึกได้ไม่กี่เซ็นเอง แล้วเมื่อไหร่จะได้กินล่ะ สวรรค์หนอสวรรค์ ให้มาอยู่ร่างไม่ได้เรื่องทั้งที แทนที่จะมีตัวช่วยอะไร เหมือนในละครบ้างดันไม่มี ช่างลำเอียงกับผมยิ่งนัก
เปรี้ยง! คลื่น!
เชี่ย! เจ๋งตกใจจนตาโต อยู่ดีๆ ก็มีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ทั้งๆ ที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็รีบหยิบไม้ขึ้นมาขุดต่อทันที ฉึก ฉึก ฉึก
“ โผมจาม่ายบ่นแย้วคับ ” พอยื่นมือเพื่อขยับเครือเถาให้หลุดออกจากดิน ยังไม่ทันได้ออกแรงเยอะ อยู่ๆ ทั้งเครือก็หลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย
เจ๋งมองตาปริบๆ ก่อนหน้านี้ใช้แรงทั้งหมดก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด พอได้บ่นนิดบ่นหน่อย แรงมหาศาลมาจากไหนก็ไม่รู้ แฮะๆ ถ้ารู้ว่าบ่นแล้วได้อะไรดีๆ มาแบบนี้ เขาคงบ่นตั้งนานแล้ว
เปรี้ยง! คลื่น!
“ ขอโต้ดคับ! ”
เจ๋งอยากทดสอบความแข็งแรงของตน จึงใช้มือดึงเครือเถาอีกเครือ โดยไม่ใช้ไม้ขุดเลย ก็เป็นไปตามที่เขาคิด คือแรงเยอะมาก คาดว่าน่าจะเยอะกว่าผู้ใหญ่รวมกันหลายๆ คนซะอีก ตกลงมันดีใช่ไหม
อืม น่าจะดีแหละ เขาถึงให้เรามา เจ๋งคิดเองเออเองเสร็จสรรพ มีตัวช่วยแบบนี้ดีกว่าไม่มี ก็ในเมื่อร่างนี้อ่อนแอ ให้แรงมหาศาลมาก็เหมาะสมแล้ว
อะไรที่ทำให้แปลกประหลาดใจ ตื่นตกใจ เขาไม่คิดมากแล้ว แค่มาเกิดใหม่ในร่างคนอื่น นั่นก็แปลกพอสำหรับเขาแล้วล่ะ อย่างอื่นช่างมันเถอะ
หลังได้มันเทศมาหลายหัว ร่างกายเริ่มมีแรงมากขึ้น เจ๋งก็หาทางกลับที่พัก ในความทรงจำเลือนราง ที่หลงเหลือเล็กน้อยในสมองของเด็กคนนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีบ้านอยู่ เขาก็นึกว่าจะต้องนอนกลางป่า กลางดินซะแล้ว เจ๋งค่อยๆ คลำทางกลับ แม้จะเป็นตอนกลางวัน แต่ที่นี่มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า ต้นไม้สูงเยอะแยะ ถ้าหลงทางก็คงไม่ใช่ความผิดเขา
เอ๊ะ! แต่มองดีๆ ต้นไม้พวกนั้นมันก็ดูขนาดปกตินะ อืม หรือจะเป็นเพราะว่าเรายังเด็กขาสั้นๆ จึงทำให้การมองเห็นต่างจากเดิม อ้า ช่างเถอะ รีบหาทางกลับไปที่นั่นให้เร็วๆ ดีกว่า หิวจนแสบไส้แล้วเนี่ย!
พอเดินตามความรู้สึกมา ในที่สุดก็เห็นบ้าน ที่ไม่ได้เล็กมากนักและค่อนข้างทรุดโทรมด้วย ตามหน้าต่างมีรูโหว่หลายช่อง ประตูก็คาดว่าจะพังแหล่ไม่พังแหล่ พื้นเพของเด็กคนนี้อัตคัดมากเลยหรือเนี่ย
เจ๋งเดินเข้าไปในตัวบ้าน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาคงไม่มีแรงเปิดประตูได้ แต่ไม่ใช่กับเขาตอนนี้ แค่ผลักครั้งเดียวบานประตูคงล้มครืนลง เขาจึงค่อยๆ ผ่อนแรงลงแล้วเปิดมันออก สิ่งที่ตรงหน้าทำให้เจ๋งถึงกับถอนหายใจ
ทั้งฝุ่น ทั้งหยากไย่เกาะเต็มไปหมด คาดว่าจะไม่ได้ทำความสะอาดนานแล้วแน่ๆ พอมองไปรอบๆ โถงแรกเสร็จ เขาก็เดินหาห้องครัวทันที มันเทศสามารถกินดิบๆ ได้ แต่เขาไม่กิน เด็กที่ร่างกายขาดอาหารมานาน อาจทำให้ปวดท้องถึงขั้นท้องเสีย
พอเดินมาถึงหลังบ้าน มีครัวเล็กๆ แยกออกไป เจ๋งยิ้มกริ่มตรงไปทันที แต่พอเข้ามาด้านใน ก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง เครื่องครัวทุกอย่างมีฝุ่นเกาะและหยากไย่เช่นกัน เรื่องทำความสะอาดเอาไว้ก่อนแล้วกันนะ
ตอนนี้รีบหาวิธีจุดไฟ ฟืนยังพอมีบ้างเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้ไฟติดนี่สิ เขาไม่รู้ ลองหามั่วๆ ก็เจอในที่สุด เอ่อ แล้วมันใช้ยังไงล่ะ เคยอยู่บ้านต่างจังหวัดที่จุดไฟแบบนี้อยู่บ้าง แต่นั่นมันมีไม้ขีดไฟ แล้วไอ้ก้อนหินสีดำแข็งโป๊กนี่ มันใช้ยังไงอะ
เจ๋งนั่งคิดอยู่พักใหญ่ สมองที่อาจารย์ที่ปรึกษาชมอยู่บ่อยๆ ว่าฉลาด เรื่องแค่นี้ไม่คณามือเขาหรอกใช่ไหม มันก็คงคล้ายกับยุคดึกดำบรรพ์ละมั้ง กระแทกไปเรื่อยๆ อาจจะติดก็ได้
เจ๋งจึงเริ่มลงมือทันที มีแรงตีกระแทกไม่กี่ครั้งก็มีประกายไฟเกิดขึ้น เขาถึงกับยิ้มกว้าง รีบขยับเข้าไปใกล้เตา เอาฟืนสามสี่ท่อนวางด้านใน หาเศษไม้เศษฟางมาได้หนึ่งกำ แล้วกระแทกหินดำอีกครั้ง
แป็ก แป็ก แป็ก ฟู่~
“ ฮ่าๆ ติดแย้วๆ ”
พอจุดไฟติด เขาก็หันมาทางมันเทศ ภารกิจต่อไปคือหาน้ำมาล้าง จึงเดินออกไปลานหลังบ้านเล็กๆ มันมีบ่อน้ำอยู่จริงๆ ด้วย เจ๋งเดินเข้าไปใกล้ แล้วต้องสะท้อนใจ
อ้า ปากบ่อสูงพอดีกับหัวเขาเลย แล้วจะตักน้ำขึ้นมายังไงดีล่ะทีนี้
เขาจึงเดินหาของมาวางให้ตนเองสูงกว่าปากบ่อน้ำ ได้ท่อนไม้ขนาดพอเหมาะมาวาง ถ้าไม่มีแรงมหาศาลนี้ เขาคงทำไม่ได้แน่ เพราะท่อนไม้ใหญ่กว่าตัวเขาซะอีกนะสิ พอวางท่อนไม้ได้แล้ว เจ๋งจึงปีนขึ้นไป
โชคดีที่มันเป็นบ่อแบบมีชักลอกและฝาปิด ง่ายและปลอดภัยกับการใช้งาน สำหรับเด็กแบบเขา แล้วยังมีถังกับเชือกพอใช้งานได้อยู่ด้วย
เจ๋งจึงลองดึงเชือกเบา มันยังเหนียวแน่นดี เขาจึงตักน้ำขึ้นมา น้ำยังใสสะอาดไม่มีกลิ่นแปลกๆ เจ๋งเอามันมาล้างมันเทศ กว่าจะได้กินอะไรลงท้อง เจ๋งแทบหมดแรง ถึงจะมีพลังกายเสริมมาให้ ยังไงเด็กก็คือเด็ก
ตอนนี้เขาง่วงนอนสุดๆ คิดว่าจะอาบน้ำก่อนนอน ก็ขี้เกียจไปโดยปริยาย หนังตาเริ่มปรือแทบจะฝืนขึ้นไม่ไหว วันนี้ทำงานหนักจริงๆ คาดว่าหนักกว่าตอนเรียนซะอีก ดับไฟเตาเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องครัว
เฮ้อง่วงจัง คิดได้ดังนั้นเจ๋งจึงหาสถานที่สะอาดที่พอจะนอนได้ ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้เช้า ค่อยว่ากัน ก็ได้เก้าอี้ยาวในโถงหน้าใช้นอน หาผ้าที่พอจะหาได้แถวนั้นมาถูทำความสะอาดพอแค่นอนได้
ผ้าห่มก็ได้มาจากหีบใส่ผ้าของใครก็ไม่รู้ เป็นชุดของผู้หญิง กลางเก่ากลางใหม่ เอามาปูและใช้ห่ม คืนนี้ขอนอนก่อนนะ หมดแรงแล้งจริงๆ ส่วนศัตรูตัวร้ายอย่างยุง เขาไม่สนใจว่าจะมีหรือไม่มี หากมีมันอยากกัดก็กัดไป เขาง่วงมากเกินกว่าที่จะมานึกถึงมันแล้ว
*****
รุ่งเช้าวันใหม่ เสียงนกร้องปลุกเขาอีกครั้ง เจ๋งบิดขี้เกียจไปมาก่อนจะนั่งหัวฟู ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา แสงสว่างลอดช่องหน้าต่างที่เป็นรูโหว่เข้ามา ทำให้เขารู้ว่า น่าจะสายพอสมควรแล้ว เด็กน้อยเดินไปลานด้านหลัง ซึ่งเป็นบ่อน้ำ ตักมันขึ้นมา แล้วล้างหน้าบ้วนปาก ก่อนที่จะมาติดไฟอีกครั้ง
เขาต้มน้ำเอาไว้ดื่ม โดยใส่ในกาที่เพิ่งเห็นในห้องโถงที่เขาใช้นอน ยังมีของอีกหลายชิ้น ที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ พอต้มน้ำสำหรับดื่มเสร็จ ก็เริ่มเผามันให้กินได้ถึงตอนเย็น กระเพาะน้อยๆ ยังกินอะไรไม่ได้มากนัก มันเทศที่ได้มาคงเก็บไว้กินได้เป็นอาทิตย์
พอกินอิ่ม เจ๋งก็เริ่มทำงานในส่วนของวันนี้เลย อย่างแรกคือ ห้องนอน ตอนแรกว่าจะอาบน้ำ พอต้องทำความสะอาดครั้งใหญ่ อาบเดี๋ยวก็สกปรกอยู่ดี ดังนั้นเอาไว้อาบหลังจากนั้นก็แล้วกัน
เจ๋งใช้เวลาถึงห้าวัน กว่าจะความสะอาดได้ทั้งหมด มองไปทางไหนก็สะอาดตาขึ้น ฝุ่นผง หยากไย่หายเกลี้ยง เขายืนมองบ้านอยู่บริเวณลานด้านหน้า แล้วก็แย้มยิ้มขึ้นมา
“ฮ่าๆ ค่อยเปนบ้านคนอาสายอยู่หน่อย”
แต่พอมองไปรอบๆ บ้านหญ้ารกเต็มพื้นที่ ก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง
เฮ้อ คงพักไม่ได้แล้ว งานใหญ่อีกชิ้นกำลังรออยู่
<<<>>>
องค์ชายน้อยผู้โดดเดี่ยว
ผ่านไปเกือบเดือนแล้ว ที่เจ๋งได้เข้ามาอยู่ที่แห่งนี้ โลกที่ไม่รู้ว่า เป็นใบเดียวกันกับชาติที่แล้วหรือไม่ หรืออาจเป็นโลกคู่ขนานอีกใบ เจ๋งก็ยังตอบไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยก้าวออกไปจากที่แห่งนี้เลย
ทั้งๆ ที่ร่างกายก็แข็งแรงกว่าครั้งแรกที่ได้มาอาศัยอยู่ มากไม่มากเขาที่เคยเรียนหมอมาจะดูไม่ออกเชียวรึ มันมากแบบสุดๆ เลยล่ะ พลังกายเกินเด็กน่ะ
หมออย่างเขาที่เคยคิดว่าเก่งไปทุกอย่าง ก็ยังมีความพ่ายแพ้ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ฝืนสัญชาตญาณของเด็กไม่เคยได้นะสิ ไหนจะเรื่องพูดไม่ชัด ที่คาดว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคอยสอน
ไหนจะง่วงนอนในตอนกลางวัน ไหนจะอยากนั่งเล่นเออๆ ในบางที เขาที่มีจิตวิญญาณเป็นผู้ใหญ่ไม่เคยขัดได้สักครั้ง ก็เลยไม่อยากออกไปเผชิญอันตรายก่อนวัยอันควร
ระหว่างนี้เจ๋งยังหัดเรียนรู้โลกนี้ด้วยตนเองบ้าง พอดีในห้องเล็กๆ อีกห้อง มันมีชั้นวางหนังสือ แต่ไม่มีอุปกรณ์การเรียนอะไร มันก็มีหนังสืออยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรบ่งบอกว่า ที่นี่คือที่ไหนเลยสักเล่ม มันก็แค่หนังสือเรียนทั่วไปเท่านั้น
แรกๆ ก็คิดว่าเขาคงอ่านไม่ออกหรอก ก็มันคนละประเทศ คนละภาษา ยิ่งเขาไม่เคยเรียนภาษาอื่นใดนอกจากภาษาอังกฤษ ก็คงอ่านไม่ออก
แต่พอเปิดปุ๊บ เห็นตัวหนังสือยึกยือกลับอ่านออก แต่เขียนไม่ได้เสียอย่างนั้น เขานี่ยืนเอ๋อไปหลายนาทีเลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่า จะไปตอบแทนสิ่งนี้กับใคร ที่ทำให้เขาอยู่ในโลกนี้ได้ง่ายขึ้น
เอาเป็นว่า อายุครบบวชแล้วจะบวชให้นะ คิกคิก อะล้อเล่น ก็อายุเขาเลยบวชไปพอสมควรแล้ว เขาจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ให้ดีๆ แทนแล้วกัน
ในทุกวันนี้เจ๋งก็ใช้ชีวิตง่ายๆ สบายๆ ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องอาหารการกินอีกแล้ว ก็เพราะของในป่าที่เคยขุดมันเทศได้นั่นแหละ มันมีของให้กินเยอะแยะมากมาย ถึงจะเป็นแค่พืชผัก มันก็ทำให้อิ่มได้
แค่ชายป่าก็ยังมีสมุนไพรให้เก็บเยอะเหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็เป็นสมุนไพรรักษาทั่วไป แก้ไข้ แก้คัน กันยุง แมลงกัดต่อย รักษาแผล หรือแก้ปวดท้อง จนตอนนี้หีบไม้เล็กๆ นั้น มันเกือบจะเต็มไปด้วยสมุนไพร เขานำมาบดเป็นผง ปั้นเป็นลูกกลอนเก็บเอาไว้ใช้
ส่วนเรื่องเนื้อสัตว์เลิกหวังไปได้เลย อยู่ที่นี่เกือบเดือน ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสัตว์ชนิดไหน ย่างกายเข้ามาใกล้ที่นี่เลย ก็มีแค่นกที่ร้องปลุกเขาทุกเช้าเท่านั้น จะให้เข้าไปในป่าลึกเหรอ ไม่เอาอะ
เขาไม่ได้มีฝีมือในการล่าสัตว์ เข้าไปคงได้ตายอีกรอบ เพราะไม่รู้ว่า ในนั้นมีสัตว์ดุร้ายอะไรบ้าง
ขณะที่นั่งหัดเขียนตัวอักษรของที่นี่ ตามความรู้ ความเข้าใจของตัวเอง โดยใช้แท่งถ่าน เพราะไม่มีพู่กันกับหมึก เขียนลงบนแผ่นไม้ที่พอจะหาได้ตามปกติ เสียงกรีดร้องและพูดคุยก็ดังแว่วมาให้เจ๋งได้ยิน
เด็กน้อยยกยิ้มขึ้นมา นี่ก็เป็นหนึ่งในเรื่องบันเทิงอีกอย่าง ที่เขาเพิ่งได้ประสบพบเจอมา เรื่องที่ทำให้เขาหายเบื่อลงบ้าง หลังจากไม่มีสื่อบันเทิงอะไรให้แก้เหงา
เจ๋งวางมือทุกอย่างลงไม่ลืมหยิบแอปเปิลป่า ติดมือไปด้วย รีบสาวเท้าไปยังกำแพง ที่เขาเคยเห็นตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่ ปีนป่ายต้นไม้ใหญ่อย่างชำนาญ ก็ทำมาหลายครั้งแล้วจะไม่ชำนาญได้ไง กิ่งไม้ที่ทอดยาวไปอีกฝั่งของกำแพง มันบดบังเขาได้มิดชิด เป็นที่นั่งชั้นพิเศษ เอาไว้ชมงิ้วโรงใหญ่ที่ไม่ช้าก็จะเปิดโรงแล้ว
อ๊ะๆ น่านงายๆ เยิ่มแย้ว เจ๋งพูดพลางกัดผลไม้หนึ่งคำ คอยลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“กรี๊ด! นังบ่าวชั้นต่ำ แกกล้าต่อปากต่อคำกับไฉเหรินอย่างข้ารึ”
อืม ฉายเหยินคือ อาไยน๊า?
“ทำไมจะไม่กล้า ไฉเหรินเหรอ ก็ฐานะเท่าเทียมกับนายของข้า แถมเจ้ายังมารังแกนางก่อน ข้าจะช่วยเหลือนาย มันผิดด้วยรึ”
“หึ ก็แค่คุณหนูที่มาจากตระกูลบ้านนอก จะมาเท่าเทียมข้า ที่มาจากตระกูลพ่อค้าในเมืองหลวงได้ยังไง”
“ตระกูลพ่อค้า ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าตระกูลของคุณหนูของข้าหรอก!”
“สามหาว! จะเอามาเทียบกับข้าได้ยังไง”
หืม หาวเยียว เยาก้อแทบยืมตาม่ายขึ้นแย้ว สามหาวคงหยับหนิด คิกคิก
“หึ ก็ข้าจะเทียบจะทำไม”
“กรี๊ด!!!”
“อาอิง พอเถอะ”
โอ๊ะๆ ตัวยาคอนอีกตัว เยิ่มมีบดบาดแย้ว
“ไม่ได้เจ้าคะคุณหนู ถ้าอ่อนข้อให้ พวกเขาก็มารังแกท่านอีก”
“ช่างเถอะ ยิ่งต่อความยาว สาวความยืด เรื่องก็ไม่จบเสียที”
“แต่…”
“กลับกันเถิด”
“เดี๋ยวๆ ข้ายังไม่อนุญาตให้พวกเจ้าไปไหนทั้งนั้น!”
“อี้ไฉเหริน เลิกแล้วต่อกันเถิด เรื่องที่ท่านมาหาเรื่องข้าก่อน จะไม่เอาความกับท่านก็แล้วกัน”
“เฮอะ อย่ามาเสแสร้งต่อหน้าข้าเลย คนที่เริ่มก่อนตั้งแต่แรก ก็ไม่ใช่เจ้าหรอกรึ แกล้งอ่อนแอหมดแรงล้มพับต่อหน้า แล้วยังปล่อยให้บ่าวของเจ้าต่อว่าข้า นึกว่าข้าดูไม่ออกรึ”
โอ้ว… คนถูกว่า เยิ่มฉ่าแดงบ้างแย้ว
“ฮึก ข้าไม่ได้แกล้ง”
“หึ กราบขอโทษข้า แล้วข้าจะปล่อยไป”
“อึก ข้าไม่ได้ทำจริงๆ”
“พวกท่านกำลังทำอะไรกัน!”
ว้า มีคนมาขาด หมดนุกเยย กาบยีกว่า
เจ๋ง ปีนลงจากต้นไม้ พอมีกลุ่มคนอีกกลุ่มเข้ามาขัดคนกลุ่มแรก เขาอยากอยู่ต่อนะ แต่ร่างเด็กเนี่ย มันเริ่มง่วงแล้ว เขาต้องรีบกลับไปนอนกลางวัน
เอาไว้วันหน้าค่อยมาดูใหม่ สิ่งบันเทิงหนึ่งเดียวที่บังเอิญมาเปิดโรงให้เขาได้ดู มันมีเรื่องใหม่ๆ มาบ่อยๆ แล้วก็เปลี่ยนตัวละครใหม่บ่อยๆ ด้วย เขาชอบถึงได้มาแอบดูทุกครั้ง
ครั้งแรกที่ได้ดู เป็นการเปิดโลกอีกฝั่งให้เขาได้เรียนรู้และเข้าใจในโลกนี้มากขึ้น อยู่คนเดียวไม่มีใครมาพูดคุยด้วย แค่อ่านหนังสือ เขียนตัวอักษรได้นิดหน่อย คงเอาไปใช้ข้างนอกไม่ได้ เรื่องภาษานี่เรื่องใหญ่เลยล่ะ ถ้าไม่ได้ฝึกพูดบ่อยๆ แล้วจะคุยกับใครรู้เรื่องเหรอ
สักวันเขาคงเป็นคุณป้าข้างบ้าน ตามติดชีวิตคนอีกฝั่งกำแพงไปโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ
เจ๋งกลับมาถึงบ้านพัก เขาลากขาก้าวไปยังห้องนอน เหนื่อยง่าย ง่วงง่ายจริงๆ พอเอื้อมมือดึงห่มผ้า ที่แปรสภาพจากชุดใครก็ไม่รู้ และเห็นเสื้อที่ตนสวมอยู่ก็นึกได้
อ้อ เขาลืมตัดชุดใส่ในหน้าหนาว เพราะสองสามวันมานี้ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว พอจำได้ว่า อากาศในจีนมันค่อนข้างหนาวมาก ต่างจากหนาวของไทย เสื้อผ้าที่มีก็เป็นของผู้ใหญ่ทั้งนั้น แล้วก็ถอนหายใจ เฮ้อ เอาไว้ตื่นขึ้นมาค่อยทำ ตอนนี้ง่วง ไม่ไหวลืมตาแล้ว
ผ่านไปสองชั่วโมง เริ่มบ่ายคล้อย เจ๋งถึงลืมตาตื่น เขานั่งปรับสายตาปริบๆ แล้วก็ลุกเดินออกจากห้องไป หาอะไรกินก่อน ค่อยมาทำสิ่งที่อยากทำก่อนนอน พอเดินมาในครัว หยิบผลไม้สองลูกและมันเทศเผาหนึ่งหัว
แล้วเดินออกไปยังโถงกลางด้านติดริมหน้าต่าง มีพื้นยกสูงสำหรับนั่งเล่น พร้อมโต๊ะเตี้ยหนึ่งตัว ที่เขาเอาไว้นั่งเล่น เอาไว้อ่านหนังสือและคัดตัวอักษร
เจ๋งกินมันเทศเผาพลางคิดเล่นๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เขากินมันเทศเผาแทบทุกวัน หากโตขึ้นหน้าเขาเหมือนมันเทศเผา คงไม่แปลกใจหรอกนะ คิกคิก
กินไปคิดไปพลางมื้อกลางวันก็จบลง เขาเดินไปลากหีบไม้ใบใหญ่ ที่เก็บเสื้อผ้าหลายชุดเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างเก่าแล้ว แต่เนื้อผ้ามันดี ก็เลยไม่ขาดยุ่ย ชุดที่ใส่อยู่ทุกวันนี้ก็ฝีมือเขาเอง
แหะๆ มันก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอกนะ เขาตัดเย็บชุดไม่เป็น แค่ทำให้มันเป็นผ้าผืนใหญ่ผืนเดียว เอามาคลุมตัวหาเชือกผูก จบ!
ส่วนกางเกงใช้ของเก่าที่มีอยู่สามตัวไปก่อน อยู่ที่นี่ไม่ได้พบปะผู้คน ไม่ใส่กางเกงก็ได้เนอะ มีผ้าคลุมก็มิดชิดแล้ว เดินโล่งเย็นสบายช่วงล่างไปมา แม้จะแก้ผ้าก็ไม่มีใครมาดู แต่เขาก็ไม่กล้า เขาอายผีสางเทวดากลัวท่านจะอุจาดตา
หลังเตรียมผ้าเอาไว้คลุมหลายๆ ผืนเรียบร้อย ต่อมาคงต้องหาของกินมาสะสมเอาไว้ เขาไม่รู้ว่า ที่นี่หนาวนานแค่ไหน ปกติก็หาของกินมาเก็บไว้อยู่แล้ว หาเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยก็ไม่แย่ อ้อ ยังต้องเก็บฟืนอีกอย่าง หามาไว้กองโตๆ เลย
ห้าวันผ่านไป อากาศเริ่มเย็นขึ้นมากกว่าเดิม โชคดีที่เขาตัดสินใจเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม จากนี้หนาวนานแค่ไหน เขาก็คงทนผ่านไปได้ละมั้ง พอสำรวจว่ายังขาดอะไรอีกไหม
เจ๋งมองชั้นวางที่ใช้เก็บเทียนไขเอาไว้ใช้ตอนกลางคืน เทียนที่คล้ายกับโลกเก่า แต่แข็งและทนได้ไม่นานเท่า เขาก็ขมวดคิ้วแน่น
อุตส่าห์ใช้อย่างประหยัดแล้ว แค่ใช้นำทางเข้าห้องนอน เข้าห้องส้วมในตอนกลางคืน ก็ยังเหลืออีกเพียงน้อยนิด ถ้าหมดแล้วเขาจะไปหาที่ไหนได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าต้องไปอีกฝั่งของกำแพงนั่นหรอกนะ
เฮ้อ… เจ๋งส่ายหัวน้อยๆ ไปมา ช่างเถอะๆ ค่อยคิดค่อยแก้ไปทีละอย่าง หากมันหมดจริงๆ เขาอยู่กับความมืดได้ เพราะเขาไม่เคยกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่จำเป็นต้องมีแสงอยู่ตลอดเวลาก็ได้
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เจ๋งมานั่งดูงิ้วโรงใหญ่ ดูไปหัวเราะไป แต่ต้องชะงัก เมื่อคนกลุ่มใหม่นี้พูดถึงบ้านร้างหลังกำแพง
เอ๋? พวกเขากามยังปูดถึงบ้านเยานี่ เจ๋งจึงตั้งใจฟังสุดๆ
“นี่ เจ้าได้ข่าวคราวคนนอกกำแพงนั่นบ้างไหม?”
“อย่าพูดเสียงดังไป เดี๋ยวใครมาได้ยินจะซวยเอาได้” หญิงหนึ่งในสองคนพูดขัด
แต่เจ๋งด้ายยินแย้วคับ
“หายเงียบไปเกือบสองเดือนแล้วนะ ไม่เห็นบ่าวรับใช้จากที่นั่นมารับของประจำเดือนเลย”
“หึ ป่านนี้คงหนีไปแล้วมั้ง ไม่มีใครอยากไปรับใช้คนทำความผิดร้ายแรงหรอกนะ ถึงจะเป็นสนมที่ฮ่องเต้เคยหลงใหลก็เถอะ คนคิดชั่วเช่นนั้น ก็รับผลกรรมไป”
“พอๆ เลิกพูด เราเป็นเพียงนางกำนัลขั้นต่ำ พูดอะไรก็ระวังปากหน่อย ใครมาได้ยินเดี๋ยวก็ถูกลงโทษหรอก”
“เหอะ ไกลถึงกำแพงด้านหลังเขตวังขนาดนี้ จะมีใครมาได้ยินล่ะ”
เจ๋งงาย เจ๋งน่างฟังอยู่ตงนี้ เอ๋? วังเหยอ? วังที่มีห้องเต้จ้ายหมาย อื้อๆ ด้ายยู้เพิ่มขึ้นมาอีกนิดแย้ว
จากนั้นเจ๋งจึงกลับมายังที่พัก เขานั่งทบทวนสิ่งที่ได้ยินมา พอเข้าใจหน่อยๆ แล้วว่า ที่เขาอยู่นี้คือที่ไหน วังหลวง สถานที่กษัตริย์ เชื้อพระวงศ์อาศัยอยู่ เขาที่ไม่ค่อยมีเวลาดูละครเท่าไหร่ เพราะเรียนหนัก แต่มีเวลาดูเขาก็ดู เลยพอรู้เรื่องราวต่างๆ ของละครย้อนยุคมาบ้าง
แม่ของร่างนี้เป็นสนมของฮ่องเต้สินะ ทำผิดร้ายแรงถึงถูกส่งมาอยู่ที่นี่ และคนพวกนั้นไม่รู้ว่า เธอคนนี้ท้อง ไม่เคยรู้ว่ามีเด็กคนนี้อยู่ หรืออาจมีคนรู้ แต่ไม่มีใครพูดถึง
แม้แต่บ่าวรับใช้คนที่ถูกเอ่ยถึงก่อนหน้า ก็ไม่เคยพูดอะไรให้ใครฟัง แล้วเรื่องที่สนมคนนั้นตายไปแล้ว ก็ไม่มีใครรู้
เฮ้อ ร่างนี้มีเชื้อสายของกษัตริย์งั้นสินะ เชื้อสายที่ไม่มีใครคิดว่าจะมีชีวิตอยู่ และยังอาศัยบ้านร้างหลังนี้เป็นที่พักพิงด้วยตัวคนเดียว คิดแล้วก็กลุ้ม ถ้าเป็นคนธรรมดาจะไม่คิดมากเลย นี่เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างในละครล่ะ พี่น้องฆ่ากันเอง เพื่อแย่งชิงบัลลังก์มังกร
โอ้ไม่ๆๆ เขาต้องอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นเด็ดขาด และไม่ให้ใครรู้ว่า ที่นี่ยังมีเชื้อพระวงศ์ปลายแถวหลงเหลืออีกคน เอาล่ะๆ จำไว้อย่าเสนอหน้าไปให้ใครเห็น
เจ๋งคิดเองเออเองเก่ง คิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจ ไม่ข้ามไปอีกฝั่งของกำแพงโดยเด็ดขาด ต่อให้ใครมาลากไปก็จะสู้ตาย
เจ๋งไม่รู้เลยว่า อีกไม่นาน ก็เป็นเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนข้ามฝั่งไปด้วยตนเอง
<<<>>>
องค์ชายน้อยกับหมาน้อย
หลายวันผ่านไป วันนี้อากาศค่อนข้างหนาวเป็นพิเศษ เจ๋งคิดว่าจะออกไปเก็บผลไม้เพิ่ม อย่างน้อยมีของมากขึ้นมาหน่อย หนาวนี้คงผ่านพ้นไปด้วยดี ฤดูหนาวที่ไม่รู้ว่าหนาวแค่ไหน เขาไม่มีความคิดที่จะออกไปเก็บของโต้ลมหนาวหรอก
เท่าที่จำได้เห็นว่ามีหิมะด้วยนี่ คนที่อยู่ประเทศเขตร้อนมาก่อน ไม่รู้จะจัดการแบบไหนในช่วงเวลานี้ เอาเป็นว่า อยู่แค่ในบ้าน ทำตัวให้อบอุ่นเข้าไว้ ไม่ออกไปเพ่นพ่านคงอยู่รอดปลอดภัยจนหมดฤดู
เจ๋งสวมชุดให้อุ่นมากขึ้น สางผมด้วยหวีที่คาดว่าเคยเป็นของมารดาร่างนี้มาก่อน มัดผมยาวให้เรียบร้อย ชาติก่อนก็เป็นคนค่อนข้างดูแลตัวเองอยู่บ้าง ปล่อยผมกระเซอะกระเซิงนั้น มันไม่ใช่เขา อยากตัดแต่ก็เกรงใจร่างเดิม ให้มาอาศัยร่างแล้ว ก็ทำตามกฎเกณฑ์ซะหน่อย
เขาสะพายตะกร้าใบโปรดที่มีเพียงใบเดียวและเก่ามากด้วย สาวเท้าสั้นๆ เดินตามเส้นทางประจำ ลัดเลาะไกลไปเรื่อยๆ สักพักก็มาถึงต้นผลไม้เจ้าประจำ ต้นแอปเปิลป่า ยังดกเต็มต้นเหมือนเดิม
เขาใช้มือเขย่าต้นมันเบาๆ ครู่เดียว ใต้ต้นก็มีแอปเปิลป่าร่วงหล่นมาให้เก็บ เหอะๆ มีพลังกายแข็งแรงนี่ดีจริงๆ ไม่ต้องหาไม้สอยให้ยุ่งยาก เมื่อเก็บจนพอใจ เจ๋งก็ย้ายไปยังที่ต่อไป ได้องุ่นป่าที่ค่อนข้างเปรี้ยวสามพวงใหญ่ พุทราป่าหนึ่งกอง ลูกพลับอีกหนึ่งกองด้วย
จากนั้นก็ไปต่อที่มันเทศ แล้วก็เผือกที่เพิ่งเห็นว่ามี เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เสร็จแล้วไปหาสมุนไพรบำรุงร่างกายเพิ่ม
ถึงมีพลังกายแข็งแกร่ง แต่ร่างกายนี้ยังผอมแห้งเหมือนเดิม สมุนไพรจึงจำเป็นมากๆ อยากขุนตัวเองนะ แต่มันหาอะไรไม่ได้มากไปกว่าผักผลไม้แล้ว แค่นี้ก็เกินแรงเด็กสามขวบไปมากโข
ระหว่างเก็บมันเทศและเผือกใส่ตะกร้า เจ๋งได้ยินเสียงครางหงิงๆ เบาๆ อยู่บริเวณพุ่มไม้ห่างจากเขาไปเล็กน้อย เจ๋งมองหาท่อนไม้ขนาดพอดีมือ แล้วค่อยๆ ก้าวเท้าเบาๆ ไปยังพุ่มไม้นั้น
พอใช้ท่อนไม้เขี่ยไปมาครู่หนึ่ ง ปรากฏสัตว์ตัวเล็ก ใหญ่กว่าแขนของเจ๋งสองข้างมารวมกันเล็กน้อย มันมีสีขาวนวลผสมสีแดง กำลังนอนราบอยู่บนพื้น
หงิงๆ
เจ๋งมองมันอย่างจริงจัง ในหัวกำลังคิดอะไรบางอย่าง
เนื้อหมาอาหย่อยหมายน๊า
เหมือนตัวที่เจ๋งเรียกว่าหมา รับรู้ถึงความคิดของเด็กน้อยตรงหน้า มันรีบฝืนตัวเองขยับถอยหนี ความรู้สึกเจ็บจากแผลก่อนหน้านี้ มันหายเป็นปลิดทิ้ง
มันยังเด็กอยู่นะ ตัวก็เล็กไม่มีเนื้อให้กินหรอก หงิงๆๆๆ
เจ๋งหลุดออกจากความคิด เขาขยับเข้าไปใกล้สัตว์ตัวเล็ก ที่ดูท่าทางกำลังบาดเจ็บ เพราะสีแดงที่เห็นในตอนแรกมันเป็นเลือด กลิ่นสนิมแบบนี้เจ๋งรู้จักดี
“โอ๊ะๆ แกเจบอยู่ม่ายจ้ายเหยอ หย่าหยับฉิ”
หงิงๆๆ หมาน้อยหวาดกลัวก็ยังขยับหนี ใครจะอยู่ให้คนอยากกินมันจับได้ล่ะ
“อื้อ เยาม่ายทำไยหยอกนะ จายูแผลห้าย”
หมาน้อยนัยน์ตาสีทองจ้องตาเจ๋งเขม็ง พอรู้สึกได้ว่า คนตรงหน้าไม่คิดจะทำอย่างที่คิดก่อนหน้านี้จริงๆ จึงหยุดขยับและให้เจ๋งดูบาดแผลของมัน
“อืม แผลยึกมากเยยน๊า เหยี๋ยวเยาหาหมุนพายมายักสาห้าย ยอแป๊บ” เจ๋งเดินไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมสมุนไพรในกำมือ เขาขยี้ๆ แล้วโปะลงบนแผลให้มัน
“อื้อ เฉดแย้ว” เจ๋งนั่งมองมันนิ่งๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
เขาพามันกลับไปด้วยดีไหมนะ อย่างน้อยๆ ก็มีเพื่อนคลายเหงา และมีเพื่อนให้เขาได้ฝึกพูดด้วย จะได้หัดพูดชัดๆ เสียที
เขานั่งรอคอยเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่เห็นมีแม่มันตามหา จึงรู้ว่า หมาตัวน้อยถูกทิ้งแล้วจริงๆ เขาจึงอุ้มมันขึ้นมา
“ปายอยู่กาบเยานะ เยาอยู่คนเยียว ม่ายมีเปื้อน ปายกาบเยาเถอะ” ไม่รอให้มันตอบรับ หรือเพราะรู้แล้วว่ามันตอบรับไม่ได้ เจ๋งสะพายตะกร้าขึ้นหลัง แล้วอุ้มมันขึ้นมา เดินกลับไปที่พักของตนเอง
พอมาถึงเก็บของเรียบร้อย เจ๋งจึงมาจัดการทำความสะอาดมัน ใช้น้ำอุ่นเช็ดคราบเลือดออกให้ จากที่แรกๆ เห็นขนของมันสีขาวนวล พอถูกเช็ดทั้งคราบเลือดและคราบสกปรกออกให้ ถึงรู้ว่าขนมันสีขาวราวกับหิมะ พอมองมันดูดีๆ ก็น่ารักไม่เบา เจ๋งคิดตั้งชื่อให้มัน
“ชื่อไยดีอะ อืม แกมีขนฉีขาว ชื่อ จ้าวขาวก้อแย้วกาน คิกคิก จ้าวขาว”
หมาน้อยอยากจะบอกเหลือเกินว่า ตั้งชื่อให้ดูสง่างามกว่านี้ไม่ได้หรือไง
*****
หลังจากที่มีเจ้าขาวมาอยู่เป็นเพื่อน ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ แล้ว มันแข็งแรงขึ้น แล้วแผลก็หายเป็นปลิดทิ้ง สร้างความตกใจให้กับเจ๋งมาก แผลลึกขนาดนั้นอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งเดือนนู้นแผลถึงจะหายสนิท
สมุนไพรที่เขาใช้รักษามัน ก็ไม่ใช่ว่าจะดีอะไรมากมายด้วย แค่สมุนไพรรักษาแผลธรรมดาเอง แล้วมันหายได้ยังไงกัน แถมตอนนี้วิ่งปร๋อไปเล่นหิมะอยู่หน้าบ้าน มันเพิ่งตกลงมาเมื่อคืนนี้ ก็ว่าอยู่ทำไมอากาศมันเย็นขึ้นมาอีก เป็นเพราะหิมะตกนี่เอง หิมะแรกของเขา
เจ๋งที่ไม่เคยเห็นหิมะมาก่อน จึงออกมานั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง เหม่อมองพวกมันผ่านหน้าต่าง พร้อมผ้าคลุมหัวจนมิด หิมะสีขาวมันหนาวขนาดนี้เลยรึ ช่างเป็นสีขาวที่น่ากลัวจริงๆ ดีแล้วที่เขาไม่คิดอยากจะออกไปข้างนอกในเวลาเช่นนี้
ผู้ใหญ่ในร่างเด็กน้อยเหม่อมองอยู่พักใหญ่ๆ ก่อนจะเดินไปยังห้องครัว ต้มน้ำร้อนมาดื่มเพิ่มความอบอุ่น โดยมีขิงป่าที่เก็บมาได้ก่อนหน้าใส่ลงไปด้วย จากนั้นก็กลับมานั่งลงที่เดิม จะหัดคัดตัวอักษรมือก็เย็นจนแข็งเกินไป จึงได้แต่นั่งโง่ๆ มองเจ้าขาวสลับกับหิมะ
นึกทบทวนเพื่อไม่ให้สมองฝ่อ เขามาอยู่ที่นี่เกือบสองเดือนแล้วสินะ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ โชคดีที่มีอะไรให้ทำ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงอยู่อย่างเบื่อๆ ไปจนตายอีกรอบแน่ๆ
ก็อยากออกไปเห็นโลกภายนอกบ้างนะ แต่ตอนนี้คงออกไปไหนไม่ได้ ยังเป็นแค่เด็กเล็ก ก้าวพ้นจากที่แห่งนี้ คงได้ตายโดยไม่รู้ตัวเป็นแน่ คงได้แต่หวังให้ตนเองโตเร็วๆ ขึ้นเท่านั้น
บ๊อกๆๆ
เสียงของเจ้าขาวดังขัดความคิดของเจ๋ง มันเหมือนอยากให้เขาตามมันไป
แต่หนาวขนาดนี้ เจ๋งไม่ออกจากผ้าคลุมวิเศษผืนนี้หรอก
บ๊อกๆๆ
“ม่ายปาย มานหนาว”
บ๊อกๆๆ (มาเถอะมีของดีด้วยนะ)
เจ๋งส่ายหัว “ก้อบอกว่า มานหนาวยางงายย่ะ”
เจ้าขาววิ่งมาใกล้ๆ เจ๋ง มันพยายามดึงผ้าที่เขาคลุมจนมิดหัวออก เด็กน้อยดึงเอาไว้จนแน่น
หึ เขาไม่มีทางปล่อยหรอก มาดูว่าใครแรงเยอะกว่ากัน สักพักเจ้าขาวหมดแรง มันนอนแผ่หลาข้างๆ เจ๋ง เขาจึงหัวเราะเยาะเย้ยมัน
หึ ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าใครเป็นใคร
จากนั้นเจ๋งขยับผ้าห่มคลุมให้มัน กลัวว่ามันจะหนาวตายไปก่อน เดี๋ยวเขาก็ไม่มีเพื่อนคุย แล้วจะพูดไม่ชัดไปอีกหลายปี
วันต่อมาหิมะไม่ตกแล้ว แดดเริ่มโผล่มา แต่อากาศก็ยังเย็นเหมือนเดิม เจ้าขาวออกมาวิ่งเล่นเหมือนเดิม เขาก็ออกมานั่งมองมันเหมือนเดิมเช่นกัน หลายวันมานี้ เขาเคยสงสัยเจ้าขาวนะว่า มันเป็นลูกหมา หรือกระต่ายกันแน่
มันกินอาหารเหมือนเขาได้ปกติทุกอย่าง ไม่ว่าผัก ผลไม้ หัวมัน เจ้าขาวมันกินได้หมด เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายจริงๆ แต่ถึงจะอยากกินเนื้อ ก็ต้องฝันเอานะ เขาไม่มีให้มันหรอก
ระหว่างนั้นเจ้าขาวก็ส่งเสียงเรียกเขาอีกแล้ว
บ๊อกๆๆ
เจ๋งยกผ้าห่มคลุมทั้งตัวเลย อื้อ ม่ายปาย
บ๊อกๆๆ บ๊อกๆๆ
คราวนี้มันส่งเสียงไม่หยุดและยังมาวิ่งรอบๆ ตัวเขานานมาก มันไม่เจ็บคอบ้างหรือไงเห่าอยู่ได้
จนเจ๋งเริ่มรำคาญมัน เปิดผ้าห่มออกเหลือแค่ตามองมัน
“บอกแย้วงาย ม่ายเย่นย้วย มานหนาว”
หงิงๆๆ บ๊อกๆๆ
เห่าเสร็จมันก็วิ่งออกไปข้างนอก หันกลับมามองเขาแล้วก็เห่าเรียก หันกลับไปวิ่ง แล้วก็หันกลับมาเห่าต่อ มันทำแบบนี้อยู่สามสี่รอบ เจ๋งถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เฮ้อ ก้อด้ายๆ แค่ค้างนี้น้า” เจ๋งกระชับชุดที่สวมอยู่ให้แน่นหนา โดยมีผ้าพันคอดัดแปลงเอง โพกทับหัวและคอ สวมถุงเท้าหนาสามชั้นกับรองเท้าที่ค่อนข้างเก่าแล้ว และเริ่มเล็กลงด้วย คงต้องหาวิธีทำรองเท้าแล้วล่ะ เขาเดินเข้าไปหาเจ้าขาว ซึ่งมันยืนรออยู่ทางแยกไปยังกำแพงสูงนั้น
“จาปายหนาย ปายจตงนู้นเหยอ เยาม่ายปายน้า”
ช่วงนี้เขาไม่อยากรับรู้อะไรเพิ่ม งิ้วพวกนั้นหมดหนาวแล้วค่อยไปดูใหม่
เจ้าขาววิ่งกลับมาหาเจ๋ง งับปลายชุดฉุดดึงให้เขาตามไป
บ๊อกๆๆ
“เยาม่ายหยากปาย”
บ๊อกๆๆ (มาเถอะน่า)
เจ๋งถอนหายใจอย่างแรง ก่อนเดินตามเจ้าขาวไปจนได้ เกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงกำแพงอิฐสีน้ำตาลเข้มใหญ่ยักษ์ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเขา ที่ตรงนี้ไม่ใช่ที่เดียวกันกับที่เจ๋งเคยปีนต้นไม้ชมงิ้ว แต่มันเป็นอีกด้านที่ห่างจากตรงนั้นไกลพอสมควร
“อื้อ จ้าวขาว ทามมายพาเยามากายจาง”
บ๊อกๆๆ (ตามมาอย่าบ่น)
ก็ตัดสินใจผิดตั้งแต่แรก จึงได้แค่เดินตามเจ้าหมาน่ารำคาญตัวนี้เท่านั้น
จนมันมาหยุดที่พุ่มหญ้าติดกำแพง มันขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วมุดตรงพุ่มหญ้านั่น มันก็หายตัวไปทันที
“อ๊ะๆ จ้าวขาว ปายหนายแย้ว”
บ๊อกๆๆ
เสียงของมันดังอยู่อีกฟากกำแพง
“อื้อ กาบมาจ้าวขาว”
บ๊อกๆๆ
ครู่หนึ่งเจ้าหมาน้อยก็กลับมาทางเดิม มันวิ่งมาดึงชายชุดของเจ๋งให้ไปทางพุ่มไม้
“ม่ายอาว ม่ายข้าวปาย”
บ๊อกๆๆ (มีของดีนะ)
เจ๋งจ้องหน้ามัน มาอยู่กับเขาไม่กี่วัน ถึงกับรู้จักทางเข้าไปอีกฟากของกำแพง หรือมันเคยเข้าออกที่นี่ อา ไม่ๆ ป่ากับที่นี่ไกลกันมาก คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอก เจ้าขาวมันอยู่ไม่นิ่งๆ หลายวันก่อนเห็นออกมาวิ่งเล่นหายไปครึ่งวัน คงเป็นช่วงนั้นที่มันมาเจอกระมัง
บ๊อกๆๆ (ตกลงจะไปไหม)
เจ๋งมองทางหมาลอดที่น่าจะพอดีกับตัวเขา ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงตัดสินใจ เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ลองไปดูหน่อยฝั่งนั้นเป็นแบบไหน เหมือนฝั่งนี้หรือเปล่า โดยเจ๋งลืมไปเลยว่า อีกฝั่งคือวังหลวง สถานที่เขาเคยตะโกนก้องในใจว่า จะไม่เข้าใกล้อย่างเด็ดขาด!
เจ้าขาวเห็นเจ๋งเดินไปยังพุ่มหญ้า มันดีใจกระโดดโหยงเหยง แล้วก็มุดเข้าไปก่อน เด็กน้อยนั่งลงคลานเข่าใช้มือแหวกพุ่มหญ้าออก ค่อยๆ ขยับเข้าไปทีละน้อย
อึบ! เจ๋งลอดทะลุออกมา เขายืนขึ้นสะบัดแขนปัดละอองหิมะออก พอเงยหน้าขึ้น สิ่งที่เห็น ทำให้เจ๋งตกใจถึงกับอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างแทบจะทะลุออกจากเบ้า
อะไรกันเนี่ย! หน้าหนาวยังมีสวนดอกไม้สวยขนาดนี้เลยเหรอ
เด็กน้อยเหม่อลอย ขาขยับไปข้างหน้าเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว ตายังเบิกกว้างมองภาพนั้น มันช่างแตกต่างจากฝั่งที่เขาจากมาเหลือเกิน ระหว่างนั้นกลิ่นหอมบางอย่างลอยเข้ามาในจมูกเขา
“อื้อ หอมจาง กิ่นอาไยเนี่ย” เจ๋งทำจมูกฟุดฟิดอย่างเผลอไผล ทำให้เดินตามกลิ่นนั้นไปโดยไม่รู้ตัว แต่ก็คงช้ากว่าเจ้าขาว มันวิ่งไปไกลเขาแล้ว
ศาลาแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่โต ถูกสร้างท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้พวกนั้น รอบๆ ปลูกด้วยผลไม้สองสามชนิด เรียงรายกันสวยงามเป็นแถว ถึงจะมีสีขาวของหิมะปะปนบ้างก็ตาม
ซ้ายมือเป็นบ่อเลี้ยงปลา ที่ตอนนี้เริ่มจับตัวกันเป็นน้ำแข็งบ้างแล้ว ขวามือเป็นสวนดอกไม้ฤดูหนาวนานาชนิด ภายในศาลามีโต๊ะหินหยกทรงกลม มีเก้าอี้หินหยกทรงกลมวางรอบๆ สี่ตัว บนโต๊ะยังมีของกินหลายจานวางอยู่ด้วย ทั้งของคาว ของหวาน
เจ๋งเผลอกลืนน้ำลายลงคอ เขาไม่ได้เห็นอาหารแบบนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ เห็นแต่ผักผลไม้ จนเกือบลืมรสชาติอาหารจานเนื้อไปแล้วมั้ง อาหารเหล่านั้นยังหลงเหลือกลิ่นหอม และไอความร้อนลอยอยู่ทั้งๆ ที่อากาศเย็น
เจ๋งถึงได้สติ รีบมองไปรอบๆ ทันที เขามัวแต่เผลอไผลสิ่งสวยงามและกลิ่นอาหาร ทำให้ลืมไปเลยว่า ที่นี่มันไม่ใช่อีกฟากของกำแพงที่เขาอาศัยอยู่
เจ๋งสอดส่องหาเจ้าของสวนนี้ทันที มองซ้าย มองขวา ก็ไม่เห็นมีใคร แล้วทำไมจึงมาจัดอาหารไว้ที่นี่ล่ะ ตอนนี้ยังไม่มีใคร สักพักคงมีแน่ งั้นต้องรีบออกไปแล้ว!
คิดได้ดังนั้น เจ๋งสาวเท้าเข้าไปใกล้เจ้าขาว เจ้าตัวปัญหาที่จะพาเขามาตาย มันกระโดดไปนั่งบนเก้าอี้หินหยกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันยืนด้วยสองขาหลัง สองขาหน้าเกาะขอบโต๊ะทำจมูกฟุดฟิดไปมา พลางน้ำลายไหลยืด เด็กน้อยไม่รอช้าคว้ามันมาอุ้มทันที
“กาบกาน”
หงิงๆ บ๊อกๆ (กินก่อน)
“ม่ายด้าย มานม่ายจ้ายของเยา”
บ๊อกๆๆ (กินได้)
“โมยของคนอื่นมานม่ายดี”
หงิงๆๆ
“จาบด้าย ถูกตี เปี๊ยะๆ น๊า”
เจ้าขาวจึงหยุดคราง มันมองอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง เจ๋งก็มองบ้าง เขากลืนน้ำลายก่อนจะหันหลังกลับ เอาไว้โตกว่านี้ ค่อยหาทางกินพวกมันให้ได้ก็แล้วกัน
แต่ทันใดนั้นเอง เงาใหญ่ยักษ์ก็ปกคลุมร่างเล็กๆ ของเจ๋งเอาไว้ เสียงดุดันเอ่ยขึ้นมาทำให้เด็กน้อยถึงกับสะดุ้งเฮือก
“เด็กแสนสกปรก! เจ้าเป็นใคร ไยมาอยู่สถานที่ต้องห้ามของเจิ้นได้!”
เจ๋งค่อยๆ หันกลับมามองคนด้านหลัง เขาสูงแค่เข่าของคนคนนี้ เด็กน้อยจึงเงยหน้าจนคอตั้ง เห็นใบหน้าถมึงทึงจ้องเขาอยู่ จึงเผลอกอดเจ้าขาวแน่น มันก็ตกใจเช่นกันรีบมุดลงในอ้อมกอดเจ๋ง
“เราถามว่าเจ้าเป็นใคร ไยไม่ตอบเจิ้นเสียที”
เจ๋งกะพริบตาปริบพยายามข่มความกลัว คนคนนี้หล่อมาก แต่ตาก็ดุมากด้วย เขากำลังใช้ความคิดเร็วจี๋ คนตรงหน้าเป็นใคร ควรตอบแบบไหน แล้วคำที่แทนว่า เจิ้น?
เจ๋งถึงกับอ้าปากเหวอ ตาแทบถลนออกจากเบ้า เขาที่พอมีความรู้เกี่ยวกับพวกนี้อยู่บ้าง จะไม่รู้ได้ไงคนตรงหน้าเป็นใคร
นี่ไม่ฮ่องเต้รึไง! คนที่แทนว่าเจิ้นมีเพียงคนเดียวเท่านั้น ตายๆ ตายแน่ไอ้เจ๋งเอ๊ย! ไหนบอกว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกเชื้อพระวงศ์ไง เนี่ย! ตัวพ่อเลยนะ สกิลเจ๋งการละครสมัยอนุบาลต้องงัดออกมาใช้แล้วงานนี้
เด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนชี้มาที่ตนเอง เจ้าขาวและอีกฟากของกำแพง
“เยาชื่อเจ๋ง นี่ชื่อจ้าวขาว เยามาจากท้ายฉวนฝ่างนู้น หิว เยยมาหาไยกิน อื้อ อย่าบอกคายน้า จุ๊ๆๆ ความยับ”
เจ๋งยิ้มแฉ่งอวดฟันขาวเต็มปาก แต่ในใจหวาดกลัวขาแทบสั่น น้ำตาเริ่มตกใน คนคนนี้จะเชื่อเขาไหมนะ ถ้าไม่ จะทำยังไงต่อดี เขาเริ่มกลัวแล้ว
ฮือๆ เจ้าขาว เจ้าตัวยุ่ง เขาจะถูกสั่งตัดหัวหรือเปล่าเนี่ย!
<<<>>>