โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘พ.ต.อ.ทวี’ ตั้งเป้า ควิกวิน 100 วันแรกวางแนวทางปฏิบัติ แก้ปัญหายาเสพติด

The Reporters

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 08.31 น.

เริ่มคิกอ๊อฟปฏิบัติการ 1 ธ.ค. นี้ พร้อม ตั้งจุดสกัดกั้นเข้มงวด โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสาน รอหารือกระทรวงสาธารณสุข ปมกัญชาเสรี

วันนี้ (10 พ.ย. 66) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นจากการนำเสนอผลในการประชุม

โดยมีกลุ่มย่อย 12 กลุ่ม ที่แบ่งตามด้านและเป้าหมายต่างๆ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล อาทิ การกำหนดพื้นที่สกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ตามมาตรา 5 (10), การลดความเดือดร้อนประชาชนจากผู้ติดยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวช, การสกัดกั้นยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์, การสืบสวนปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ เป็นต้น

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นโยบายหลักที่ต้องการให้เห็นผลภายในหนึ่งปี ในเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดให้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อทำให้ประชาชมีความเชื่อมั่น ซึ่งต้องยอมรับว่ากฎหมาย กฎระเบียบ และหลักเกณฑ์ทุกชนิด เมื่อออกมา ผู้ค้ายาเสพติดหรือผู้ที่มีผลประโยชน์แก่ยาเสพติดเหล่านี้ จะมีการพัฒนาตลอดเวลา หากไม่มีการประชุมหรือสัมมนาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายยาเสพติดให้เข้าใจตรงกัน คนที่กระทำความผิดก็จะพัฒนาต่อไปได้ ที่สำคัญคือทำให้เห็นถึงความตั้งใจและแนวนโยบายที่ให้ไว้ เพื่อจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าใน 100 วันแรก จะมีการวางแนวทางปฏิบัติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 66 เพื่อให้เห็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม

โดยนโยบายที่จะเริ่มปฏิบัติวันที่ 1 ธ.ค. 66 นี้ พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เรื่องของการสกัดกั้น ต้องมีการตั้งศูนย์บัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ รวมถึงใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 5(10) เพื่อป้องกันการนำเข้ามายังภายในประเทศ โดยเฉพาะ
ที่มาจากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนเรื่องของ “ผู้เสพยาเสพติด = ผู้ป่วย” พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ถ้าผู้เสพสมัครใจก็ให้เข้าไปรักษากับทางกระทรวงสาธารณสุข หากไม่สมัครใจก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยคนกลุ่มนี้ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ซึ่งรวมถึงผู้เสพอื่นๆ ที่ตำรวจมักพบเจอ คือ มีอาการทางจิตเวช รู้สึกหลอนประสาท หรือก่อเหตุทำร้ายร่างกาย ดังนั้นเป้าหมาย Quick Win จะต้องนำตัวผู้ป่วยมาบำบัด เพื่อให้สังคมรู้สึกว่ามีการดำเนินการแก้ไข และป้องกันผู้เสพยาเสพติดที่จะมีจำนวนมากขึ้นในอนาคต พร้อมเชิญให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยดูแล บำบัดและฟื้นฟู

ด้านการบริหารจัดการยาเสพติด หากมีข้าราชการหรือผู้ที่มีส่วนไปเกี่ยวข้องในการลำเลียงยาเสพติด จะต้องมีมาตราการในการดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ และใช้มาตรการทางทรัพย์สิน รวมถึงการฟอกเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ หรือกฎหมายของกรมสอบสวนพิเศษในการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังและเด็ดขาด พร้อมระบุว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เห็นแสงสว่างในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ว่าจะต้องดีขึ้น พร้อมแผนการปฏิบัติและนวัตกรรมใหม่ๆที่คิดขึ้นมา ถือว่าการประชุมในวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี

ส่วนเรื่องพระราชบัญญัติกัญชา เผยว่า ต้องมีการหารือกับกระทรวงสาธารณสุขก่อน ซึ่งในการแก้ปัญหายาเสพติด ต้องมีการแก้กฎหมายและร่างพระราชบัญญัติกัญชาในส่วนที่ถูกปัดตกไป เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดมาทำลายประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...