อดีตรักที่มิอาจหวนคืน(นิยายจีนยุค 70)
ข้อมูลเบื้องต้น
เกริ่นนำ
หลิวซิ่วอิงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิวแม้เธอจะเป็นหญิงสาวที่งดงามจนหาที่เปรียบไม่ได้แต่ทว่าภายใต้ใบหน้าที่งดงามนั่นกลับเต็มไปด้วยความขมขื่นเมื่อชายอันเป็นที่รักกลับปันใจให้หญิงอื่นซึ่งหญิงผู้นั้นก็หาใช่ใครหากแต่เป็นน้องสาวต่างมารดาของเธอ เธอไม่เคยระแคะระคายมาก่อนเลยว่าทั้งสองกำลังสวมเขาให้กับเธอหากเธอรู้ว่าเขาหักหลังเธอ เธอจะไม่ยอมแต่งงานกับเขาเด็ดขาดแต่กว่าจะรู้ทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้ว
เธอยืนจ้องมองคนทั้งคู่ที่แอบมาพลอดรักกันด้วยความเจ็บปวด ร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งตัวใบหน้าของเธอชาราวกับถูกตบครั้นเมื่อเห็นชายที่รักกำลังสวมกอดและบรรจงจูบไปที่แก้มของผู้เป็นน้องสาวเธออยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียงแต่ทว่าในลำคอของเธอกับเหมือนมีอะไรมาปิดกั้นเอาไว้ เธอค่อยๆ ทรุดลงที่พื้นอย่างหมดแรงเสียงสะอื้นไห้ของเธอดังขึ้นจนชายหญิงชั่วต้องสะดุ้งตกใจ
“เพราะอะไร เพราะอะไรกันฉันทำอะไรผิดงั้นเหรอทำไมฉันถึงได้ถูกทรยศแบบนี้กัน หวังอู๋เมิ่งทำไมคะ ทำไมคุณถึงได้ทำร้ายจิตใจของฉันที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับคุณงั้นเหรอ ฉันรักคุณไม่มากพองั้นเหรอคะ หรือเป็นเพราะคุณไม่เคยรักฉันเลย” เธอถามเขาพร้อมกับสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวดใจ
เขามองหน้าเธออย่างรู้สึกผิดแต่ในอ้อมกอดของเขาก็ยังคงมีหลิวซีอิ๋งที่อยู่ข้างกาย
“ซิ่วอิงผม ผมขอโทษ”
ใบหน้าสวยค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นอย่างผิดหวังก่อนจะหัวเราะออกมาราวกับเจ็บปวด
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอโทษ คุณพูดว่าขอโทษงั้นเหรอคะ ผู้พันหวังอู๋เมิ่งนี่คุณยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่รึเปล่า คำขอโทษของคุณมันช่างไร้น้ำหนักจริงๆ ถ้าคุณไม่รักฉันแล้วคุณแต่งงานกับฉันทำไมกัน”
เขาค่อยๆ หลุบหน้าลงราวกับไม่มีคำตอบให้เธอ
ร่างเล็กค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าของชายหญิงชั่วทั้งสองด้วยความเจ็บช้ำ
“ที่ผ่านมาคุณเคยรักฉันบ้างไหมคะ ที่คุณบอกรักฉันมันมาจากหัวใจของคุณหรือเป็นเพียงลมปากกันแน่” เธอเอ่ยถามด้วยความเจ็บปวดปานจะขาดใจ
เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองเธอ
“ซิ่วอิงผม”
“หากคุณไม่รักฉันแล้วคุณแต่งงานกับฉันทำไมหรือเป็นเพราะฉันเป็นคุณหนูใหญ่เป็นผู้หญิงที่สามารถเชิดหน้าชูตาทำให้คุณมีเกียรติ มีหน้าที่การงานที่ดีขึ้นคุณถึงเลือกแต่งงานกับฉัน”
เขาส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นซิ่วอิงผมไม่ได้คิดแบบนั้น”
“แล้วเพราะอะไรกันคะ”
“เพราะผมรักคุณ”
“รักงั้นเหรอถ้าคุณรักฉันแล้วซีอิ๋งล่ะคุณก็รักเธอเหมือนกันงั้นเหรอคะ”
เขาพยักหน้าในทันที
เธอค่อยๆ เผยยิ้มให้เขาอย่างขยะแขยงก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหาคนทั้งคู่ มือเล็กรีบกระชากแขนของหลิวซีอิ๋งออกมาจากอ้อมกอดของผู้พันหวังอู๋เมิ่งพร้อมกับพาเธอเดินไปที่หน้าผาหลานเซียง
“ซิ่วอิงคุณจะทำอะไร”
“พี่ซิ่วอิงพี่จะทำอะไรฉันกลัว”
เธอหันไปมองน้องสาวชั่วและสามีสารเลว
“คนอย่างคุณไม่สมควรที่จะได้ความรักจากใครอู๋เมิ่ง” เธอกระชากแขนของน้องสาวเดินไปที่ริมหน้าผาพร้อมกับจะจบชีวิตลงพร้อมกัน
“ซิ่วอิง ,ซีอิ๋ง” เขาเอ่ยเรียกเธอทั้งสองด้วยความตกใจครั้นเมื่อเห็นว่าทั้งคู่กำลังจะตกลงไปในเหวลึกเขารีบคว้ามือของเธอทั้งสองเอาไว้แน่นแต่เพราะเขาไม่มีแรงมากพอที่จะช่วยได้ถึงสองคนจึงจำจะต้องปล่อยใครซักคนเขามองดูหญิงสาวทั้งสองด้วยความเจ็บปวดใจ
“ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกแล้วผู้พันหวังอู๋เมิ่ง” หลิวซิ่วอิงพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าเขา
“พี่อู๋เมิ่งช่วยฉันด้วยฉันกลัว ข้างล่างน่ากลัวมากฉันยังไม่อยากตาย ฮือ ฮือพี่อู๋เมิ่ง” หญิงสาวร้องไห้ด้วยความหวั่นกลัว
เขาค่อยๆ หลับตาลงอย่างรู้สึกผิด
“ผมขอโทษซิ่วอิง” สิ้นเสียงของชายหนุ่มมือใหญ่ก็ค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือเล็กๆ ของหญิงสาว
“สุดท้ายคุณก็เลือกซีอิ๋ง” เธอจ้องมองชายหนุ่มอันเป็นที่รักด้วยความเจ็บปวด ไม่ว่าจะกี่ชาติภพฉันจะไม่ขอรักคนสารเลวอย่างคุณหวังอู๋เมิ่ง จิตใจที่แสนเจ็บปวดค่อยๆ ดิ่งลงไปกับร่างกายที่ถูกฉุดลงในก้นเหวอันลึกแทบมองไม่เห็นปลายทางแต่เป็นเพราะจิตสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอันแรงกล้าจู่ๆ ก้นเหวที่ดูจะมืดมิดจนมองไม่เห็นปลายทางกลับมีลำแสงสว่างสาดเข้ามาที่ตัวของเธอจนเธอต้องรีบหลับตาลง ครั้นเมื่อแสงนั้นหายไปเธอจึงค่อยๆ หรี่ตาขึ้นและก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนใหญ่แสนนุ่มของเธอ
“นี่มันอะไรกัน ทำไม ทำไมฉันถึงกลับมาอยู่ที่นี่ได้” เธอเหลือบมองดูบนโต๊ะเครื่องแป้งก่อนจะพบกล่องสีชมพูใบเล็กๆ ที่วางอยู่พร้อมกับหันไปมองปฏิทินที่เธอขีดเครื่องหมายไว้เพื่อนับวันที่จะได้แต่งงานกับผู้พันหวังอู๋เมิ่งชายที่เธอรัก
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเพราะตอนนี้เธอได้ย้อนกลับมาอยู่ในช่วงก่อนวันแต่งงานเพียงสองวัน
“นี่มันอะไรกันทำไมฉันถึงได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หรือเป็นเพราะสวรรค์สงสารฉันงั้นเหรอจึงได้นำพาฉันกลับมามีชีวิตอีกครั้ง นี่ฉันฝันไปรึเปล่า นอกจากจะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งงานแต่งงานก็ยังไม่ได้เกิดขึ้น ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์” เธอพูดขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดกล่องสีชมพูใบเล็กที่วางอยู่นั่นซึ่งมันเป็นของขวัญที่ผู้พันหวังอู๋เมิ่งมอบให้เธอก่อนจะแต่งงานกันเธอค่อยๆ หยิบสร้อยคอรูปดอกไม้นั่นขึ้นมาดูก่อนจะวางมันลงในกล่องเช่นเดิมอย่างไม่สนใจ
“คนทรยศอย่างคุณฉันจะแก้แค้นให้สาสม ผู้พันหวังอู๋เมิ่ง” เธอพูดออกมาเบาๆ ด้วยความเกลียดชัง
แนะนำตัวละคร
หลิวซิ่วอิง : คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลิวผู้มีความเพียบพร้อมทุกด้าน
หลิวซีอิ๋ง : บุตรสาวของภรรยารองตระกูลหลิว ภายใต้ใบหน้าที่ใสซื่อและไรเดียงสากลับเต็มไปด้วยความอิจฉาและชิงชัง
ผู้พันหวังอู๋เมิ่ง : ชายหนุ่มโลเลผู้ไม่มั่นคงในความรัก
หมอเหยาเกาชิ่ง : ชายหนุ่มผู้มีความสุภาพและอบอุ่น
นิยายเรื่องนี้สร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงถึงผู้ใด
ฝากติดตามนิยายเรื่องใหม่กันด้วยนะคะทุกคน อย่าลืมกด
กดเพิ่มเข้าชั้นกันน๊า
ร้าย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก………………………….เสียงเคาะประตูดังขึ้น
หลิวซิ่วอิงหันไปมองยังหน้าประตูนั่นในทันที
“คงเป็นซีอิ๋งสินะ”เธอพูดขึ้นเบาๆก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“พี่ซิ่วอิง แม่ให้ฉันนำชาลูกพลับมาให้พี่น่ะค่ะ แม่บอกว่าชานี่หากดื่มทุกเช้าจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งนี่ก็ใกล้จะถึงวันงานของพี่กับผู้พันหวังแล้ว”หญิงสาวพูดพร้อมกับวางชาลงบนโต๊ะให้กับเธอ
หลิวซิ่วอิงมองผู้เป็นน้องสาวอย่างไม่วางตา
เด็กสาวไร้เดียงสาที่อยู่กับฉันมาตั้งแต่เกิดทำไมกัน ทำไมถึงกล้าหักหลังฉันได้
“พี่ซิ่วอิงพี่เป็นอะไรงั้นเหรอคะทำไมมองหน้าฉันอย่างนั้นกัน”
เธอแสร้งยิ้มให้กับน้องสาวราวกับว่าไม่มีอะไร
“อ่อ ป่าวฉันแค่มองว่าเธอเป็นหญิงสาวที่น่ารักจริงๆ”
หญิงสาวเผยยิ้มหวานขึ้นในทันที
“ขอบคุณค่ะพี่ซิ่วอิง พี่ก็เป็นหญิงสาวที่สวยเอามากๆเลยเช่นกันค่ะ สวยมากจนบางทีฉันยังแอบอิจฉาในความสวยของพี่เลย”
เธอจ้องมองหลิวซีอิ๋งก่อนจะยกยิ้มออกมาเบาๆอีกครั้ง
“เธออิจฉาฉันงั้นเหรอ”
ครั้นเมื่อหลิวซีอิ๋งเห็นใบหน้าที่ดูเย็นชาของหลิวซิ่วอิงเธอก็รีบหลุบหน้าลงในทันที
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ฉันไม่ได้อิจฉาแบบริษยาพี่นะฉันเพียงรู้สึกว่าพี่สวยมากก็เท่านั้นเองค่ะ”หญิงสาวรีบพูดขึ้นราวกับหวั่นกลัว
หลิวซิ่วอิงค่อยๆโผเข้าไปกอดน้องสาว
“พี่แค่พูดเล่นน่า ทำไมต้องทำหน้าเหมือนกลัวพี่อย่างนั้นกัน พี่ไม่ได้ว่าอะไรเธอซักหน่อย”น้ำเสียงหวานพูดขึ้นราวกับปลอบใจ
หญิงสาวถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เฮ้อ พี่ซิ่วอิงล่ะก็ฉันก็คิดว่าพี่โกรธฉันซะอีก”
“ซีอิ๋งที่ผ่านมาพี่เคยโกรธเธอเหรอ พี่เคยร้ายกับเธอรึเปล่า”
“พี่ซิ่วอิงทำไมพี่ถามฉันอย่างนั้นล่ะ พี่ใจดีกับฉันมาก”
“งั้นเหรอ ถ้าพี่ใจดีกับเธอแล้วเธอคิดจะหักหลังพี่รึเปล่า”เธอแสร้งถามราวกับจะลองใจ
หญิงสาวถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสี
“เอ่อพี่ซิ่วอิงฉันขอไปช่วยแม่เตรียมอาหารก่อนดีกว่านะคะ”เธอรีบพูดเปลี่ยนเรื่องก่อนจะรีบร้อนเดินออกจากห้องไป
หลิวซิ่วอิงมองดูหลิวซีอิ๋งที่เดินจากไปอย่างผิดหวัง
“ฉันควรทำดีกับคนอย่างเธออีกงั้นเหรอเธอกับแม่ของเธอก็คงไม่ต่างกันแม่ของฉันอุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจให้แม่ของเธอมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันแต่สุดท้ายแม่ของเธอก็มาสวมเขาให้กับแม่ของฉันจนมีเธอออกมา หลิวซีอิ๋งเธอมันคงมีเลือดของแม่เธอจนเต็มตัวสินะ”เธอพูดออกมาเบาๆอย่างเจ็บแค้น
ด้านหลิวซีอิ๋งเมื่อเธอเดินออกจากห้องของหลิวซิ่วอิงจากใบหน้าใสซื่อก็ค่อยๆเผยยิ้มอย่างร้ายกาจออกมา
“หึ จะหาว่าฉันหักหลังได้ยังไงกันในเมื่อพี่อู๋เมิ่งเขารักฉันเอง ต่อให้เธอจะสวยแค่ไหนแต่สุดท้ายเธอก็ต้องแพ้ฉันอยู่ดีซิ่วอิง เธอมันก็โง่เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิดสุดท้ายแล้วผู้ชายที่เธอรักก็ต้องตกมาเป็นของฉันอยู่ดี ฉันจะแย่งทุกอย่างที่เป็นของเธอทั้งหมดนังคุณหนูใหญ่หลิวซิ่วอิง”หญิงสาวพูดออกมาเบาๆราวกับความริษยาทั้งหมดมันประทุออกมาก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวที่แม่ของเธอทำอาหารอยู่
“แม่คะฉันมาแล้ว”
“มาแล้วงั้นเหรอซีอิ๋งมาช่วยแม่จัดเตรียมอาหารเร็วเข้าอีกเดี๋ยวผู้พันหวังคงจะมาถึงจะได้จัดโต๊ะอาหาร”
“แม่คะ ถ้าแม่อยากจัดเตรียมอาหารแม่ก็จัดไปคนเดียวเถอะคะคนใช้ในบ้านมีตั้งมากมายทำไมแม่ถึงไม่ใช่กันล่ะเป็นถึงคุณนายรองบ้านตระกูลหลิวแต่มาอยู่ก้นครัวจนเนื้อตัวเหม็นฉึ่ง หนูไม่เอาด้วยหรอกค่ะ”เธอพูดก่อนจะรีบเดินออกจากห้องครัวไป
“ซีอิ๋ง ซีอิ๋ง”ผู้เป็นแม่ได้แต่มองตามบุตรสาวออกไปอย่างรู้สึกผิดพลันในความคิดก็เห็นดีกับสิ่งที่บุตรสาวพูด
เย็นชา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
หลิวซิ่วอิงในชุดกี่เพ้าสีชมพูค่อยๆแง้มประตูห้องของเธอออกมา
สาวใช้ที่ขึ้นมาเรียกเธอครั้นเมื่อเห็นเธอก็ถึงกับยิ้มกว้าง
“ว้าว คุณหนูใหญ่วันนี้คุณหนูดูสวยแปลกตาจริงๆเลยค่ะ”
“วันนี้ฉันดูแปลกไปจริงๆเหรอ”
“ค่ะคุณหนูใหญ่ แต่ต่อให้คุณหนูใหญ่จะแต่งตัวอย่างไรคุณหนูก็ดูสวยงามไม่มีที่ติอยู่ดีล่ะค่ะ เป็นเพราะคุณหนูสวยงามเช่นนี้ยังไงล่ะคะผู้พันหวังจึงได้ทั้งรักทั้งหลงคุณหนูเช่นนี้”
“เธอคิดว่าเขารักฉันจริงงั้นเหรอ”
“เอ๊ะ ทำไมคุณหนูถึงได้ถามอย่างนั้นกันล่ะคะ”
“ป่าวหรอกไม่มีอะไรว่าแต่ผู้พันหวังมาถึงแล้วงั้นเหรอ”
“ค่ะคุณหนู ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ที่ห้องรับแขกกับนายท่านน่ะค่ะ”
“อื้ม ขอบใจมาก”เธอพูดจบก็รีบเดินลงไปที่ห้องรับแขกในทันที
ครั้นเมื่อหลิวซิ่วอิงเดินมาถึงห้องรับแขก ผู้เป็นพ่อเมื่อเห็นบุตรสาวก็เผยยิ้มกว้างก่อนจะเรียกเธอเข้ามาหา
“ซิ่วอิงมาแล้วเหรอ มานี่สิมานั่งข้างๆพ่อนี่”
เธอเดินเข้าไปนั่งข้างๆเศรษฐีหลิวซุนอุยผู้เป็นพ่อก่อนจะหันไปมองหน้าผู้พันหวังอู๋เมิ่งคู่หมั้น สายตาที่เขามองเธอมันยังดูราวกับว่าเขารักและห่วงใยเธออยู่หากว่าเธอไม่ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังสวมเขาให้เธอ เธอก็คงจะหลงเชื่อสายตาคู่นั้นของเขาไปแล้วแต่ทว่าเธอไม่ใช่หลิวซิ่วอิงหญิงโง่เขลาคนนั้นอีกแล้ว
ใบหน้าสวยเผยยิ้มให้ผู้พันหวัง
“ผู้พันหวังวันนี้คุณรีบกลับรึเปล่าคะ”
“ซิ่วอิงทำไมลูกถึงได้ถามแบบนั้นกันผู้พันหวังเพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่นี้”
“เอ่อเศรษฐีหลิว ซิ่วอิงเธอถามแบบนั้นก็ดีแล้วอันที่จริงผมก็แค่จะแวะมาเพื่อคุยเรื่องแต่งงานประเดี๋ยวเดียวก็จะรีบกลับเพราะผมมีธุระสำคัญต้องไปทำต่อ”
เธอค่อยๆปรายหางตาเหลือบมองยังหน้าประตูก่อนจะเห็นหลิวซีอิ๋งที่แอบยืนฟังอยู่ด้านหลังประตู
“หากมีธุระสำคัญก็รีบกลับไปเถอะค่ะเดี๋ยวคนสำคัญจะรอเอาได้นะคะ”เธอแสร้งพูดจี้ใจดำเขา
“ซิ่วอิง”
“คุณพ่อคะลูกว่าเรื่องแต่งงานของลูกกับผู้พันหวังเลื่อนออกไปก่อนจะดีไหมคะหรือไม่ก็ยกเลิกไปซะ”
“ซิ่วอิง นี่ลูกพูดอะไร”ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
เธอมองหน้าผู้พันหวังด้วยใบหน้าเย็นชา
“การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะแต่งงานกับใครซักคนเธอไม่ได้ขออะไรมากมายเธอขอแค่เพียงให้เขารักและให้เกียรติเธอในฐานะภรรยา อย่าหักหลังก็พอคุณคิดว่าสิ่งที่ฉันพูดคุณสามารถทำได้ไหมคะผู้พันหวัง”
เขาที่ได้ฟังเธอถามก็ถึงกับชะงักไปในทันที
“นี่หลิวซิ่วอิงลูกกำลังพูดอะไรอยู่กันแน่”
“คุณพ่อคะ เรื่องการแต่งงานของลูกเลื่อนออกไปก่อนเถอะค่ะ หากผู้พันหวังอยากจะยกเลิกงานแต่งก็ให้ยกเลิกไปลูกไม่ขัด ลูกขอตัวก่อนนะคะ”เธอพูดพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องไป
ผู้พันหวังที่รู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมากหากเขาไม่ได้แต่งงานกับหลิวซิ่วอิงหน้าที่การงานในอนาคตของเขาต้องดิ่งเป็นแน่เพราะเธอเป็นบุตรสาวคนโตของตระกูลหลิวหากเขาไม่ได้แต่งงานกับเธอเศรษฐีหลิวคงจะไม่มีทางสนับสนุนเขาให้ขึ้นเป็นนายพลเป็นแน่เขารีบเดินตามเธอออกจากห้องไปในทันที
“ซิ่วอิง ซิ่วอิงเดี๋ยวก่อน”เขารีบคว้าข้อมือของเธอเอาไว้
หญิงสาวหันไปมองหน้าของเขาในทันที
“มีอะไรเหรอคะ”
“ซิ่วอิงคุณเป็นอะไรไป เกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ๆคุณถึงได้คิดจะเลื่อนงานแต่งของเรากัน”
“ฉันว่าคุณน่าจะรู้ดีว่าเพราะอะไรนะคะ”
“ซิ่วอิง คุณรู้อะไรงั้นเหรอ”
เธอที่ยังไม่มีหลักฐานต่อให้พูดไปสิ่งที่เธอพูดคงจะมีน้ำหนักไม่มากพอ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันแค่อยากให้เราสองคนได้ไตร่ตรองดูก่อนว่าเรายังอยากใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจริงๆหรือไม่ก็เท่านั้นเอง”
เขารีบจับมือเธอเอาไว้แน่น
“โธ่ ซิ่วอิงผมรักคุณมากขนาดนี้คุณยังคิดว่าผมไม่อยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณอีกงั้นเหรอ ผมรักคุณรักคุณคนเดียว”เขาค่อยๆโผเข้ากอดเธอเอาไว้
มือเล็กค่อยๆผละตัวเขาออกจากเธอราวกับรังเกียจ
“ค่ะ ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ”เธอพูดก่อนจะรีบเดินจากไป
หลิวซีอิ๋งที่แอบยืนดูอยู่เธอทั้งเจ็บใจและน้อยใจที่เห็นผู้พันหวังเอ่ยคำหวานกับหลิวซิ่วอิงแต่แล้วเธอจะทำอะไรได้ในเมื่อสิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้คือทำได้เพียงแอบนัดพบกับผู้พันหวังได้แค่บนเขาเหลียนเซียง
ครั้นเมื่อใกล้ถึงเวลานัดผู้พันหวังก็รีบเดินทางออกจากบ้านตระกูลหลิวเพื่อไปยังเขาเหลียนเซียงในทันทีเพราะที่แห่งนั้นเป็นที่ๆเดียวที่เขาจะได้แสดงความรักต่อหลิวซีอิ๋งได้อย่างเปิดเผย เนื่องจากเขาเหลียนเซียงเป็นที่ที่ไม่มีใครรู้จักแม้แต่หลิวซิ่วอิงเธอก็ไม่เคยมาที่นี่
“ซีอิ๋งพี่มาแล้ว”เขาเอ่ยเรียกเธอด้วยความดีใจก่อนจะรีบโผเข้าไปกอดเธอ
หญิงสาวผละตัวออกจากเขาพร้อมแสดงสีหน้าที่ดูไม่พอใจ
“ซีอิ๋งเป็นอะไรไปโกรธอะไรพี่งั้นเหรอ”
“พี่อู๋เมิ่งพี่ยังรักพี่ซิ่วอิงงั้นเหรอ”หญิงสาวถามขึ้นด้วยน้ำสียงสั่นเครือ
เขาเผยยิ้มเล็กๆให้กับเธอก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอด
“นี่เธอน้อยใจให้พี่งั้นเหรอ ซีอิ๋งเธอก็รู้ว่าพี่ไม่ได้รักซิ่วอิงแล้วแต่ที่พี่ต้องแสร้งทำเป็นว่ารักเธอก็เพราะความจำเป็นเธอก็รู้ว่าหากพี่ไม่ได้แต่งงานกับซิ่วอิงเศรษฐีหลิวคงไม่ช่วยพี่ให้ได้เลื่อนตำแหน่งแน่ๆ”
“หึ คุณพ่อนะคุณพ่อไม่ว่าอะไรก็ให้พี่ซิ่วอิงทุกอย่างฉันก็เป็นลูกสาวเหมือนกันแต่ทำราวกับฉันเป็นอากาศ”
“เอาเถอะน่า พี่สัญญาหลังจากพี่ได้ตำแหน่งนายพลเมื่อไหร่พี่จะหย่ากับซิ่วอิงและแต่งเธอเข้าบ้านทันทีดีไหม”
เธอโผเข้ากอดเขาด้วยความดีใจ
“จริงๆนะพี่อู๋เมิ่ง”
“จริงสิ”
ทั้งสองโผเข้าจูบกันอย่างดูดดื่ม
หลิวซิ่วอิงที่แอบตามมาและซุ่มดูทั้งคู่อยู่ไกลๆเมื่อเธอได้เห็นและได้ฟังสิ่งที่คนทั้งสองทำกับเธอความโกรธและเกลียดชังที่อยู่ภายในใจก็เพิ่มทวีความรุนแรงขึ้น
“หึ สารเลวคิดจะหลอกใช้ฉันงั้นเหรออย่าฝันเลยคนเลวอย่างพวกแกฉันไม่มีทางปล่อยให้เสวยสุขท่ามกลางความทุกข์ของฉันหรอกไม่มีวัน
ความผูกพันธ์
ร่างเล็กค่อยๆรีบหลบออกจากที่แห่งนั้นในทันที ในหัวของเธอเต็มไปด้วยแผนการมากมายที่จะเปิดโปงคนชั่วทั้งสอง
ตุ๊บ….ร่างเล็กชนเข้ากับคนร่างใหญ่อย่างจังจนเธอเซถลาล้มลง
“คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ”เขาโผเข้ามาช่วยเธอในทันที
ใบหน้าเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มก่อนจะเผยยิ้มออกมา
“คุณหมอเหยา”
“คุณหนูใหญ่”เขาเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะรีบพยุงเธอให้ลุกขึ้น
“คุณเจ็บตรงไหนไหมครับ”
เธอส่ายหน้าเบาๆให้กับเขา
“ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ”
“แล้วคุณจะไปไหนงั้นเหรอครับ เอ่อแล้วคู่หมั้นของคุณ ผู้พันหวังวันนี้ไม่ได้มากับคุณหรอกเหรอครับ”
เธอส่ายหน้าให้เขาเบาๆ
“งั้นเหรอครับ ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังจะแต่งงานในอีกสองวันผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”แม้จะเป็นคำอวยพรแต่ทว่าใบหน้าของเขากับเหมือนคนที่กำลังอกหัก
เธอมองหน้าเขาพร้อมทั้งยิ้มอ่อนออกมา
“แต่งงานงั้นเหรอคะ บางทีการแต่งงานของฉันกับผู้พันหวังอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้”
“เอ๊ะ ทำไมกันครับ”
“ป่าวค่ะไม่มีอะไร”เธอพูดขึ้นก่อนจะเหลือบเห็นของที่เขาถืออยู่ในมือ
“หมอเหยาคะนั่นกล้องถ่ายรูปของคุณงั้นเหรอคะ”
เขามองดูที่มือของตัวเองก่อนจะยิ้มให้กับเธอ
“อ่อ ใช่ครับพอดีผมมักจะพกกล้องตัวนี้ติดตัวไว้เผื่อเจอสมุนไพรใหม่ๆจะได้ถ่ายเก็บไว้เป็นข้อมูลน่ะครับ คุณอยากลองถ่ายดูไหมครับ”
เธอพยักหน้าด้วยความดีใจ
เอายื่นกล้องถ่ายรูปให้กับเธอ
เธอรีบหยิบกล้องถ่ายรูปนั่นมาด้วยความตื่นเต้น
“ใช้อย่างนี้ใช่มั๊ยคะ”เธอที่ไม่เคยใช้กล้องถ่ายรูปมาก่อนจึงจับผิดจับถูก
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ เดี๋ยวผมช่วยสอนให้”เขาค่อยๆเดินอ้อมมาทางด้านหลังของเธอ
“ขอโทษนะครับ”เขารีบกล่าวคำขอโทษขึ้นในทันเมื่อจะต้องถูกเนื้อต้องตัวของหญิงสาว มือใหญ่ค่อยๆเอื้อมไปจับที่กล้องแต่บังเอิญมือของเขาดันไปจับมือของเธออย่างไม่ได้ตั้งใจ เขารีบผละมือออกด้วยความตกใจ
“เอ่อผมขอโทษครับ”
เธอหันไปยิ้มให้กับท่าทางอันสุภาพของของชายหนุ่ม
“ไม่เป็นไรคะมาเถอะช่วยสอนฉันที ฉันว่าฉันน่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กล้องถ่ายรูปแล้วค่ะ”
เขาพยักหน้าให้กับเธอก่อนจะค่อยๆสอนเธอใช้กล้องถ่ายรูปจนเธอสามารถใช้มันได้
หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับหมอเหยาอีกครั้ง
“ฉันทำได้แล้วค่ะขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยสอนฉันใช้กล้องถ่ายรูปนี่ เห็นทีฉันคงต้องไปหาซื้อกล้องสักตัวแล้วล่ะค่ะ”
“คุณหนูใหญ่ คุณจะเอากล้องไปทำอะไรงั้นเหรอ”
“ฉันมีบางอย่างที่ต้องทำน่ะค่ะ”
เขารีบยื่นกล้องตัวโปรดของเขาให้กับเธอ
“งั้นเอากล้องถ่ายรูปของผมไปสิครับ”
“เอ๊ะแต่คุณต้องใช้นี่คะ”
“ไม่เป็นไรครับผมให้คุณ”
เธอยิ้มด้วยความดีใจ
“ขอบคุณมากเลยค่ะ งั้นถือเป็นการตอบแทนที่คุณให้ยืมกล้องถ่ายรูปนี่งั้นวันนี้ฉันเลี้ยงขนมแป้งจี่คุณดีกว่า คุณชอบไม่ใช่เหรอคะ”
เขาเผยยิ้มกว้างให้กับเธอ
“คุณจำได้ด้วยงั้นเหรอครับ”
“อื้มจำได้สิ เมื่อตอนที่เราเป็นเด็กๆคุณชอบพาฉันแวะไปซื้อขนมแป้งจี่มากินบ่อยๆ”
เขามองหน้าเธอด้วยความดีใจ
“ผมไม่คิดว่าคุณจะจำมันได้ ผมนึกว่าคุณลืมไปแล้วซะอีก”เขาพูดด้วยใบหน้าเศร้าๆ
เธอมองใบหน้าหล่อนั่นด้วยความรู้สึกผิด
หากตอนนั้นฉันไม่เลือกที่จะปฏิเสธความรักของหมอเหยาเราคงจะได้เป็นคนรักกัน ตอนนี้เขายังจะอยากรักฉันอยู่ไหมน๊า
“คุณหนูใหญ่ คุณหนูใหญ่ครับ”
“ห๊า เอ่อค่ะว่ายังไงนะคะ”
“เมื่อกี๊คุณเหม่อลอยอะไรอยู่งั้นเหรอครับ”
“อ่อเอ่อ ป่าวค่ะไม่มีอะไร เราไปกินขนมแป้งจี่กันเถอะค่ะ”เธอพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือเขาให้เดินตาม
หมอเหยาที่แม้จะรู้สึกเกร็งๆอยู่บ้างเมื่อถูกหลิวซิ่วอิงจับมือแต่อีกใจเขาก็รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมากเพราะนับตั้งแต่เขาบอกรักเธอเมื่อหลายปีก่อนความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาก็ค่อยๆห่างเหินออกไป