โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ออมก่อนใช้” สมการเปลี่ยนชีวิต “Pay Yourself First”… เส้นทางง่ายๆ ใน “การเก็บเงิน” ของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 23 พ.ค. เวลา 13.29 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2566 เวลา 10.21 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

Wealthy Way: เดินทางมาสู่วันสุดท้ายของ “ปีเถาะ-2023” กันจนได้ พร้อมกับความกังวลเรื่อง “ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย” ที่คาดว่าอาจจะปิดสิ้นปีนี้ที่ระดับ 16.4 -16.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90 – 91% ของ GDP กันเลยทีเดียว
มองไปในปีหน้าฟ้าใหม่ “ปีมะโรง-2024” หรือ “ปีมังกรทอง” ก็ได้แต่หวังว่า “ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย” จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แม้สถาบันการเงินโลกคาดว่าหาก “เงินดิจิทัล” ผ่านออกมาบังคับใช้จะดันให้หนี้พุ่งสูงขึ้นไปอีกก็ตาม
“การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ”…ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแต่ประการใด !!!
มาเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการ “ออมเงิน” ให้ตัวเองก่อน Pay Yourself First” กันเถอะ เหลือค่อยเอาไปใช้
ถ้ายังคงใช้ก่อนเก็บ…อาจไม่มีเหลือให้เก็บก็ได้ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ชวนมาสร้างวินับการออมรับปีใหม่เป็นของขวัญให้ตัวเองกัน

“ออมก่อนใช้” สมการเปลี่ยนชีวิต…อย่าลืม “Pay Yourself First”

เมื่อทุ่มเทแรงกายทำงานหาเงินมาแล้ว…ก็อย่าลืมแบ่งจ่ายเป็น “เงินออม” ให้ตัวเองก่อนทุกครั้ง ตามสูตร Pay Yourself First”เพราะไม่สนุกแน่ ถ้าต้องทำงานหาเงินมาแล้วต้องไปจ่ายให้เจ้าหนี้ก่อนเหมือนที่เป็นข่าวรายวันอยู่ในปัจจุบัน
สูตรการเก็บออมก็ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ให้กลับสมการชีวิตใหม่เป็น
รายได้ - เงินออม = ค่าใช้จ่าย
ให้ได้เป็นเบื้องต้นก่อนเลย คือ ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ให้เก็บออมไว้ก่อนเลย เหลือเท่าไรค่อยเอาไปใช้ ส่วนจะเก็บออมเท่าไรขึ้นกับเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคน ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไป แต่ในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ก็ถือเป็น “ฤกษ์ดี” จะมาสำรวจการเงินของตัวเองแล้วตั้งต้นใหม่กันอีกครั้ง และเริ่มเก็บออมเพื่อตัวเองกัน

แนะนำให้ “เก็บออม” ไม่น้อยกว่า 10% ของรายได้ที่เข้ามา เก็บออมได้มากก็ดี แต่อย่าให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของตัวเองก็แล้วกัน
ลองสำรวจดูว่า…วันนี้คุณมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 – 6 เดือนแล้วหรือยัง?ถ้ายังแนะนำให้เริ่มเก็บออมเติมเต็มส่วนนี้ให้ “เพียงพอ” ก่อนเป็นอันดับแรก ในวันที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำให้ขาดรายได้ไป ในช่วง 3 – 6 เดือน ที่จะหางานใหม่หรือตั้งต้นใหม่ ก็จะมีเงินส่วนนี้เอาไว้ใช้ไปได้แก้ขัด จึงถือว่า “สำคัญมาก” เลยทีเดียว
“ถ้ายังไม่มี หรือยังมีไม่เพียงพอ เงินที่เก็บออมก็เอามาใส่ในส่วนของเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอก่อนเป็นอันดับแรก”
แต่ถ้ามี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอแล้ว เงินที่แบ่งมาออม ก็สามารถไป ‘ลงทุนต่อยอด’ในรูปแบบอื่นๆ ได้เพิ่มเติม จะเก็บออมในรูปแบบของกองทุน, หุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ, ประกัน ก็ทำได้หมด
อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “การบริหารหนี้” แน่นอนว่า “การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ” แต่การมีหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมด สำหรับคนทำงานอาจมีหนี้บ้าน หนี้รถ เป็นต้น ซึ่ง “ไม่ควรเกิน 35 – 45%” ของรายได้ ถือเป็นระดับที่ “ปลอดภัย” และถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดหนี้ลงให้ได้ด้วยเช่นกัน
“ดังนั้น ถ้ามีภาระหนี้อยู่ เงินที่แบ่งมาส่วนหนึ่งก็จ่ายให้ตัวเอง อีกส่วนก็กันมาจ่ายหนี้เพิ่มเติม เพื่อลดภาระหนี้ให้ลดลงได้ด้วยเช่นกัน พยายามบริหารหนี้ ‘อย่าให้เกิน 50%’ ของรายได้ขึ้นไป เพราะเป็นระดับที่อันตราย หมายความว่าหาเงินมาเท่าไหร่ ครึ่งหนึ่งต้องนำไปจ่ายหนี้ ต้องรีบแก้ไขด่วนด้วยการหยุดก่อหนี้ใหม่ และพยายามปลดหนี้เก่าให้หมดเร็วที่สุด แต่ถ้าไม่มีภาระหนี้อยู่ สัดส่วนการออมก็อาจจะเก็บได้มากขึ้นแล้วสามารถนำไปลงทุนต่อยอดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน”
ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ “ปีมะโรง-2024” ปีนี้ มาเริ่มต้น “ออมเงิน” เป็นของขวัญให้ตัวเองกัน สร้างสุขภาพการเงินที่ดี ในทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา อย่าลืมแบ่งเงินเก็บไว้ออมก่อนเสมอ…“Pay Yourself First” กันเถอะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...