“ออมก่อนใช้” สมการเปลี่ยนชีวิต “Pay Yourself First”… เส้นทางง่ายๆ ใน “การเก็บเงิน” ของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง !!!
Wealthy Way: เดินทางมาสู่วันสุดท้ายของ “ปีเถาะ-2023” กันจนได้ พร้อมกับความกังวลเรื่อง “ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย” ที่คาดว่าอาจจะปิดสิ้นปีนี้ที่ระดับ 16.4 -16.5 ล้านล้านบาท คิดเป็น 90 – 91% ของ GDP กันเลยทีเดียว
มองไปในปีหน้าฟ้าใหม่ “ปีมะโรง-2024” หรือ “ปีมังกรทอง” ก็ได้แต่หวังว่า “ปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย” จะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แม้สถาบันการเงินโลกคาดว่าหาก “เงินดิจิทัล” ผ่านออกมาบังคับใช้จะดันให้หนี้พุ่งสูงขึ้นไปอีกก็ตาม
“การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ”…ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงแต่ประการใด !!!
มาเริ่มต้นปีใหม่ ด้วยการ “ออมเงิน” ให้ตัวเองก่อน “Pay Yourself First” กันเถอะ เหลือค่อยเอาไปใช้
ถ้ายังคงใช้ก่อนเก็บ…อาจไม่มีเหลือให้เก็บก็ได้ วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ชวนมาสร้างวินับการออมรับปีใหม่เป็นของขวัญให้ตัวเองกัน
“ออมก่อนใช้” สมการเปลี่ยนชีวิต…อย่าลืม “Pay Yourself First”
เมื่อทุ่มเทแรงกายทำงานหาเงินมาแล้ว…ก็อย่าลืมแบ่งจ่ายเป็น “เงินออม” ให้ตัวเองก่อนทุกครั้ง ตามสูตร “Pay Yourself First”เพราะไม่สนุกแน่ ถ้าต้องทำงานหาเงินมาแล้วต้องไปจ่ายให้เจ้าหนี้ก่อนเหมือนที่เป็นข่าวรายวันอยู่ในปัจจุบัน
สูตรการเก็บออมก็ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่ให้กลับสมการชีวิตใหม่เป็น
รายได้ - เงินออม = ค่าใช้จ่าย
ให้ได้เป็นเบื้องต้นก่อนเลย คือ ทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา ให้เก็บออมไว้ก่อนเลย เหลือเท่าไรค่อยเอาไปใช้ ส่วนจะเก็บออมเท่าไรขึ้นกับเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคน ซึ่งอาจแตกต่างกันออกไป แต่ในวารดิถีขึ้นปีใหม่นี้ก็ถือเป็น “ฤกษ์ดี” จะมาสำรวจการเงินของตัวเองแล้วตั้งต้นใหม่กันอีกครั้ง และเริ่มเก็บออมเพื่อตัวเองกัน
แนะนำให้ “เก็บออม” ไม่น้อยกว่า 10% ของรายได้ที่เข้ามา เก็บออมได้มากก็ดี แต่อย่าให้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของตัวเองก็แล้วกัน
ลองสำรวจดูว่า…วันนี้คุณมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 3 – 6 เดือนแล้วหรือยัง?ถ้ายังแนะนำให้เริ่มเก็บออมเติมเต็มส่วนนี้ให้ “เพียงพอ” ก่อนเป็นอันดับแรก ในวันที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นทำให้ขาดรายได้ไป ในช่วง 3 – 6 เดือน ที่จะหางานใหม่หรือตั้งต้นใหม่ ก็จะมีเงินส่วนนี้เอาไว้ใช้ไปได้แก้ขัด จึงถือว่า “สำคัญมาก” เลยทีเดียว
“ถ้ายังไม่มี หรือยังมีไม่เพียงพอ เงินที่เก็บออมก็เอามาใส่ในส่วนของเงินสำรองฉุกเฉินให้เพียงพอก่อนเป็นอันดับแรก”
แต่ถ้ามี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอแล้ว เงินที่แบ่งมาออม ก็สามารถไป ‘ลงทุนต่อยอด’ในรูปแบบอื่นๆ ได้เพิ่มเติม จะเก็บออมในรูปแบบของกองทุน, หุ้น, ตราสารหนี้, ทองคำ, ประกัน ก็ทำได้หมด
อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ “การบริหารหนี้” แน่นอนว่า “การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ” แต่การมีหนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายไปเสียทั้งหมด สำหรับคนทำงานอาจมีหนี้บ้าน หนี้รถ เป็นต้น ซึ่ง “ไม่ควรเกิน 35 – 45%” ของรายได้ ถือเป็นระดับที่ “ปลอดภัย” และถ้าเป็นไปได้ก็ควรลดหนี้ลงให้ได้ด้วยเช่นกัน
“ดังนั้น ถ้ามีภาระหนี้อยู่ เงินที่แบ่งมาส่วนหนึ่งก็จ่ายให้ตัวเอง อีกส่วนก็กันมาจ่ายหนี้เพิ่มเติม เพื่อลดภาระหนี้ให้ลดลงได้ด้วยเช่นกัน พยายามบริหารหนี้ ‘อย่าให้เกิน 50%’ ของรายได้ขึ้นไป เพราะเป็นระดับที่อันตราย หมายความว่าหาเงินมาเท่าไหร่ ครึ่งหนึ่งต้องนำไปจ่ายหนี้ ต้องรีบแก้ไขด่วนด้วยการหยุดก่อหนี้ใหม่ และพยายามปลดหนี้เก่าให้หมดเร็วที่สุด แต่ถ้าไม่มีภาระหนี้อยู่ สัดส่วนการออมก็อาจจะเก็บได้มากขึ้นแล้วสามารถนำไปลงทุนต่อยอดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน”
ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ “ปีมะโรง-2024” ปีนี้ มาเริ่มต้น “ออมเงิน” เป็นของขวัญให้ตัวเองกัน สร้างสุขภาพการเงินที่ดี ในทุกครั้งที่มีรายได้เข้ามา อย่าลืมแบ่งเงินเก็บไว้ออมก่อนเสมอ…“Pay Yourself First” กันเถอะ