โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดประวัติ หมอกฤตไท เจ้าของเพจสู้ดิวะ ผู้ต่อสู้กับมะเร็งระยะสุดท้าย แม้ร่างกายจะจากไป แต่ยังอยู่ในใจใครหลายคน

tvpoolonline.com

อัพเดต 06 ธ.ค. 2566 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 06.59 น. • TV Pool

นับเป็นข่าวเศร้าเมื่อทางเฟซบุ๊กไทภัทร ธนสมบัติกุล ซึ่งเป็นคุณพ่อของ “นพ.กฤตไท ธนสมบัติกุล” เจ้าของเพจสู้ดิวะ ได้แจ้งข่าวว่า คุณหมอกฤตไทได้จากไปแล้ว หลังจากอดทนและต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดมายาวนาน

ถึงแม้ร่างกายจะจากไป แต่เชื่อว่าคุณหมอกฤตไทจะอยู่ในใจของใครหลายคน

กฤตไท ธนสมบัติกุล จบมัธยมจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (OSK 131) และสอบติดคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งหลังจากเรียนจบ คุณหมอกฤตไทได้ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นเวลา 3 ปี

ขณะที่เรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง คุณหมอกฤตไทตัดสินใจเริ่มเรียนอีกด้านหนึ่งไปด้วยกันคือ ระบาดวิทยาคลินิก (Clinical Epidemiology and Clinical Statistic) เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วย ด้วยการสร้างผลงานวิจัย ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และสถิติ

นอกจากนี้ คุณหมอกฤตไทยังได้เรียนวิศวกรรมศาสตร์ต่อในระดับปริญญาโทด้านวิทยาการข้อมูล ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อต่อยอดแนวคิดทางธุรกิจ การแก้ปัญหา และการจัดการข้อมูลที่สำคัญในโลกอนาคต

หลังจากที่เรียนจบเฉพาะทาง คุณหมอกฤตไทถูกบรรจุเข้าทำงานเป็นอาจารย์ประจำศูนย์ระบาดวิทยาคลินิกและสถิติศาสตร์คลินิก ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีความรู้ความสามารถจนได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม CE (Clinical Epidemiology) ร่วมกับอาจารย์อีกหลายท่าน

ด้านชีวิตส่วนตัว

คุณหมอกฤตไทชอบออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ ไม่สูบบุหรี่ และได้วางแผนซื้อบ้านและแต่งงานกับคนรัก ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2565 คุณหมอกฤตไทสังเกตถึงความผิดปกติของอาการไอของตัวเอง จึงเข้ารับการตรวจ และพบว่ากำลังป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดเพื่อรักษาให้หายขาดได้ ปัจจัยเดียวที่เป็นไปได้คือภาวะฝุ่น PM2.5 ที่รุนแรงในจังหวัดเชียงใหม่

หลังจากเข้ารับการรักษา คุณหมอ กฤตไทจึงตัดสินใจเปิดเพจ สู้ดิวะ รวมถึงเขียนหนังสือ สู้ดิวะ ขึ้นมา เพื่อแบ่งปันเรื่องราวต่าง ๆ และส่งต่อสิ่งเล็ก ๆ บางอย่างให้สังคม

อาการป่วยดีขึ้น-ทรุดลง

ช่วงปีใหม่ 2566 คุณหมอกฤตไทเผยว่า ตนตอบสนองต่อการรักษาดีมากๆ ก้อนใหญ่ที่ปอดขวาเล็กลง ก้อนเล็กที่ปอดซ้ายก็หายไปหมด ร่างกายแข็งแรงกว่า 3 เดือนก่อน ซึ่งระหว่างที่รักษาอาการป่วย คุณหมอทุ่มเทกับการศึกษาศาสตร์ของจิตใจ ทั้งทางศาสนา และทางจิตวิทยา เพื่อจัดการกับสภาพจิตใจของตัวเอง

นอกจากนี้ อาการป่วยก็ขึ้นมาก ๆ สามารถกลับไปออกกำลังกายได้แทบจะปกติ เล่นบาสได้ ปั่นจักรยานได้ ฟิตร่างกายให้กลับไปเหมือนตอนก่อนป่วย และได้กลับไปสอนนักศึกษา จึงเริ่มวางแผนที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป

แต่ทว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2566 ทางเพจสู้ดิวะได้โพสต์แจ้งว่า ตอนนี้คุณหมอกฤตไทอาการไม่ค่อยดีนัก มะเร็งมีการลุกลามไปทั่วร่างกาย ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเก่า

วิวาห์สุดชื่นมื่นกับแฟนสาว

เมื่อโรคร้ายอาจคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ คุณหมอกฤตไทตัดสินใจเข้าพิธีแต่งงานกับคุณพีม แฟนสาว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2566 เป็นงานเล็ก ๆ สุดอบอุ่น โดยคุณพีมได้กล่าวคำพูดสุดซึ้งถึงคุณหมอกฤตไทว่า หลายคนอาจจะมองว่าเธอโชคร้าย แต่เธอคิดว่าเธอโชคดีมาก ๆ ตั้งแต่ได้พบคุณหมอกฤตไท

“พีมว่าพีมโชคดีมาก ๆ จริง คือพี่ไทจะพูดตลอดเลยว่า เธอโชคร้ายหรือเปล่า เธอโชคร้ายหรือเปล่า พีมก็จะตอบพี่ไททุกครั้งเลยว่า พีมโชคร้ายที่พีมไม่รู้ว่าพีมจะอยู่กับพี่ไทไปถึงเมื่อไร พีมโชคร้ายแค่นั้นเลย ที่เหลือ ตั้งแต่ที่พีมพบพี่ไท พีมรู้สึกมาตลอดเลยว่าพีมโชคดี ที่เจอคู่ชีวิตได้เร็วขนาดนี้ ไม่ว่าเรื่องมันจะไปทางไหน ไม่ว่าเรื่องมันจบยังไง ตอนนี้โชคดีที่สุดแล้วค่ะ”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กิต Three man down โพสต์ข้อความขอโทษยาวเหยียด หลังโดนขุดคลิปวีรกรรมแกล้งเพื่อน!

ติ๊นา ศุภนาฎ จิตตลีลา ที่ก่อนหน้านี้หันหน้าเข้าพึ่งทางธรรม สึกแล้วบอกเลยว่าเปลี่ยนไปมาก

คำแนะนำ อย่าปล่อยให้ความเครียด และสารพิษจากอาหาร สารพิษจากมลภาวะรอบๆตัวคุณ ทำร้ายสุขภาพคุณทุกวัน เพื่อป้องกันเราจำเป็นต้องทานอาหารเสริมบำรุงตับฮอกเก๊ตไธโอน ที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลักคือ ฮอกเก๊ตนามูจากเกาหลี ช่วยล้างสารพิษและบำรุงตับ อายุ35ปีขึ้นไป จำเป็นต้องทานวันละ1เม็ด เพราะตับเป็นอวัยวะที่คัดกรองของเสีย หากตับพังสุขภาพพัง
กดลิ้งค์รับข้อมูล อาหารเสริมบำรุงตับ จากเกาหลีเพิ่มเติ่มได้ที่ Link ด้านล่าง
https://www.tvpoolreward.com/salepageheokkaetioneoffice/contactpage

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...