โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระบี่ ชาวเลอูรักลาโวยจ สืบสานประเพณีลอยเรืออารีปาจั๊ก ความเชื่อเกี่ยวกับทะเล

77kaoded

เผยแพร่ 29 ต.ค. 2566 เวลา 11.56 น. • 77 ข่าวเด็ด

กระบี่ ชาวเลอูรักลาโวยจ ชุมชนโต๊ะบาหลิว อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ สืบสานประเพณีต่อเรือ ลอยเรืออารีปาจั๊ก วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านที่สืบทอดกันมานับร้อยปีแต่รุ่นบรรพบุรุษ เชื่อว่าเมื่อเรือลอยออกสู่ทะเลเป็นสัญญาณว่าสิ่งชั่วร้าย หรือสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ได้ลอยออกไปแล้ว และต่อจากนี้ชีวิตของชาวเลจะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา ทำมาหากินได้ดีตลอดปี

วันที่ 29 ต.ค.66 นี่คือคลิปบรรยากาศการจัดงานพิธีท้องถิ่นของชาวเลชุมชนบ้านโต๊ะบาหลิว อำเภอเกาะลันตา จ.กระบี่ เป็นประเพณีลอยเรืออารีปาจั๊ก” ถือเป็นงานพิธีสำคัญของชาวเลอูรักลาโวยจ ที่จะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเดือน 11 ของทุกปี ซึ่งนับว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านฤดู ในเดือน 6 เป็นการเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนเป็นฤดูฝน และในเดือน 11 เปลี่ยนจากฤดูฝนเป็นฤดูร้อน นั่นเอง (ทางภาคใต้มีเพียง 2 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน และฤดูฝน)

ซึ่งบริเวณที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกาะลันตา จ.กระบี่ เป็นถิ่นที่อยู่ของคนหลายกลุ่ม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มไทยพุทธ ไทยมุสลิม คนเชื้อสายจีน และกลุ่มชาวเล โดยกลุ่มชาวเลที่อาศัยอยู่บนเกาะลันตานั้นเป็นกลุ่มอูรักลาโวยจ (อุรักลาโว้ย) ซึ่งมีความเชื่อและนับถือผีบรรพบุรุษและจิตวิญญาณที่เกี่ยวกับทะเล แม้ว่าภายหลังอาจจะมีการนับถือศาสนาอื่นๆ บ้างตามสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น แต่ก็ยังมีการผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมดังที่ปรากฏให้เห็นในพิธีกรรมและประเพณีสำคัญ เช่น พิธีกรรมลอยเรือ หรือ “งานลอยเรืออารีปาจั๊ก”

ทั้งนี้ชาวเลมีความเชื่อกันว่า การทำพิธีลอยเรือนั้นเป็นการสะเดาะเคราะห์เพื่อให้สมาชิกในหมู่บ้านรอดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง ด้วยการขออำนาจจากผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านให้ช่วยขับไล่สิ่งอัปมงคลให้ลอยออกไป รวมถึงเป็นการแสดงความขอบคุณที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองพวกเขาให้อยู่รอดปลอดภัยตลอดฤดูมรสุม โดยใช้เรือเป็นพาหนะบรรทุกสิ่งชั่วร้ายออกไปแล้วปล่อยให้ไหลไปตามสายน้ำ

ส่วนขั้นตอนของการทำพิธีลอยเรือนั้น มีแบบแผนการทำพิธีที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยจะต้องเริ่มจากการแต่งตั้งหัวหน้าการจัดงาน 3 คน คนแรกทำหน้าที่ติดต่อกับโต๊ะหมอ (ผู้นำทางจิตวิญญาณ) ว่าจะทำพิธีหรือไม่ คนที่สองทำหน้าที่ประกาศให้ชาวบ้านรู้เพื่อเตรียมตัวร่วมกันจัดงาน คนที่สามทำหน้าที่แบ่งงานให้ชาวบ้าน

วัสดุที่นำมาใช้ในการต่อเรือคือ ไม้ระกำและไม้ตีนเป็ด โดยก่อนจะตัดไม้มาใช้นั้นก็ต้องมีพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน เมื่อได้ไม้มาแล้วก็จะนำมาต่อเรือที่เรียกว่า “เรือปาจั๊ก” เป็นสัญลักษณ์ของยานที่จะนำวิญญาณของคนและสัตว์ไปสู่อีกภพหนึ่ง

ตัวเรือปาจั๊กจะถูกแกะสลักอย่างสวยงามเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ ประดับประดาอยู่ทั่วตัวเรือ รูปนกเกาะหัวเรือ หมายถึง "โต๊ะบุหรง" บรรพบุรุษผู้ซึ่งสามารถห้ามลมห้ามฝน ลายฟันปลา หมายถึง "โต๊ะบิกง" บรรพบุรุษที่เป็นฉลาม ลายงูหมายถึง "โต๊ะอาโฆะเบอราไตย" บรรพบุรุษที่เป็นงู ฯลฯ ในเรือยังมีตุ๊กตาไม้ระกำทำหน้าที่นำเคราะห์โศกโรคภัยของสมาชิกในแต่ละครอบครัวเดินทางไปกับเรือและเครื่องเซ่นต่าง ๆ ที่จะให้วิญญาณบรรพบุรุษนำติดตัวไปยังถิ่นฐานเดิม

ขนาดของเรือปาจั๊กจะมีความยาว 4-5 เมตร นอกจากลวดลายแกะสลักที่สวยงามแล้ว เรือปาจั๊กก็ยังมีสิ่งของตกแต่งอีกมากมาย เช่น เต่า นก ธง กุ้ง ปู ปลา ฯลฯ ซึ่งคนที่ต่อเรือก็จะเป็นผู้ชาย ส่วนการตกแต่งตัวเรือให้สวยงามเพิ่มขึ้นด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดก็คือผู้หญิง และระหว่างที่ต่อเรือนั้นก็จะมีการเปิดดนตรีคลอไปด้วย

ระหว่างที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งกำลังต่อเรืออยู่นั้น เมื่อถึงช่วงบ่าย อีกส่วนหนึ่งก็จะไปทำพิธีขอดาโต๊ะ เป็นการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางและบรรพบุรุษว่าจะมีการจัดงานลอยเรือ โดยของที่ใช้ทำพิธีก็คือ ขนมเจ็ดสี ไก่สุก ไก่ดิบ เทียนขี้ผึ้ง ข้าวตอก เหล้าขาว หมาก พลู และใบจาก

หลังจากทำพิธีบอกกล่าวบรรพบุรุษแล้ว โต๊ะหมอก็จะทำพิธีดูเทียนเพื่อทำนายว่าปีนี้จะมีปลามีกุ้งเยอะหรือไม่ จะทำมาหากินได้ดีหรือไม่ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว ขนมต่างๆ ที่นำมาทำพิธี ชาวบ้านก็จะแบ่งกันกินบ้าง บางส่วนที่เหลือจะนำไปวางไว้ริมน้ำทางทิศตะวันตกเพื่อให้เจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าทะเลได้กิน

เมื่อการต่อเรือและประดับตกแต่งจนเสร็จสิ้นแล้ว วันรุ่งขึ้นในช่วงบ่ายจะมีพิธีสำคัญคือ การแห่เรือ โดยชาวบ้านจะแห่เรือปาจั๊กจากบ้านคลองดาวมาถึงชุมชนโต๊ะบาหลิว ซึ่งเป็นบริเวณที่จะใช้ลอยเรือ ในขบวนแห่เรือมีการแต่งกายสวยงาม มีการเปิดเพลงสร้างความสนุกสนานให้แก่ชาวบ้าน และเมื่อมาถึงชุมชนโต๊ะบาหลิวแล้ว ก็จะแห่เรือวนรอบศาลเจ้าโต๊ะบาหลิว 3 รอบ ก่อนจะนำเรือปาจั๊กมาตั้งไว้ที่ริมทะเล

ในคืนนั้นจะมีการร้องรำทำเพลงรอบ ๆ เรือด้วยจังหวะเพลงรองเง็ง และจะมีการละเล่นสนุกสนานตลอดคืน จนถึงช่วงเวลาใกล้เช้าของอีกวัน ก็ถึงเวลาที่จะนำเรือปาจั๊กออกไปลอยสู่ทะเล ชาวบ้านจะนำข้าวของเครื่องใช้ เศษเล็บ เศษผม ห่อใส่ลงไปในเรือ

จากนั้นจะนำเรือปาจั๊กบรรทุกลงในเรือลำใหญ่ แล้วลอยออกไปกลางทะเล ก่อนจะนำเรือปาจั๊กลงทะเล ให้ลอยออกไปไกลจากหมู่บ้าน เป็นสัญญาณว่าสิ่งชั่วร้าย หรือสิ่งไม่ดีต่าง ๆ ได้ลอยออกไปแล้ว และต่อจากนี้ชีวิตของชาวเลจะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามา ทำมาหากินได้ดีตลอดปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...