SCB WEALTH ออกกองทุนใหม่ “SCBGMLITE(A)” ชู Multi-Asset Core Portfolio Lite รับผลตอบแทนสูง
SCB WEALTH ร่วมมือกับ BlackRock เปิดตัวกองทุนใหม่ "SCBGMLITE(A)" มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนต่างประเทศหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก ทั้งหุ้น, ตราสารหนี้, อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือก เช่น และใช้เครื่องมือ Liquid Alternative ช่วยจัดการความผันผวน สร้างเสถียรภาพให้พอร์ต เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 18-25 พฤศจิกายนนี้
18 พฤศจิกายน 2568 นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product กลุ่มธุรกิจ Consumer Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า SCB WEALTH ร่วมมือกับ BlackRock ในการพัฒนาโซลูชันการลงทุนให้นักลงทุนไทย เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และเข้าถึงการลงทุนระดับโลกที่มีคุณภาพ
โดยได้คัดสรรผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมากนัก แต่มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้
ธนาคารไทยพาณิชย์ในฐานะผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน จะเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Multi-Asset Core Portfolio Lite หรือ SCBGMLITE(A) ซึ่งจัดตั้งโดยบลจ.ไทยพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 18-25 พฤศจิกายนนี้ เงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท มูลค่าหน่วยลงทุนละ 10 บาท
กองทุน SCBGMLITE (A) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เช่น หน่วยCIS หน่วยของกองทุน ETFที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
โดยกองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ100 ของมูลค่ำทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งการปรับส่วนลงทุนจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ BlackRock (Singapore) Limited เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการบริหารจัดการกองทุน
ในเบื้องต้นกองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนี (ETF) ซึ่งจะมีสภาพคล่องสูง รองรับการปรับพอร์ตได้รวดเร็ว ลงทุนได้มากกว่า10 สินทรัพย์ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ทองคำ REITและTIPs เป็นต้น
กองทุน SCBGMLITE (A) ได้ผสานการลงทุนในตราสารหนี้กับโอกาสสร้างผลตอบแทนจากหุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก ส่งผลให้พอร์ตมีโอกาสเติบโต ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงโดยรวมอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมากนัก
ประกอบกับมีเครื่องมือ Liquid Alternative เข้ามาช่วยทดแทนความผันผวนในช่วงตลาดไม่นิ่ง ยิ่งมีโอกาสทำให้โครงสร้างพอร์ตมีเสถียรภาพมากขึ้น จึงเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการมองหาความสบายใจควบคู่โอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีบนความเสี่ยงที่รับได้
และเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ควรมีไว้ในพอร์ต เพื่อสร้างศักยภาพในระยะยาว พร้อมเปิดโอกาสรับการเติบโตในทุกสภาวะตลาด