โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ เผยบริษัทน้ำมันสหรัฐเตรียมลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในเวเนซุเอลาหลังโค่นมาดูโร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ม.ค. เวลา 10.02 น. • เผยแพร่ 04 ม.ค. เวลา 03.02 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยบริษัทน้ำมันสหรัฐเตรียมลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในเวเนซุเอลาหลังโค่นล้มประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร

วันที่ 4 ม.ค.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การลงทุนของสหรัฐในภาคพลังงานของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่อุดมด้วยน้ำมัน ถือเป็นเป้าหมายหลักของปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงระบอบที่นำไปสู่การโค่นล้มประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร

“เราจะให้บริษัทน้ำมันขนาดใหญ่มากของสหรัฐ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปลงทุน ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่พังยับเยิน โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน” ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวจากที่พักมาร์อาลาโก เมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา

“มาเริ่มทำเงินให้ประเทศกันเถอะ” ทรัมป์กล่าว

เวเนซุเอลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งโอเปก มีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลกที่ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 17% ของปริมาณสำรองทั่วโลก ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)

ปัจจุบัน เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่เพียงรายเดียวของสหรัฐที่ดำเนินงานในประเทศอเมริกาใต้แห่งนี้ โดยส่งออกน้ำมันประมาณ 140,000 บาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ตามข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Kpler

กองกำลังสหรัฐได้ควบคุมตัวมาดูโรและภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส ในปฏิบัติการโจมตีขนาดใหญ่ช่วงข้ามคืน โดยทั้งคู่ถูกตั้งข้อหาเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในศาลแขวงภาคใต้ของนครนิวยอร์ก

เชฟรอน ระบุในแถลงการณ์ว่า บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพนักงาน รวมถึงความสมบูรณ์ของทรัพย์สิน และยังคงดำเนินงานโดยปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่ CNBC ระบุว่าได้ติดต่อเอ็กซอน โมบิล เพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมแล้ว

ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐจะ “เข้าบริหารประเทศ” จนกว่าจะสามารถถ่ายโอนอำนาจได้อย่างปลอดภัย เหมาะสม และรอบคอบ โดยระบุว่าจะบริหารเวเนซุเอลาชั่วคราวร่วมกับ “กลุ่มบุคคล” โดยไม่ให้รายละเอียด

การโค่นล้มมาดูโรเกิดขึ้นหลังสหรัฐเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคแคริบเบียนเป็นเวลาหลายเดือน ทรัมป์ระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาที่เขาบังคับใช้ยังคงมีผลอย่างเต็มที่

ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า“บริษัทน้ำมันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาโดยตรง และจะได้รับการชดเชยในภายหลัง
“เราจะทำให้น้ำมันไหลกลับมาอย่างที่ควรจะเป็น” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่า จะมีการขายน้ำมันจำนวนมากให้กับประเทศอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

เวเนซุเอลาได้โอนกิจการอุตสาหกรรมน้ำมันเป็นของรัฐในปี 1976 โดยยึดทรัพย์สินจากบริษัทน้ำมันข้ามชาติเพื่อจัดตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เปโตรเลออส เด เวเนซุเอลา (PDVSA)

การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาเคยแตะระดับสูงสุดราว 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ก่อนจะลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันการผลิตอยู่ที่ราว 800,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลของ Kpler ขณะที่สหรัฐผลิตน้ำมันได้ราว 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 ธันวาคม

จีนและรัสเซียยังมีบทบาทในภาคน้ำมันของเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลมาดูโรได้อนุมัติขยายสัญญาการร่วมทุนกับบริษัทที่เชื่อมโยงกับรัสเซียออกไปอีก 15 ปีในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

แอนดี ลิโพว์ ประธานบริษัท Lipow Oil Associates ระบุว่า การส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาอาจหยุดชะงักทั้งหมด เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในกรุงการากัส และผู้ซื้ออาจไม่แน่ใจว่าจะต้องชำระเงินให้ใคร อย่างไรก็ตาม เชฟรอนมีแนวโน้มจะยังคงส่งออกน้ำมันต่อไป ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านอุปทาน

ด้าน แมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์จาก Kpler ระบุว่า ตลาดน้ำมันที่มีอุปทานล้นอยู่แล้วจะช่วยรองรับผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทานเพิ่มเติมได้บ้าง โดยตลาดน้ำมันในปี 2025 ปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 5 ปี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงราว 19% ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐลดลงเกือบ 20% จากแรงกดดันของการเพิ่มกำลังการผลิตของโอเปกพลัสและการผลิตในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐ

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...