‘ภูมิใจไทย’ ย้ำหนักแน่น! แก้รัฐธรรมนูญไม่แตะหมวด 1-2 ไม่ให้ไปถึงแก้ 112
ขณะนี้ มีข้อวิจารณ์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ จะมีการแฝงแก้หมวด 1–2 และนำไปสู่การแก้ไข ป.อาญา ม.112 “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ และไม่เห็นชอบต่อการทำประชามติในลักษณะที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560
“หากยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ บุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิอาจกลับเข้าสู่ระบบการเมืองได้โดยอัตโนมัติ และการทำประชามติที่ให้ประชาชนตัดสินใจโดยไม่ทราบกรอบและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปรียบเสมือนการเซ็นเช็คเปล่า และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ประชาชนต้องยอมรับรัฐธรรมนูญที่จัดทำเสร็จแล้ว แม้ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด”
“รองเอ๋” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอาจเป็นการเปิดทางให้เกิดนิรโทษกรรมทางการเมืองโดยแอบแฝง คำถามประชามติที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่พรรคการเมืองเคยมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 โดยเสนอว่าหากจะแก้ไข ควรถามประชามติให้ชัดเจนว่าแก้ตั้งแต่หมวดใด
พรรครักชาติ นำโดย “หัวหน้าโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่หาเสียง ตลาดเทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายเจษฎ์ กล่าวว่า พรรครักชาติมีจุดยืนที่จะรักษารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ขอคัดค้านการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คัดค้านการผลาญงบประมาณหมื่นล้านที่ต้องใช้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำประชามติ ทั้งคาดว่าจะใช้เงินรอบละ 3,000-5,000 ล้านบาท ควรเอาเงินมาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่า พรรครักชาติไม่สร้างความขัดแย้ง ประกาศตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ที่ไร้สีเสื้อ
นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.ประชามติ แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พูดไว้ชัดเจน ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องไม่ไปแตะหรือแก้ไขใดๆ ในรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 อันตลอดรวมถึงกฎหมายอาญาในมาตรา 112 ด้วย ไม่มีการตัดทอนอำนาจขององค์กรอิสระ อาจปรับปรุงกันบ้างเท่าที่จำเป็นก็หารือกัน
"นายอนุทิน ลงนามเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่ม หมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนในร่างมาตรา 256/13 ที่บัญญัติว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ 2560 จะกระทำมิได้ ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคหนึ่ง ให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป
และร่างแก้ไขที่ผ่านความเห็นชอบของ กมธ.เสียงข้างมากในมาตรา 256/26/1 ก็บัญญัติว่า ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้โดยมิให้มีการแก้ไข
มีล็อกไว้อย่างน้อย 3 ชั้น ห้ามแตะหมวด 1 และ 2 คือ 1. คำยืนยันของนายอนุทิน ถูกแปลงเป็นเงื่อนไขการยกร่าง 2. ถ้าในสภาฝ่าฝืนกรอบดังกล่าว ก็ต้องใช้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ 3. ยังต้องผ่านประชามติของประชาชนอีกถึงสองครั้ง คือตอนแก้ไขมาตรา 256 ใหม่หนึ่งครั้ง และตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วเสร็จเป็นประชามติครั้งที่ 3 อีกหนึ่งครั้ง ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นอันเป็นห่วงนี้ จึงขอการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนเหมือนกับที่เราเคยมีมาแล้วในปี 2540 เป็นฉบับใหม่ในครั้งนี้ด้วย"
การรับประกัน คงสร้างความมั่นใจระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันเสียงต่อต้านและรณรงค์คว่ำรัฐธรรมนูญ
จากกรณีแก้ว เรมี รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชา กล่าวว่า ถ้าเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ สงครามชายแดนไม่สงบ “เสี่ยหนู” ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า “ก่อนเลือกตั้งเริ่มเทศกาลสาดโคลนกันอีกแล้ว จริงๆ แต่ละคนก็ควรจะใช้เวลาในการผลักดันนโยบายพรรคตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ใช่พอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลง หรืออาจจะตาม แล้วเที่ยวไปนั่งซัดใส่ความคนนั้นคนนี้ ส่วนเรื่องจับมือ เรารอให้ประชาชนเขาตัดสินใจ การพูดปากไวไปมันมีดิจิทัลฟุตพรินต์ พูดไปก็ต้องมานั่งแก้เก้อ พูดให้น้อยดีกว่า ห่วงเรื่องของตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา”
“เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดตราด หาเสียงช่วย “โอม” พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู หรือโอม ผู้สมัคร สส. จังหวัดตราด นายธนาธร ขึ้นรถแห่ปราศรัยหน้าตลาดไร่รั้งและหลังตลาด ชี้แจงประเด็นที่พรรคประชาชนตัดสินใจเลือกนายพรรณเศรษฐ์ ลงสมัคร สส.ตราด ต่อจากพ่อ คือนายศักดินัย นุ่มหนู อดีต สส.ตราด ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ พรรคพิจารณาแล้วเห็นศักยภาพและความสามารถของเจ้าตัวโดยตรง
“การรวมศูนย์อำนาจและงบประมาณที่กรุงเทพฯ ทำให้ประเทศไทยเจริญไม่ได้ ความเหลื่อมล้ำกับจังหวัดอื่นๆ สูงมาก อยากให้จังหวัดอื่นๆ เป็นเหมือนกรุงเทพฯ ได้เลือกผู้นำจังหวัดด้วยตนเอง ดังนั้นภายใต้บริหารงานของรัฐบาลประชาชน 4 ปี ทุกจังหวัดไม่ใช่แค่จังหวัดตราด จังหวัดชายแดน จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด
และถ้าผลประชามติไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็นึกอนาคตประเทศไม่ออกเลย ไม่รู้จะเอาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทยอย่างไร ส่วนข่าวที่รัฐมนตรีกัมพูชาพาดพิงถึงพรรคการเมืองหนึ่งว่าหากเลือกแล้วจะเกิดสงครามรอบที่ 3 นั้น ขอยืนยันว่าหากพรรค ปชน.ได้เป็นรัฐบาล จะใช้มาตรการทางการทูต โลกล้อมไทย โดยการเจรจากับกลุ่มประเทศอาเซียนและนานาชาติ ให้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อกดดันให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน”
พรรค ปชน.เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ในแคมเปญ The Professionals เพิ่มเติม ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 เป็นแคนดิเดต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เจ้าตัวต้องการเปลี่ยนจากผู้วิจารณ์นโยบาย มาเป็นผู้ลงมือผลักดันนโยบายด้วยตัวเอง เพื่อเปลี่ยนชะตาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
ส่วนบรรยากาศการหาเสียง อาทิ “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงเขตเลือกตั้งที่ 21 ประเวศ-สะพานสูง หมายเลข 2 หาเสียง โดยได้พบปะประชาชนย่านชุมชนตลาดหมู่บ้านนักกีฬา ชูสโลแกนหลักมีเราไม่มีมืด คือการดูแลเรื่องรักษาความปลอดภัย ส่วนเรื่องปัญหาทุนเทา พรรคโอกาสใหม่จะขออาสาเข้ามาทำเรื่องนี้ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพราะเมื่อมาจากระบบราชการ ก็จะรู้จุดอ่อนดีที่สุด
ที่ จ.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เป็นวันที่ 2 พรรคกล้าธรรมชูจุดขายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สิน ยกระดับที่ดิน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน พรรคจะไม่เสนอนโยบายที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้
ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งเป้าว่าจะชนะสมุทรปราการยกจังหวัดทั้งแปดเขต พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน อยากให้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ส่วนการปราศรัยใหญ่ จะจัดขึ้นที่บางปูแลนด์ในวันที่ 16 ม.ค. เวลา 16.00 น. โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน รวมถึงตัวผู้สมัคร จะขึ้นเวที อาจมีเซอร์ไพร้ส์
“สีส้มเติมความจัดเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นสีแดง เชื่อมั่นว่า พื้นที่นี้จะประสบชัยชนะได้อย่างแน่นอน ประชาชนเรียกร้องตัวนายกฯ ที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง คนที่จะนำเอาเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ นั่นคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย”
"ทีมข่าวการเมือง"