โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ภูมิใจไทย’ ย้ำหนักแน่น! แก้รัฐธรรมนูญไม่แตะหมวด 1-2 ไม่ให้ไปถึงแก้ 112

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ภูมิใจไทย ย้ำ แก้รัฐธรรมนูญไม่แตะหมวด 1-2 ไม่ให้ไปถึงแก้ 112 ไม่ตัดอำนาจองค์กรอิสระ นอกจากปรับปรุงบ้าง “นิกร” ยกคำ “เสี่ยหนู”อ้าง ถ้าจะแตะ ก็ยังมีเสียง สว.และการทำประชามติรอขวางอีก 2 ครั้ง ขอเสียงสนับสนุนยกร่างใหม่ ให้เป็นรัฐธรรมนูญประชาชนเหมือนของปี 40 “ธนาธร” ลงพื้นที่ จ.ตราด ลั่น ปชน.มีนโยบายให้เลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้เอง เพื่อให้จังหวัดอื่นเจริญเหมือนกรุงเทพฯ ครวญถ้าประชามติไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ไม่รู้จะเอาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ไทยอย่างไร

ขณะนี้ มีข้อวิจารณ์ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ จะมีการแฝงแก้หมวด 1–2 และนำไปสู่การแก้ไข ป.อาญา ม.112 “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ และไม่เห็นชอบต่อการทำประชามติในลักษณะที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560

“หากยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ บุคคลที่เคยถูกตัดสิทธิอาจกลับเข้าสู่ระบบการเมืองได้โดยอัตโนมัติ และการทำประชามติที่ให้ประชาชนตัดสินใจโดยไม่ทราบกรอบและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เปรียบเสมือนการเซ็นเช็คเปล่า และอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่ประชาชนต้องยอมรับรัฐธรรมนูญที่จัดทำเสร็จแล้ว แม้ไม่เห็นด้วยในรายละเอียด”

“รองเอ๋” อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอาจเป็นการเปิดทางให้เกิดนิรโทษกรรมทางการเมืองโดยแอบแฝง คำถามประชามติที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่พรรคการเมืองเคยมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 โดยเสนอว่าหากจะแก้ไข ควรถามประชามติให้ชัดเจนว่าแก้ตั้งแต่หมวดใด

พรรครักชาติ นำโดย “หัวหน้าโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ นำทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่หาเสียง ตลาดเทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา นายเจษฎ์ กล่าวว่า พรรครักชาติมีจุดยืนที่จะรักษารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ขอคัดค้านการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คัดค้านการผลาญงบประมาณหมื่นล้านที่ต้องใช้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทำประชามติ ทั้งคาดว่าจะใช้เงินรอบละ 3,000-5,000 ล้านบาท ควรเอาเงินมาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่า พรรครักชาติไม่สร้างความขัดแย้ง ประกาศตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ที่ไร้สีเสื้อ

นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.ประชามติ แสดงความเห็นในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พูดไว้ชัดเจน ว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องไม่ไปแตะหรือแก้ไขใดๆ ในรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 อันตลอดรวมถึงกฎหมายอาญาในมาตรา 112 ด้วย ไม่มีการตัดทอนอำนาจขององค์กรอิสระ อาจปรับปรุงกันบ้างเท่าที่จำเป็นก็หารือกัน

"นายอนุทิน ลงนามเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่ม หมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนในร่างมาตรา 256/13 ที่บัญญัติว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญ 2560 จะกระทำมิได้ ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคหนึ่ง ให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป

และร่างแก้ไขที่ผ่านความเห็นชอบของ กมธ.เสียงข้างมากในมาตรา 256/26/1 ก็บัญญัติว่า ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้นำบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาบัญญัติไว้โดยมิให้มีการแก้ไข

มีล็อกไว้อย่างน้อย 3 ชั้น ห้ามแตะหมวด 1 และ 2 คือ 1. คำยืนยันของนายอนุทิน ถูกแปลงเป็นเงื่อนไขการยกร่าง 2. ถ้าในสภาฝ่าฝืนกรอบดังกล่าว ก็ต้องใช้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ 3. ยังต้องผ่านประชามติของประชาชนอีกถึงสองครั้ง คือตอนแก้ไขมาตรา 256 ใหม่หนึ่งครั้ง และตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วเสร็จเป็นประชามติครั้งที่ 3 อีกหนึ่งครั้ง ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นอันเป็นห่วงนี้ จึงขอการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนเหมือนกับที่เราเคยมีมาแล้วในปี 2540 เป็นฉบับใหม่ในครั้งนี้ด้วย"

การรับประกัน คงสร้างความมั่นใจระดับหนึ่ง เพื่อป้องกันเสียงต่อต้านและรณรงค์คว่ำรัฐธรรมนูญ

จากกรณีแก้ว เรมี รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชา กล่าวว่า ถ้าเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ สงครามชายแดนไม่สงบ “เสี่ยหนู” ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า “ก่อนเลือกตั้งเริ่มเทศกาลสาดโคลนกันอีกแล้ว จริงๆ แต่ละคนก็ควรจะใช้เวลาในการผลักดันนโยบายพรรคตัวเองและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่ใช่พอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลง หรืออาจจะตาม แล้วเที่ยวไปนั่งซัดใส่ความคนนั้นคนนี้ ส่วนเรื่องจับมือ เรารอให้ประชาชนเขาตัดสินใจ การพูดปากไวไปมันมีดิจิทัลฟุตพรินต์ พูดไปก็ต้องมานั่งแก้เก้อ พูดให้น้อยดีกว่า ห่วงเรื่องของตัวเองให้มากๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขา”

“เอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดตราด หาเสียงช่วย “โอม” พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู หรือโอม ผู้สมัคร สส. จังหวัดตราด นายธนาธร ขึ้นรถแห่ปราศรัยหน้าตลาดไร่รั้งและหลังตลาด ชี้แจงประเด็นที่พรรคประชาชนตัดสินใจเลือกนายพรรณเศรษฐ์ ลงสมัคร สส.ตราด ต่อจากพ่อ คือนายศักดินัย นุ่มหนู อดีต สส.ตราด ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ พรรคพิจารณาแล้วเห็นศักยภาพและความสามารถของเจ้าตัวโดยตรง

“การรวมศูนย์อำนาจและงบประมาณที่กรุงเทพฯ ทำให้ประเทศไทยเจริญไม่ได้ ความเหลื่อมล้ำกับจังหวัดอื่นๆ สูงมาก อยากให้จังหวัดอื่นๆ เป็นเหมือนกรุงเทพฯ ได้เลือกผู้นำจังหวัดด้วยตนเอง ดังนั้นภายใต้บริหารงานของรัฐบาลประชาชน 4 ปี ทุกจังหวัดไม่ใช่แค่จังหวัดตราด จังหวัดชายแดน จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด

และถ้าผลประชามติไม่เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็นึกอนาคตประเทศไม่ออกเลย ไม่รู้จะเอาประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทยอย่างไร ส่วนข่าวที่รัฐมนตรีกัมพูชาพาดพิงถึงพรรคการเมืองหนึ่งว่าหากเลือกแล้วจะเกิดสงครามรอบที่ 3 นั้น ขอยืนยันว่าหากพรรค ปชน.ได้เป็นรัฐบาล จะใช้มาตรการทางการทูต โลกล้อมไทย โดยการเจรจากับกลุ่มประเทศอาเซียนและนานาชาติ ให้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานเพื่อกดดันให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน”

พรรค ปชน.เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ในแคมเปญ The Professionals เพิ่มเติม ได้แก่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 เป็นแคนดิเดต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เจ้าตัวต้องการเปลี่ยนจากผู้วิจารณ์นโยบาย มาเป็นผู้ลงมือผลักดันนโยบายด้วยตัวเอง เพื่อเปลี่ยนชะตาเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

ส่วนบรรยากาศการหาเสียง อาทิ “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ หาเสียงเขตเลือกตั้งที่ 21 ประเวศ-สะพานสูง หมายเลข 2 หาเสียง โดยได้พบปะประชาชนย่านชุมชนตลาดหมู่บ้านนักกีฬา ชูสโลแกนหลักมีเราไม่มีมืด คือการดูแลเรื่องรักษาความปลอดภัย ส่วนเรื่องปัญหาทุนเทา พรรคโอกาสใหม่จะขออาสาเข้ามาทำเรื่องนี้ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพราะเมื่อมาจากระบบราชการ ก็จะรู้จุดอ่อนดีที่สุด

ที่ จ.ร้อยเอ็ด พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เป็นวันที่ 2 พรรคกล้าธรรมชูจุดขายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและหนี้สิน ยกระดับที่ดิน ส.ป.ก.ให้เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน พรรคจะไม่เสนอนโยบายที่สวยหรูแต่ทำไม่ได้

ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตั้งเป้าว่าจะชนะสมุทรปราการยกจังหวัดทั้งแปดเขต พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สีแดงมาก่อน อยากให้กลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ส่วนการปราศรัยใหญ่ จะจัดขึ้นที่บางปูแลนด์ในวันที่ 16 ม.ค. เวลา 16.00 น. โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน รวมถึงตัวผู้สมัคร จะขึ้นเวที อาจมีเซอร์ไพร้ส์

“สีส้มเติมความจัดเข้าไปอีกหน่อยก็เป็นสีแดง เชื่อมั่นว่า พื้นที่นี้จะประสบชัยชนะได้อย่างแน่นอน ประชาชนเรียกร้องตัวนายกฯ ที่ไม่ได้อยู่ในความขัดแย้ง คนที่จะนำเอาเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้ นั่นคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย”

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...