MOU เล่นแร่แปรธาตุ สัญญาปีศาจ… อาจทำให้คนตาย ประวัติการขายแร่ ไม่ได้ขายชาติ
หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว | มุกดา สุวรรณชาติ
หลังรัฐประหารยึดอำนาจ พ.ศ.2500 กลุ่มที่ได้อำนาจใหม่นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จัดตั้งบริษัท เหมืองบูรพาเศรษฐกิจ จำกัด ปี พ.ศ.2506 บริษัทได้พื้นที่สำรวจแร่ประมาณ 8 ล้านไร่ นำบริษัทอเมริกันชื่อ บริษัท ยูเนียนคาร์ไบด์ เข้ามาสำรวจแร่ แต่จอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อสัญกรรม หุ้นที่จอมพลสฤษดิ์ถืออยู่เปลี่ยนมือมาเป็นของจอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร แทน
พ.ศ.2508 บริษัท เหมืองแร่บูรพาเศรษฐกิจ จำกัด และบริษัท ยูเนียนคาร์ไบด์ ตั้งโรงงานถลุงแร่ไทยซาร์โก้ขึ้น มีอำนาจในการผูกขาดการซื้อ, ขาย, ถลุง และส่งออกแร่ไปขายแต่เพียงผู้เดียว
พอถึงปี 2511 จึงก่อตั้งบริษัท เท็มโก้ (TEMCO – Thailand Exploration and Mining Co., Ltd.) เพื่อประกอบการทำเหมืองแร่ดีบุกในทะเล ซึ่งมีปริมาณมหาศาล ป้อนแร่ดีบุกให้กับโรงงานไทยซาร์โก้
ต่อมาบริษัท เหมืองแร่บูรพาเศรษฐกิจ จำกัด ได้ขายหุ้นให้กับบริษัท บิลลิตัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพราะเคยทำเหมืองในทะเลอินโดนีเซีย
พ.ศ.2512 ฝ่ายไทย ถอนตัวด้วยการขายหุ้นทั้งหมดในบริษัท ไทยซาร์โก้ และบริษัท เท็มโก้ ทำให้กับบริษัท บิลลิตันฯ และบริษัท ยูเนียนคาร์ไบด์ ได้ถือหุ้นในบริษัท เท็มโก้และไทยซาร์โก้เท่าๆ กัน ฝ่ายละ 50% กลายเป็นต่างชาติถือหุ้นทั้งหมด
สรุปกันเองว่าชาวไทยได้อะไร ผู้มีอำนาจและต่างชาติได้อะไร?
บทเรียนในอดีต ใครขวาง ต้องจัดการ
ทั้งรัฐบาล ผู้ว่าฯ ประชาชน
หลัง 14 ตุลาคม 2516 นักศึกษาและกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติเรียกร้องกรณีของสัมปทานเหมืองแร่เท็มโก้ที่ประเทศต้องเสียประโยชน์แก่ต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
กุมภาพันธ์ 2518 มีการขู่ฆ่านายธวัช มกรพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เนื่องจากคัดค้านการต่อประทานบัตรของบริษัท เท็มโก้ ต่อมา นายสนอง บัญชาญ ผู้นำกรรมกรประท้วง บริษัท เท็มโก้ถูกยิงเสียชีวิตที่จังหวัดพังงา
14 มีนาคม 2518 เอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย ยื่นจดหมายถึง ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นากยกรัฐมนตรี ว่าหากมีการยกเลิกสัมปทานของเท็มโก้ จะมีผลกระทบถึงความสัมพันธ์ของไทยกับอเมริกาได้
17 มีนาคม 2518 รัฐบาลสั่งถอนประทานบัตรบริษัท เท็มโก้ รวมทั้งสิ้น 7 แปลง ในภูเก็ต และพังงา มีเนื้อที่ 46,950 ไร่ มูลค่านับแสนล้านบาท
1 ตุลาคม 2518 นักศึกษาประชาชนชาวพังงา ชุมนุมประท้วงคำสั่งย้ายนายธวัช มกรพงศ์ ผู้ว่าราชการการจังหวัดพังงา แต่คืนนั้นมีการระเบิดกลางที่ชุมนุม ทำให้ประชาชนเสียชีวิต 15 คน และบาดเจ็บ 17 คน
6 ตุลาคม 2519 เกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาลนายกฯ เสนีย์ ปราโมช และสังหารนักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐบาลเผด็จการขึ้นมามีอำนาจอีกครั้ง นักศึกษาหนีเข้าป่าไม่มีใครค้านและต่อต้านเรื่องเหมืองแร่อีกแล้ว
ดูดทรัพยากรออกไป
เหมือนสมัยล่าอาณานิคม
เดือนธันวาคม 2519 หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 2 เดือน องค์การเหมืองแร่ในทะเลได้จ้างให้บริษัท บิลลิตันฯ เป็นผู้ทำเหมืองให้เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งต่อมาแจ้งว่าไม่ประสบผลสำเร็จในเชิงธุรกิจ เพราะมีเรือประมงดูดแร่เถื่อนกว่า 3,000 ลำเข้ามารุกล้ำในเขตสัมปทาน
แต่สุดท้ายแร่ก็ถูกขุดขึ้นจากทะเลโดยบริษัท บิลลิตันฯ และเรือดูดแร่ของชาวบ้านจนหมด และถูกส่งออกไปต่างประเทศ
เป็นการลักลอบส่งออกแร่เถื่อนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย
จนถึงช่วงปี พ.ศ.2523-2524 แร่มีน้อยและน้ำมันแพงการค้นหาแร่ในทะเลก็เลิกกันไปเอง ไม่มีใครรู้ว่าจำนวนแร่ดีบุกที่ถูกขุดค้นและดูดขึ้นมาจากทะเลในระยะ 5 ปีนั้นว่ามีมากเท่าใด แต่ส่วนใหญ่จะถูกส่งออกไปต่างประเทศเพื่อแยกแร่แปรรูป จากนั้นนายทุนคนไหนจะเอาดีบุก หรือจะเอาแทนทาลัม ก็คงแบ่งกันไม่ยาก
ไม่รู้ว่าประเทศไทยเสียผลประโยชน์ไปเป็นจำนวนมากเท่าใด เพราะไม่มีใครมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องแร่แทนทาลัมและมูลค่าของมัน
พวกฝรั่งหลอกคนไทยเหมือนเราเป็นคนป่า เอาเปรียบมาตลอด แถมมีคนขัดขวางก็จัดการเข่นฆ่าสังหาร เมื่อมีผู้มีอำนาจของไทยมาร่วมมือด้วยก็กลายเป็นขบวนการปล้นผลประโยชน์ระดับชาติ ที่ประเมินว่าเป็นแสนล้านอาจจะน้อยไปกว่ามูลค่าจริงหลายเท่า
มีผู้วิเคราะห์ว่าสาเหตุการรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการยกเลิกสัมปทานเหมืองแร่เกือบ 50,000 ไร่ คนที่เสียชีวิตในช่วง 2518-2519 ไม่ได้มีความผิดอะไร คล้ายกับสุภาษิตจีนที่บอกว่า คนที่ตายเพราะมีหยกติดตัว
ความลับของแทนทาลัม และจุดจบ
ในยุคนั้นไม่มีใครรู้จักคำว่าแร่หายากและไม่รู้จักแร่แทนทาลัม รู้เพียงว่าเมื่อถลุงดีบุกจะมีขี้แร่หรือขี้ตะกรัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เอาไปใช้ถมที่ ถมถนน
ฝรั่งหลอกว่าขี้ตะกรันแร่ไร้ค่า ถ้ามีปนอยู่จะถูกกดราคารับซื้อเพราะไม่บริสุทธิ์ แต่มีคนแอบส่งไปถลุงยังต่างประเทศ
ต่อมาก็มีโรงงานที่สามารถถลุงขี้ตะกรันแร่แห่งเดียวคือโรงงานไทยซาร์โก้ที่อ่าวมะขาม เมื่อปี 2506
ความลับของขี้ตะกรันแร่ คือมีแทนทาลัมเพนทอกไซด์ปะปนอยู่ ในแหล่งแร่ดีบุกของไทย ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดถึง 27% ของแทนทาลัมในโลก
Tantalum คือธาตุโลหะแข็งมาก มีจุดหลอมเหลวสูงมาก 3,020 องศาเซลเซียส ใช้ผลิตไมโครชิพในคอมพิวเตอร์
ถ้าเอาแทนทาลัมรวมกับคาร์บอนจะได้แทนทาลัมคาร์ไบด์ที่แข็งจนสามารถตัดเจาะเหล็กกล้าได้ ใช้ทำชิ้นส่วนอุปกรณ์การบินอวกาศ เครื่องบิน ขีปนาวุธและเตาอุปกรณ์ปรมาณู
สุดท้ายความลับแตก เมื่อมีการแย่งกันซื้อขี้ตะกรันแร่ ถึงขนาดขุดถนน ขุดลานวัด เพื่อค้นหาขี้ตะกรันแร่ ที่เคยเอาถมที่ในอดีต
ปี 2524 กลุ่มทุนต่างชาติ ร่วมกับทุนท้องถิ่น ขอ BOI เปิดบริษัท ไทยแลนด์แทนทาลัม อินดัสตรี เพื่อสกัดแร่แทนทาลัมในจังหวัดภูเก็ต
แต่หลังจากนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ชี้แจงให้ข้อมูลกับชาวบ้าน คนภูเก็ตก็กลัวเรื่องมลพิษจากโรงงาน ซึ่งกำลังจะเปิด จึงเกิดการต่อต้านมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด วันที่ 23 มิถุนายน 2529 ก็มีผู้ชุมนุมนับหมื่นไปชุมนุมอยู่หน้าโรงงานจนเกิดการจลาจลและบุกเผาโรงงานขึ้น
ความไม่พอใจของชาวภูเก็ตที่ถูกหลอกมาหลายสิบปี ทำให้ผลประโยชน์ไปตกกับนายทุนและคนต่างชาติไม่กี่คน และเมื่อมีการตั้งโรงงานขึ้นมาพวกเขาก็กลัวว่าจะเกิดมลพิษส่งผลเสียแก่ชีวิตและการท่องเที่ยว ซึ่งให้ผลประโยชน์ยั่งยืนกว่า เพียงแต่รัฐบาลช่วงนั้นไม่สามารถปรับนโยบายได้ทัน การเผาโรงงานจึงเกิดขึ้นและจากนั้นภูเก็ตก็เปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างแท้จริง การขุดแร่ธาตุไปขายก็แทบไม่มีอีกต่อไป
พังมาแล้วหลายชาติ
สัญญากับปีศาจ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
การทำ MOU เกี่ยวกับแร่หายากกับมหาอำนาจทั้งหลาย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องหมูๆ หวังจะได้ประโยชน์ง่ายๆ หรือคิดจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ นี่ไม่ใช่สัญญาสร้างถนนสร้างตึก กับรัฐบาลไทย แต่เป็นการทำสัญญากับปีศาจ ที่มีความสามารถสร้างสงครามได้ทุกที่
คราวก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ที่มีอำนาจเหนือทุกองค์กรในประเทศไปยึดเหมืองทองมา ยังโดนฟ้องเรียกค่าโง่ 30,000 ล้าน ประเมินได้ว่าประเทศมหาอำนาจคงมีผลสำรวจเบื้องต้นแล้วว่ามีแร่ชนิดที่พวกเขาต้องการอยู่พอสมควรในหลายประเทศแถบนี้ ดังนั้น จึงเริ่มดำเนินการทำสัญญา ตีรั้วโอบล้อมเพื่อจองพื้นที่ ไทยต้องดูบทเรียน ประเทศที่มีน้ำมัน ทั้งอิรักและลิเบีย เราต้องเดินเกมระหว่างมหาอำนาจให้ดี มิฉะนั้นจะได้ไม่คุ้มเสีย
เหมืองทองแดงในชิลี ทำให้ประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อัลเลนเด ต้องสังเวยชีวิตถูกรัฐประหาร และเบื้องหลังรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519 เราถูกหลอกให้ฆ่าคนในชาติเดียวกัน
และคนต่างชาติก็หอบทรัพย์สินของเราไปทำกำไร คนไทยกลุ่มหนึ่งคงได้เศษมาไม่ถึง 1% การล่าเมืองขึ้นสมัยใหม่กำลังเริ่มอีกครั้ง ผ่านกลุ่มผู้มีอำนาจ
งานนี้นายทุน ทั้งต่างชาติและไทย วิ่งล็อบบี้ได้ถึงผู้นำ ผ่านนโยบายการต่อสู้ของมหาอำนาจในการแย่งชิงแร่หายาก แสดงว่าผลประโยชน์วันนี้และอนาคตคงไม่น้อย
ผู้มีอำนาจสมัยนี้ก็เหมือนในอดีต บางคนแม้ไม่รู้ว่าจะไปสกัดแร่หายากออกมาใช้ได้อย่างไร แต่สามารถใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุ ทำให้กลายเป็นทรัพย์สินเงินทอง ต่อไปใครถามว่ารวยมาจากไหน ก็ตอบอย่างเท่ๆ ว่า มาจาก แร่หายาก …แต่ผมหาเก่ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MOU เล่นแร่แปรธาตุ สัญญาปีศาจ… อาจทำให้คนตาย ประวัติการขายแร่ ไม่ได้ขายชาติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly