โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ยศชนัน’ ลั่น ‘เพื่อไทย’ ไม่ปิดตายจับมือพรรคอื่น บอกต้องดูนโยบายที่ไม่ขัดกัน แต่ขอยังไม่รับหลังถูกมองเป็นพรรคอันดับสาม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 01.50 น.

‘ยศชนัน’ ลั่น ‘เพื่อไทย’ ไม่ปิดตายจับมือพรรคอื่น บอกต้องดูนโยบายที่ไม่ขัดกัน แต่ขอยังไม่รับหลังถูกมองเป็นพรรคอันดับสาม ขณะที่ ‘จุลพันธ์’ พร้อมเดินหน้าผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดต่อหากกลับมาเป็นรัฐบาล

เมื่อเวลา 07.20 น. วันที่ 2 มกราคม ที่สวนลุมพินี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มส่งสัญญาณจะจับมือทางการเมือง พรรค พท.จะจับขั้วกับพรรคใดบ้าง ว่า ตนคิดว่าประเด็นนี้ประชาชนเริ่มมองเห็นแล้วว่าการจับขั้วในตอนนี้อาจจะเร็วเกินไป แต่สิ่งที่สำคัญมากคือเรามองประชาชนเป็นที่ตั้ง เราพยายามที่จะเดินทางไปพูดคุยกับผู้คนว่ามีปัญหาเดือดร้อนแค่ไหน เพื่อนำมาเป็นแนวนโยบายที่จะส่งไปถึงประชาชน ซึ่งพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีแนวนโยบายที่แตกต่างกัน ซึ่งหากพรรคการเมืองใดไม่ได้มีประเด็นนโยบายที่ไม่ไปทางเดียวกัน ก็สามารถจับได้ทุกขั้ว

เมื่อถามว่า พรรค พท.ไม่ได้ปิดตาย หากพรรคไหนนำนโยบายพรรค พท.ไปปฏิบัติก็สามารถจับมือกันได้ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ใช่ และมีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพยายามบอกว่าพรรค พท.เป็นอันดับสาม เรายังไม่ค่อยจะเต็มใจตอบ เพราะเมื่อเราลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนหลายคน จึงมองว่านโยบายเราจะเป็นตัวตั้ง การเมืองและต้องมาดูว่าพรรคการเมืองไหน สามารถที่จะจัดทำนโยบายพรรค พท.ทำได้ และเปิดกว้างหากพรรคการเมืองอื่นมีนโยบายที่ดีและสอดรับเราก็พร้อมที่จะทำ

ถามย้ำว่า เงื่อนไขการจับมือของพรรค พท. ต่อประเด็นมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. กล่าวเสริมว่า เงื่อนไขการจับมือคือต้องดูนโยบาย ทุกอย่างอยู่ในนโยบายหมด รวมถึงเรื่องที่ถามก็เป็นนโยบาย

‘ยศชนัน’ สวมเสื้อเบอร์ 9 นำ ‘ผู้สมัครสส.กทม.-บัญชีรายชื่อเพื่อไทย’ วิ่งสวนลุม พบ ‘ชัชชาติ’ ชนหมัด-วิ่งคู่

นายยศชนัน พร้อมนายจุลพันธ์ นำผู้สมัคร สส.และแกนนำพรรค พท. วิ่งออกกำลังกายยามเช้า ได้แก่ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นพ.ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 1 เบอร์ 8 นายเดวิด มกรพงส์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 เบอร์ 5 น.ส.บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 4 เบอร์ 4 นายสหัสวรรษ วีระมงคลกุล ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 4 นายพุฒิพงศ์ อินทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 7 เบอร์ 3 นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 25 เบอร์ 4 นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 26 เบอร์ 12 นายธงธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายวิพุธ ศรีวะอุไร ประธานสภา กรุงเทพมหานคร

โดยเมื่อเดินทางมาถึงนายยศชนัน นายจุลพันธ์ และคณะ ได้ยืดเหยียดบริเวณจุดยืดเหยียดของสวนลุมพินี ก่อนนำผู้สมัครสส.กทม.และบัญชีรายชื่อวิ่งรอบสวนลุมพินี ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร โดยนายยศชนันได้แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวด้านหลังสกรีนหมายเลข 9 ซึ่งเป็นเบอร์หาเสียงของพรรคเพื่อไทย และกางเกงวอร์ม

สำหรับบรรยากาศระหว่างทาง นายยศชนันได้เข้าไปทักทายประชาชน รวมถึงมีประชาชนเข้ามาทักทาย และอวยพรให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากยังได้พบนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายโรเบิร์ต โกเดค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ด้วย

โดยนายยศชนัน ได้ชนหมัดกับนายชัชชาติ และได้วิ่งด้วยกัน ซึ่งนายชัชชาติได้สอบถามนายยศชนันว่า “สบายดีหรือไม่ด็อกเตอร์” จากนั้นทั้งคู่ได้วิ่งด้วยกันรอบสวนลุม รวมถึงได้มีการพูดคุยเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพ และได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

ทั้งนี้ นายชัชชาติ เปิดเผยสั้นๆ ว่า ยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองเพื่อที่จะให้สวนสาธารณะเป็นนโยบายให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี

ขณะที่ นายยศชนัน กล่าวว่า ปกติเป็นคนวิ่งบ้าง ซึ่งตอนวิ่งก็มีความรู้สึกว่าเรื่องสวนสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญเช่นนกัน จึงอยากให้กรุงเทพมหานครมีแบบนี้ ส่วนที่อื่นควรมีแบบนี้ด้วย

‘ยศชนัน-จุลพันธ์’ พร้อมเดินหน้าผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดต่อหากกลับมาเป็นรัฐบาล

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำทีมพรรคเพื่อไทย มาวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมพินี โดยได้พูดถึงนโยบายด้านสวนสาธารณะ และสุขภาพว่า ต้องพูดถึงเรื่องของ การลดรายจ่ายก่อน เพราะร่วม 10% ของ GDP เป็นเรื่องของสุขภาพที่ไม่ดี โดยการดูแลเรื่องค่ารักษา คือ เรื่องของปลายทาง ซึ่งเราพยายามแก้ปัญหาที่ต้นทาง ทั้งนี้เราพบว่า ประมาณ 64% เราสามารถป้องกันที่จะเกิดโรคได้ จึงอยากเชิญชวนทุกคนออกกำลังกาย เพื่อการดูแลร่างกาย

ส่วนเรื่องสวนสาธารณะ และสภาพอากาศ พรรคเพื่อไทยได้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา แต่ยังไม่สุดทางซึ่งเราจะผลักดันเรื่องนี้ และกฎหมายลูกต่อไป เพราะอากาศเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี และเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจอีกด้วย การที่อากาศมีปัญหาทำให้ชีวิตข้างนอก ทุกคนไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ดังนั้นอากาศสะอาดจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น และทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการแก้ปัญหาหลายภาคส่วน จะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถขึ้นรถไฟฟ้าและขึ้นรถเมล์มา ซึ่งต้องมีการลดค่าใช้จ่าย รถเมล์ 10 บาท รถไฟฟ้า 20 บาท จะช่วยลดค่าใช้จ่าย และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อถามว่า ระหว่างที่วิ่งประชาชนมีการสะท้อนอย่างไรบ้างนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ เรื่องของปากท้อง ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่เข้ากับนโยบายของพรรคเพื่อไทย อย่างที่สวนสาธารณะเรื่องปากท้องเป็นเรื่องที่นำมาพูดคุยกันที่นี่ บางส่วนมีการพูดคุยเรื่องการใช้ชีวิต อย่างผู้สูงอายุเมื่อเจอกับคนต่างรุ่นก็มีการพูดคุยแนะนำกัน ซึ่งในส่วนของสวนสาธารณะ เป็นเรื่องที่พูดคุยกันมาตั้งแต่สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นเป็นการปราศรัยในสวนสาธารณะ ดังนั้นสวนสาธารณะจะเป็นจุดศูนย์รวมที่เวลามีคนมีความเครียดก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ ดังนั้นการที่เราทำให้สวนสาธารณะในจังหวัดต่างๆดี ซึ่งตรงนี้จะเป็นศูนย์รวม และทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การที่เราทำการผลักดันให้สตรีทฟู๊ดโดยการหาที่ขายให้ ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคเพื่อไทย และไม่ใช่เพียงแค่ใน กทม. แต่หาก กทม.ทำได้จังหวัดอื่นก็ต้องทำได้เช่นกัน

ด้านนายจุลพันธ์ ได้กล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ว่า ก่อนหน้านี้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ผลักดัน พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว แต่ยอมรับว่า กระบวนการของกรรมาธิการ ใช้เวลาค่อนข้างนานถึง 2 ปี มีการปรับแก้ และสุดท้ายเข้ามาในสภา แม้เราเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากก็ใช้เวลาเป็นเดือน จนกระทั่งผลักดันจนผ่านกระบวนการเข้าไปสู่ชั้น สว.แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภา ทำให้ตัวกฎหมายนั้นติดขัด ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะผลักดันตัวกฎหมายหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล ยืนยันที่จะผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้แล้วเสร็จในสมัยถัดไปให้ได้ เพราะจะเป็นเครื่องยืนยันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการได้รับอากาศบริสุทธิ์

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ค่อนข้างสูง ซึ่งกลไกในการดำเนินการของพรรคเพื่อไทยชัดเจนมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่า ไม่เพียงพอที่จะมาหยุดยั้งการเผาภายในประเทศ ซึ่งก็ต้องพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะการเผาในปัจจุบันเริ่มจากประเทศใกล้เคียง และเข้ามายังประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการเผาในภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม โดยในกฎหมายจะมีการกำกับว่า ผู้เผาจะต้องเป็นผู้จ่ายเพื่อนำมาชดเชย และแก้ไขปัญหาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าในการผลักดันต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...