เสนาฯ บุก LivNex-RentNex รับมือเศรษฐกิจเปราะบางปี 2569
เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเกมรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2569 จุดโฟกัสอยู่ที่การขยายพอร์ตรายได้ประจำ หรือ Recurring Income เป็นความหวังเติบโตต่อเนื่อง
โดยอาศัยจุดเด่นผู้นำตลาดที่อยู่อาศัยเซ็กเมนต์ Affordable เดินเกมรุกปีหน้ารองรับเทรนด์ “ยุคทองเช่า-เช่าซื้อบ้าน” ที่พุ่งแรงจากเศรษฐกิจผันผวนและแบงก์เข้มงวดปล่อยสินเชื่อ
โดย “ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ระบุว่า ปี 2568 เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนจากยุคต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง สู่ยุคให้ความสำคัญกับความคล่องตัวทางการเงิน และการบริหารความเสี่ยง ทำให้คนจำนวนมากหันมามองการเช่าแทนการซื้อ เป็นทางออกในการจัดการภาระการเงินระยะยาว
จึงเป็นอีกครั้งที่วิกฤตเศรษฐกิจกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจของเสนาฯ โดยพัฒนาโซลูชั่น LivNex (เช่าออมบ้าน) กับ RentNex (เช่าตรง) เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคที่ต้องการยืดหยุ่นสูง
“ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดที่กำลังซื้ออ่อนแรง ยอดกู้ไม่ผ่านสูงมาก รายได้ไม่สัมพันธ์กับราคาที่อยู่อาศัย ปี 2569 ตลาดอสังหาฯจะเข้าสู่ยุคทองแห่งการเช่ากับเช่าซื้ออย่างเต็มรูปแบบ โดยโซลูชั่น LivNex และ RentNex จะเป็นหัวใจเชิงกลยุทธ์ในการเดินเกมรุกของบริษัท เพื่อยึดตำแหน่งผู้นำตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง”
น่าสนใจว่าเสนาฯมีอะไรอยู่ในมือบ้าง บิ๊กดาต้าบอกว่า หนึ่งในฐานลูกค้าหลักเป็นคนรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/เดือน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด สัดส่วน 54% ของครัวเรือนในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ขณะที่บริษัทมีสต๊อกบ้าน คอนโดมิเนียมรองรับกลุ่มนี้โดยตรง ในราคาที่สามารถจับต้องได้ 13,000 ยูนิต
“ตลาดบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทยังคงเป็นแกนหลักของกรุงเทพฯ มีสัดส่วน 70% ของทั้งตลาด มีแข่งขันสูงมาก แม้ดีเวลอปเปอร์ใช้กลยุทธ์ตัดราคา ลดสูงถึง 10% ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นยอดขายได้ เพราะอุปสรรคสำคัญวันนี้ไม่ใช่แค่ราคา แต่กู้ไม่ผ่าน เสนาฯจึงเลือกพัฒนาบนจุดแข็งของตัวเอง โฟกัสเซ็กเมนต์ในตลาดที่เราถนัดและเข้าใจลูกค้าจริง”
กลับมาดูโซลูชั่น LivNex “เช่าออมบ้าน เช่าเพื่อเป็นเจ้าของ” ผลตอบรับ 2 ปีที่ผ่านมามีผู้สนใจเข้าร่วมแล้ว 2,000 ยูนิต สร้างผลลัพธ์ลูกค้าที่เคยกู้ไม่ผ่าน แต่ “มีบ้านได้จริง” แล้ว 102 ยูนิต อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านเครดิตอีก 790 ราย กลุ่มนี้ถือเป็น “แบ็กล็อกอนาคต-Backlog” ของบริษัท มูลค่ารวมกัน 2,300 ล้านบาท และสามารถสร้างกระแสเงินสด 80-100 ล้านบาท/ปี เป็นรายได้ประจำที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่ามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งที่หันมาทำเช่าออมบ้านแทบจะทุกโครงการ แต่จุดเด่นของ LivNex เสนาฯ ไม่ได้ขายแค่ยูนิต แต่ขายโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้านได้จริง ผ่านกระบวนคิดครบวงจร ดอกเบี้ยต่ำ 1.8% พร้อมทีมที่ปรึกษาให้คำแนะนำติดตามเครดิตทุก 6 เดือน จนกว่าลูกค้าจะกู้ธนาคารได้ รวมถึงความร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในการชำระค่าเช่า-ออมผ่านโครงการ “โรงเรียนการเงิน” ของ ธอส. เพื่อให้ธนาคารเห็นประวัติและศักยภาพในการผ่อนชำระของลูกค้า ตัวช่วยสร้างเครดิตและความพร้อมด้านสินเชื่อให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ
ล่าสุดธนาคารออมสินให้การสนับสนุนวงเงินกู้เฉพาะสำหรับ LivNex สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของโมเดลนี้
ส่วน RentNex“เช่าตรงกับเสนาฯ” ตลอดปี 2568 มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทั้งปี มีผู้เช่าแล้ว 520 ยูนิต ปล่อยเช่าเฉลี่ย 70-80 ยูนิต/เดือน โซนบางนา พระราม 9 และรังสิต เป็นทำเลที่สร้างผลตอบแทนค่าเช่าสูงสุด อยู่ที่ 7% มาร์จิ้นเฉลี่ย 15-20% ต้องการเช่าทำเลใกล้รถไฟฟ้า แหล่งงาน ย่านมหาวิทยาลัย สะท้อนพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่มองการเช่าเพื่อคุณภาพชีวิตมากกว่าการซื้อบ้านทันที
จุดเด่นของ RentNex หากผู้เช่าต้องการซื้อบ้านในอนาคต สามารถแปลงสัญญาเข้าระบบเช่าซื้อได้ และค่าเช่าที่จ่ายจะถูกนำไปเป็นเงินต้น ช่วยลดเงินดาวน์ก้อนแรกได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสนาฯ บุก LivNex-RentNex รับมือเศรษฐกิจเปราะบางปี 2569
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net