“Avatar : Fire and Ash” เปิดตัวสหรัฐ 88 ล้านดอลล์ ต่ำกว่าคาด แต่รายได้ทั่วโลกแตะ 345 ล้านดอลล์
“Avatar : Fire and Ash” เปิดตัวสหรัฐ 88 ล้านดอลล์ ต่ำกว่าคาด แต่รายได้ทั่วโลกแตะ 345 ล้านดอลล์ แม้เจอแรงต้านจากความยาวเกิน 3 ชั่วโมงและกระแสอยากดูที่ไม่พุ่งเท่าภาคก่อน
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 00.11 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สุดสัปดาห์เปิดตัวของ ภาพยนตร์ “Avatar: Fire and Ash” ของดิสนีย์ไม่ได้ลุกเป็นไฟอย่างที่หลายฝ่ายคาด แต่เป็นการเปิดตัวแบบค่อย ๆ อุ่นเครื่องมากกว่า และนั่นก็เป็นภาพที่หลายคนคาดว่าจะเกิดขึ้นตลอดช่วงการฉายในโรงของภาคสามในแฟรนไชส์ Avatar ของผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน ด้วย
ในช่วง 3 วันแรกของการเข้าฉายในโรง Fire and Ash ทำรายได้ในสหรัฐ 88 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่าเปิดตัวควรอยู่ในช่วง 110-125 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกันแล้ว Avatar: The Way of Water (ปี 2022) ทำรายได้ 134 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลา 3 วันแรกเท่ากัน
ส่วนรายได้ต่างประเทศภาพยนตร์ทำได้ 257 ล้านดอลลาร์ ทำให้รายได้เปิดตัวทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 345 ล้านดอลลาร์
Fire and Ash เผชิญแรงต้านในตลาดโรงภาพยนตร์อยู่บ้าง โดยเฉพาะความยาวของหนังที่ เกิน 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีความต้องการที่อัดอั้น (pent-up demand) น้อยกว่า The Way of Water ซึ่งเข้าฉายหลังจากภาคแรกผ่านไปนานกว่าหนึ่งทศวรรษ
นักวิเคราะห์รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศและนักวิจารณ์บางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า Fire and Ash มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีน้อยกว่าภาคก่อน ๆ ทั้งที่ความล้ำด้านเทคโนโลยีเคยเป็นแรงขับสำคัญต่อยอดขายตั๋วในอดีต
ข้อมูลจาก EntTelligence ระบุว่า มีผู้ชมในสหรัฐฯ ราว 5.2 ล้านคน ไปดู Fire and Ash ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 8.7 ล้านคน ที่ออกไปชมช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัวของ The Way of Water ในปี 2565
อย่างไรก็ดีแฟรนไชส์ Avatar ไม่เคยเป็นหนังที่รายได้อัดแน่นตั้งแต่ช่วงต้น (front-loaded) ภาคแรก Avatar (ปี 2009) ทำรายได้เปิดตัวในสหรัฐเพียง 77 ล้านดอลลาร์ แต่กลับยืนโรงเกือบ 1 ปี และเมื่อออกจากโรงก็ทำรายได้ทั่วโลกถึง 2.7 พันล้านดอลลาร์
และเมื่อนับรวมการนำกลับมาฉายใหม่ (re-releases) ตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลของ Comscore ส่วน The Way of Water ฉายในโรงนาน 23 สัปดาห์ และทำรายได้ทั่วโลก 2.3 พันล้านดอลลาร์
พอล เดอร์การาเบเดียน หัวหน้าฝ่ายเทรนด์ตลาดของ Comscore กล่าวว่า “เมื่อเหลือเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนปิดปีของบ็อกซ์ออฟฟิศ ความกดดันต่อ Avatar: Fire And Ash ในการทำตัวเลขใหญ่จึงสูงมาก แม้รายได้เปิดตัวจะออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนเข้าฉายเล็กน้อย แต่ภาพยนตร์ Avatar ขึ้นชื่อเรื่องเส้นทางรายได้แบบมาราธอนมาโดยตลอด”
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ของแฟรนไชส์ คือยอดขายตั๋วในโรงจอพรีเมียมและจอขนาดใหญ่ โดยหนัง Avatar มักทำผลงานโดดเด่นเป็นพิเศษในจอประสบการณ์ราคาแพงอย่าง IMAX และ Dolby รวมถึงรอบฉาย 3D ดิสนีย์ ระบุว่ารายได้จากโรง 3D และโรงพรีเมียมคิดเป็น 66% ของรายได้รวมในช่วงสุดสัปดาห์เปิดตัว
แม้ภาพยนตร์ 3D จะเริ่มไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชมสหรัฐ แต่ในตลาดต่างประเทศยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะในจีน และในความเป็นจริง Avatar ทำรายได้ส่วนใหญ่จากนอกสหรัฐ โดยมีรายได้จากต่างประเทศสูงถึง 2.08 พันล้านดอลลาร์
อ้างอิง : www.cnbc.com