โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดบริการเพิ่มอีก 3 แห่ง รพ.ในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา รวมปิดแล้ว 11 แห่ง

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 ธ.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • The Bangkok Insight

สธ. เผย รพ.ในพื้นที่เสี่ยงชายแดนไทย-กัมพูชา ปิดบริการชั่วคราวเพิ่มอีก 3 แห่ง ที่ รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และ รพ.คลองหาด-รพ.โคกสูง จ.สระแก้ว ขณะที่ รพ.สต. ปิดเพิ่มเป็น 173 แห่ง

นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงปิดบริการชั่วคราวเพิ่มอีก 3 แห่ง คือ รพ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ และ รพ.โคกสูง, รพ.คลองหาด จ.สระแก้ว จากที่ปิดไปแล้ว 8 แห่ง (รพ.น้ำยืน รพ.นาจะหลวย รพ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี, รพ.กันทรลักษ์ รพ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ, รพ.กาบเชิง รพ.พนมดงรักเฉลิมพระเกียรติฯ จ.สุรินทร์, รพ.ตาพระยา จ.สระแก้ว)

ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ รวมปิดบริการชั่วคราว รพ.ในพื้นที่เสี่ยงเป็น 10 แห่ง และปิดให้บริการบางส่วนอีก 9 แห่ง ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยใน 552 ราย ไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัย ส่วน รพ.สต. ในพื้นที่เสี่ยงปิดบริการบางส่วน 7 แห่ง และปิดชั่วคราว 173 แห่ง

พร้อมกันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการฯ ยังได้จัดซ้อมแผนบนโต๊ะ (Table Top Exercise) การอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามแผนระดับ 1-3 โดยมีผู้บริหารส่วนกลาง ผู้บัญชาการเหตุการณ์/กลุ่มภารกิจต่างๆ ของศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับเขต และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป เขตสุขภาพที่ 6, 9, 10 สำนักงานสาธารณสุข 7 จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ในจังหวัดนครนายก สระบุรี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร่วมฝึกซ้อมแผน เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยเมื่อเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น

นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดระบบ Telemedicine ฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการต่อเนื่อง ทั้งการติดตามอาการ ตรวจประเมิน ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยนอกที่มีนัดกับโรงพยาบาลที่ปิดบริการ และติดตามอาการผู้ป่วยในที่จำหน่ายกลับบ้าน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงประสานให้ผู้อพยพที่มีอาการเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรังได้พบแพทย์ทางไกลโดยไม่ต้องเคลื่อนย้าย

ปัจจุบันมีศูนย์พักพิงเพิ่มเป็น 849 จุด ประชาชนเข้าพัก 199,618 คน ในจำนวนนี้ เป็นกลุ่มเปราะบาง 40,786 คน มากที่สุดเป็นผู้สูงอายุ 28,173 คน ได้จัดเจ้าหน้าที่และบุคลากรการแพทย์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และจัดทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพลงพื้นที่เพิ่มขึ้น ประกอบด้วย ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ (MERT/Mini-MERT) 46 ทีม ทีมปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินระดับสูง (ALS) 30 ทีม ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรค 108 ทีม ทีมปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและสาธารณภัยด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม 69 ทีม และทีมช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต 96 ทีม

จากการคัดกรองสุขภาพจิตประชาชนในอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ตราด สระแก้ว และจันทบุรี รวม 19,030 ราย พบเครียดสูงและเสี่ยงทำร้ายตนเองรวม 196 ราย ได้ให้การปฐมพยาบาลทางจิตใจและส่งเข้ารับการดูแลตามกระบวนการ พร้อมติดตามดูแลใกล้ชิด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...