โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อารยธรรมจีน รากฐานความยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันออก ออกสอบบ่อย

Dek-D.com

เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 03.18 น. • DEK-D.com
อารยธรรมจีน รากฐานความยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันออก ออกสอบบ่อย

หากพูดถึงอารยธรรมที่รุ่งเรืองของโลกตะวันออก หลายคนคงนึกถึงแผ่นดินที่มีแม่น้ำสายใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนอย่าง“อารยธรรมจีน” ดินแดนที่มีเรื่องราวยาวนานกว่า 5,000 ปี เต็มไปด้วยภูมิปัญญา สิ่งประดิษฐ์ และระบบความคิดที่ยังมีอิทธิพลมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้คอลัมน์ “รู้ไว้เผื่อออกสอบ” จะพาทุกคนไปสำรวจเส้นทางแห่งอารยธรรมจีนกันว่าความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินมังกรนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร และทิ้งมรดกอะไรไว้ให้กับโลกบ้าง

อารยธรรมจีน คืออะไร?

อารยธรรมจีน หรือเรียกว่า“อารยธรรมลุ่มแม่น้ำหวางเหอ” มีแหล่งกำเนิดบริเวณลุ่มแม่น้ำหวางเหอ (ฮวงโหหรือแม่น้ำเหลือง)แม่น้ำเส้นนี้ถือเป็นแม่น้ำที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของประเทศจีน รองจากแม่น้ำแยงซี โดยอารยธรรมจีนซึ่งส่งอิทธิพลไปยัง เกาหลี เวียดนาม ญี่ปุ่น ทั้งในด้านภาษา ตัวอักษร ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น

อารยธรรมจีนสมัยก่อนประวัติศาสตร์

จากหลักฐานทางโบราณคดียืนยันว่ามีคนอยู่อาศัยอยู่บนแผ่นดินจีนมานานกว่า 1,000,000 ปีแล้วเนื่องจากค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ คือ มนุษย์หยวนโหม่วอายุประมาณ 1,700,000 ปีมาแล้ว และมนุษย์ปักกิ่ง ที่ถ้ำโจวโข่งเตี้ยน ใกล้กรุงปักกิ่ง(หรือเปย์จิง) อายุประมาณ 500,00 ปีมาแล้ว โดยมีหลักฐานที่ทำให้เห็นความเจริญเริ่มแรก ได้แก่

1. วัฒนธรรมหยางเชา (อายุประมาณ 7,000-5,000 ปีมาแล้ว)

  • ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจีน
  • นิยมตั้งถิ่นฐานอยู่ริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเกษตรเป็นแหล่งอาหาร และตั้งชุมชน
  • มีการเพาะปลูก ทำเครื่องมือจับปลา เครื่องปั้นดินเผา
  • ตัวอย่างแหล่งวัฒนธรรมหยางเชาคือชุมชนป้านโพ ที่เมืองซีอานมณฑลฉ่านซี มีอายุประมาณ 6,000 ปีมาแล้ว จัดว่าเป็นยุคหินใหม่ของจีน
  • นอกเขตวัฒนธรรมหยางเชา มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง เรียกว่า ชาวเหอมู่ตู้ ใกล้เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง พวกนี้เริ่มปลูก ‘ข้าว’ เป็นครั้งแรก

2. วัฒนธรรมหลงซาน (อายุประมาณ 5,000-4,000 ปีมาแล้ว)

  • เป็นวัฒนธรรมในยุคโลหะ-สำริด
  • แหล่งวัฒนธรรมที่สำคัญอยู่ใกล้เมืองเฉิงจื่อใหย่ มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน
  • อยู่กันเป็นชุมชนใหญ่ มีกำแพงล้อมรอบในชุมชนมีถนน มีการจัดระบบการปกครอง แบ่งอาชีพตามความถนัด
  • มีการทำเครื่องปั้นดินเผารมดำรู้จักทำเครื่องมือเครื่องใช้ด้วยสำริด พบภาชนะเป็นแบบ 3 ขา
  • นำหยกมาเป็นเครื่องมือเช่น ขวานหยก
  • พบกระดูกสัตว์ที่ถูกรมความร้อน เพื่อทำให้เกิดรอยแตกเพื่อใช้ในการทำนาย ที่เรียกว่า “กระดูกทำนาย”พบในราชวงศ์ชาง ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกของจีนทำกัน ทำให้เกิดความเชื่อว่าผู้คนในวัฒนธรรมหลงซานมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้คนของราชวงศ์ชาง

อารยธรรมจีนสมัยประวัติศาสตร์

1. ราชวงศ์ชาง (1,766-1,122 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

  • ถือเป็นราชวงศ์แรกของจีน
  • มีการประดิษฐ์ตัวอักษรแบบรูปภาพบนกระดูกสัตว์ และกระดองเต่าเรียกว่า “กระดูกมังกร หรือกระดูกทำนาย” ใช้เพื่อเสี่ยงทายหรือทำนายโชคชะตา ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของตัวอักษรจีนในปัจจุบัน
  • มีการทำเครื่องใช้ต่างๆ ด้วยสำริด เช่น ภาชนะบรรจุสุรา กระถาง
  • นับถือเทพเจ้าแห่งการเพาะปลูกเรียกว่า “ชางตี้”
  • มีการทำปฏิทินบอกฤดูกาลต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยวผลผลิต

2. ราชวงศ์โจว (1,122-221 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

  • เป็นราชวงศ์ที่ปกครองยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เกือบ 900 ปี

  • มีความเชื่อว่าผู้ปกครองเป็นโอรสแห่งสวรรค์โดยต้องปกครองบ้านเมืองให้สงบสุข ประชาชนไม่เดือนร้อน

  • เป็นยุคที่เริ่มต้นการปกครองแบบศักดินา หรือฟิวดัลในประเทศจีน

  • มีการประดิษฐ์ตะเกียบเพื่อใช้หยิบอาหาร ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน

  • ยุคราชวงศ์โจว มีความรุ่งเรืองทางปรัชญามากซึ่งเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้ประชาชน โดยมีดังนี้

  • ลัทธิขงจื๊อมีผู้ให้กำเนิดคือขงจื๊อเน้นสอนด้านคุณธรรม จริยธรรม ยกย่องการศึกษาความรู้ เน้นระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความกตัญญูต่อบรรพบุรุษเพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทั้งนี้ลัทธิขงจื๊อมีอิทธิพลต่อจีนสมัยโบราณมาก ถึงขนาดที่ว่าใช้ตำราของขงจื๊อสอบคัดเลือกเข้ารับราชการ หรือ “จอหงอน” เลยทีเดียว

    • ลัทธิเต๋ามีผู้ให้กำเนิดคือ เล่าจื๊อ เน้นเรื่องการใช้ชีวิตปรับตัวตามวิถีธรรมชาติใช้ชีวิตสันโดษ ลัทธิเต๋ามีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะของจีนทุกยุคทุกสมัยโดยเฉพาะด้านจิตรกรรม
    • ลัทธินิติธรรม หรือฟาเฉียเกิดขึ้นในสมัยปลายราชวงศ์โจวที่มีแต่การเข่นฆ่ากัน โดยหันเฟยจื่อ มีความเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์เป็นคนเลว ต้องควบคุมโดยการลงโทษผู้ที่ทำผิด และให้รางวัลคนทำดีจนถูกนำไปใช้เป็นกฎหมายของจีนในเวลาต่อมา

3. ราชวงศ์ฉิน (221-206 ปีก่อนคริสต์ศักราช)

  • เป็นยุคสั้นๆ เพียง 15 ปีแต่ถือว่าเป็นยุคที่สำคัญยุคหนึ่ง เพราะถือเป็นยุคเริ่มต้นจักรวรรดิจีน
  • จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิด้รวบรวมการปกครองแผ่นดินจีนให้เป็นปึกแผ่น รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  • มีการสร้างกำแพงเมืองจีนให้เป็นแนวเดียวกัน โดยสร้างต่อจากกำแพงเดิมเพื่อป้องกันการรุกรานจากเผ่านอกเมือง
  • มีการบังคับใช้ภาษา ระบบชั่ง ตวง วัด และเงินตราแบบเดียวกันทั้งอาณาจักรเพื่อง่ายต่อการบริหาร
  • มีการสร้างถนน ขุดคลองเพื่อเชื่อมโยงราชธานีกับมณฑลต่างๆ
  • สัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ คือ พระราชวังขนาดใหญ่ และสถานที่มีทรัพย์สินและรูปปั้นขนาดเท่าตัวจริงของนักรบ และม้า เช่น กองทัพทหารรูปปั้นดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้ในสุสานฉินสื่อหวง
  • มีการปราบปรามลัทธิขงจื๊อเผาตำรา ลงโทษผู้ฝ่าฝืน เพราะเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ และส่งเสริมลัทธิฟาเฉัย เป็นหลักในการปกครอง เน้นการใช้กฎหมายเพื่อความเด็ดขาด

4. ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสต์ศักราช - ค.ศ.220)

  • เป็นยุคที่จีนมีความเจิรญรุ่งเรืองและคนจีนมีความภาคภูมิใจมากจนเรียกตนเองว่า “ชาวฮั่น” และใช้ต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
  • มีการฟื้นฟูลัทธิขงจื๊อ มาใช้เป็นหลักในการปกครองบ้านเมืองมีการสอนลัทธิขงจื๊อในวิทยาลัย และเริ่มมีการสอบจอหงวน ซึ่งดำเนินต่อมาเป็นเวลาร่วม 2,000 ปี
  • เป็นยุคที่พระพุทธศาสนา จากอินเดียเริ่มเผยแผ่สู่จีนซึ่งส่งผลต่ออารยธรรมจีนมาก
  • มีการสำรวจ “เส้นทางสายไหม” โดยขุนนางจางเชียนเป็นเส้นทางบก ที่ใช้ติดต่อกับอินเดียและยุโรปโดยบุคคลสำคัญที่ใช้เส้นทางนี้ เช่น พระถึงซำจั๋ง, มาร์โค โปโลทำให้จีนมีการแลกเปลี่ยนอารยธรรมและสินค้าระหว่างอินเดียกับยุโรป
  • ซือหม่า เชียน ได้ปรับปรุงปฏิทินจันทรคติให้ถูกต้องยิ่งขึ้นและเขียนหนังสือสื่อจี้ บันทึกประวัติศาสตร์ซึ่งมีความยาว 130 บท ครอบคลุมเรื่องต่างๆ โดยยึดมั่นหลักฐานอย่างเที่ยงตรง
  • มีการประดิษฐ์กระดาษสำหรับใช้จดบันทึก
  • มีการประดิษฐ์ “โหวเฟิง” เครื่องมือวัดแผ่นดินไหว ที่วัดได้ทั้งความรุนแรง ทิศทาง และต้นกำเนิดของแผ่นดินไหว
  • เมื่อสิ้นสุดราชวงศ์ฮั่น มีการเกิดการแตกแยกภายใน เช่น สมัยสามก๊ก ที่เรารู้จักกันในวรรณกรรมเรื่องสามก๊กนั่นเอง
  • ซึ่งในช่วงเวลาที่เกิดความขัดแย้งภายในนี้พระพุทธศานามีความเจริญรุ่งเรืองมากซึ่งพบได้จากหลักฐานการแกะสลักพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับพุทธศาสนาตามผนังถ้ำ

5. ราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581 - 618)

  • รวบรวมจักรวรรดิได้อีกครั้ง โดยสมเด็จพระจักรพรรดิสุยเหวินตี้หลังความแตกแยกในยุคสามก๊ก
  • มีการรขุดคลองต้ายุ่นเหอ เชื่อมแม่น้ำฮวงโหกับแม่น้ำแยงซีเพื่อประโยชน์ในด้านการคมนาคม

6. ราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618 - 907)

  • อารยธรรมจีนกลับมารุ่งเรืองสูงสุดอีกครั้ง ถือว่าเป็นยุคทองของอารยธรรมจีน
  • มีนครฉางอาน (เมืองซีอานในปัจจุบัน) เป็นศูนย์กลางของซีกโลกตะวันออกในสมัยนั้น มีพ่อค้าและชาวต่างชาติเดินทางมาค้าขายมากมาย
  • มีการเผยแผ่ศาสนามากมาย รวมทั้งมีพระจีน คือ พระถังซำจั๋ง เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่อินเดีย เมื่อกลับมาจีนก็ได้จำวัดที่วัดห่านป่าใหญ่ กรุงฉางอาน และแปลพระไตรปิฎกเป็นภาษาจีนจำนวนมาก
  • เป็นยุคทองของกวีนิพนธ์จีน กวีคนสำคัญ เช่น หวางเหว่ย, หลี่ไป๋, ตู้ฝู้
  • มีสตรีขึ้นปกครองแผ่นดินเป็นครั้งแรกคือ พระนางบูเช็กเทียน

7. ราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960 - 1279)

  • เป็นยุคทองในความก้าวหน้าทางวิทยาการ
  • มีการประดิษฐ์เข็มทิศที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินทาง
  • มีการประดิษฐ์ดินปืนเพื่อใช้ในการทำดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด
  • รู้จักการใช้ลูกคิดในการคำนวณ
  • มีการประดิษฐ์และพัฒนาแท่นพิมพ์หนังสือ
  • รักษาโรคด้วยการฝังเข็ม
  • เกิดประเพณีการรัดเท้าสตรีให้ดูมีขนาดเล็กกว่าาความเป็นจริง เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ฐานะทางสังคม และความบริสุทธิ์
  • ด้วยความที่เป็นยุคที่มีการพิมพ์ ทำให้ยุคนี้มีการใช้ธนบัตรเกิดขึ้น

8. ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1279 - 1368)

  • เป็นเผ่ามองโกลที่เข้ามาปกครองจีน มีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่ปักกิ่ง (ภาคเหนือ)
  • ฮ่องเต้องค์แรกคือ กุบไล่ข่านหรือหงวนสีโจ๊วฮ่องเต้
  • เป็นยุคที่ศาสนาคริสต์เจริญรุ่งเรือง
  • มีนักเดินทาง มาร์โค โปโล เดินทางเข้ามาและได้นำเรื่องราวของจีนไปเผยแพร่ยังโลกตะวันตก
  • มีการติดต่อทางการทูตกับประเทศไทย

9. ราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368 - 1644)

  • เป็นราชวงศ์สุดท้ายของชาวฮั่นที่ได้ปกครองประเทศจีน
  • ยุคนี้โดดเด่นด้านวิทยาการเดินเรือ และการค้าขายกับต่างประเทศมาก
  • มหาขันทีเจิ้งเหอ(ซำเปากง) เป็นบุคคลโด่งดังที่นำกองทัพเรือจีนออกเดินทางไปทั่วโลก และได้เผยแพร่ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรจีน
  • สร้างพระราชวังหลวงปักกิ่ง (พระราชวังต้องห้าม)
  • มีการเขียนวรรณกรรมนิยมเขียนนวนิยายที่ใช้ภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน นวนิยายที่สำคัญ ได้แก่ สามก๊ก, ไซอิ๋ว
  • ชาติตะวันตกเริ่มเข้ามารุกรานตั้งแต่ช่วงกลางของราชวงศ์

10. ราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644 - 1912)

  • เป็นราชวงศ์ต่างชาติราชวงศ์ที่สองของจีน ปกครองโดยชาวแมนจู
  • เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีนก่อนเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ เป็นยุคที่จีนเสื่อมถอยความเจริญในทุกด้าน
  • ตอนปลายราชวงศ์ถูกชาติตะวันตกรุกรานอย่างหนัก เกิดสงครามฝิ่น 2 ครั้ง (คู่กรณีคืออังกฤษกับจีน) อังกฤษชนะจีน ทำให้เกิดสนธิสัญญานานกิง จีนให้อังกฤษเช่าเกาะฮ่องกง
  • ดร.ซุน ยัดเซ็น ก่อการปฏิวัติซินไฮ่ ในปี ค.ศ.1911 เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตย ล้มล้างระบอบศักดินา
  • สมเด็จพระจักรพรรดิผู่อี๋ (ปูยี) ได้สละราชบัลลังก์ในปี ค.ศ. 1912 ถือว่าทรงเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิง และของจีน ถือเป็นจุดสิ้นสุดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีมายาวนานหลายพันปี

ยุคสาธารณรัฐ (ค.ศ.1911-1949)

  • หลังจากดร.ซุน ยัดเซ็น ก่อการปฏิวัติซินไฮ่ โค่นล้มการปกครองของราชวงศ์ชิงได้สำเร็จ การปกครองจึงถูกเปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สู่ระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตย

  • ปี ค.ศ.1911 ดร.ซุน ยัดเซ็น ได้พัฒนาปรัชญาการเมืองซึ่งรู้จักกันในชื่อ“หลัก 3 ประการแห่งประชาชน” หรือ “ลัทธิไตรราษฎร์” ประกอบด้วย

  • 1.ชาตินิยม เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของชาติจีน

    • 2.ประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครอง
    • 3.ความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
  • เจียง ไค เช็ค ได้เป็นผู้นำคนต่อมาจีนได้เกิดสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาล (พรรคก๊กมินตั๋ง) กับจีนคอมมิวนิสต์ โดยมี เหมา เจ๋อ ตุง เป็นผู้นำ สุดท้ายพรรคคอมมิวต์ได้รับชัยชนะ ถือเป็นการสิ้นสุดยุตสาธารณรัฐและเข้าสู่ยุคคอมมิวนิสต์

ยุคคอมมิวนิสต์ (ค.ศ. 1949 - ปัจจุบัน)

  • เหมา เจ๋อ ตุง นำจีนเข้าสู่ระบอบคอมมิวนิสต์ โดยใช้นโยบายแบบรวมและก้าวกระโดดโดยมีสหภาพโซเวียต โดยในตอนนั้นมีโจเซฟ สตาลิน เป็นผู้นำ
  • ในปี ค.ศ. 1966 - 1976เหมา เจ๋อ ตุง กวาดล้างผู้ที่มีความคิดฝักใฝ่มางทุนนิยม และระบบศักดินาแบบเก่าในจีน หรือ “ลัทธิแก้” โดยมีกองกำลังกลุ่มยุวชนแดง Red Guard เป็นกำลังสำคัญที่มีบทบาทมาก
  • เติ้ง เสี่ยว ผิงผู้นำจีนคนต่อมา เริ่มใช้นโยบายเปิดประเทศ และนโยบาย 4 ทันสมัย(เกษตรกรรม, การทหาร, อุตสาหกรรม, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ทำให้จีนเริ่มก้าวหน้ามาเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น
  • ผู้นำคนปัจจุบัน คือ สี้ จิน ผิง โดยเป็นผู้นำรุ่นที่ 5 ของจีนตั้งแต่เริ่มยุคสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

สรุปจุดเด่นอารยธรรมจีน

สถาปัตยกรรมและประติมากรรม

  • กำแพงเมืองจีน หรืออีกสมญาหนึ่งว่า “กำแพงหมื่นลี้” ตั้งอยู่บนพรมแดนทางตอนเหนือของประเทศ เริ่มต้นสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน จากนั้นก็มีการสร้างเพิ่มเติมต่อเนื่องกันมาหลายยุคสมัย รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเกือบ 2,500 ปี เป็นการสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการบุกรุกจากชนเผ่าเร่ร่อนที่คอยมารุกราน โดยตัวกำแพงไม่ได้ยาวตลอดแนว แต่เป็นการเชื่อมต่อแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งยังมีป้อมคั่นเป็นช่วงๆ รวมแล้วกว่าหมื่นป้อม
  • กองทัพทหารดินเผาเป็นรูปปั้นทหารขนาดเท่าคนจริงนับพันตัว พร้อมกับม้าศึก และ รถม้าดินเผา รูปปั้นแต่ละตัวมีลักษณะ และท่าทางที่แตกต่างกันอย่างละเอียดอ่อน อยู่ที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้

วิทยาการสำคัญ

  • กระดาษเมื่อประมาณ ค.ศ. 105 ไช่หลุน ขุนนางจีน ได้นำเปลือกไม้ เศษปอหรือป่าน ผ้าเก่า และแห มาบดผสมกันจนป่น จากนั้นก็นำมาตากแห้งจนกลายเป็นกระดาษ
  • เข็มทิศ ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์สำคัญ โดยเข็มทิศนี้ได้ถ่ายถอดวิทยาการไปให้ชาวอาหรับ และยุโรปต่อมา
  • ดินปืน สมัยราชวงศ์ฉินมีการทำเป็นชาติแรก องค์ประกอบได้แก่ ดินประสิว, กำมะถัน และผงถ่าน
  • แท่นพิมพ์มีปี้เซิงเป็นผู้คิดค้น ใช้วิธีแกะสลักตัวอักษรแต่ละตัว ลงบนดินเหนียวทีละก้อน จากนั้นได้ก้อนดินเหนียวเหล่านั้นแล้วนำไปเผาไฟเพื่อให้แข็งตัว ขั้นตอนการพิมพ์นั้น เพียงแค่การเรียงตัวอักษรตามที่ต้องการ โดยต้องวางอักษรกลับด้านเท่านั้น จากนั้นก็ละเลงหมึกจีนลงไปแล้วเอากระดาษมาวางทาบ
  • การต่อเรือมีการต่อเรือเดินทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งมีความรุ่งเรืองมากนสมัยราชวงศ์หมิง

วรรณกรรม

  • สามก๊กนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างรัฐต่างๆ ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่น
  • ไซอิ๋วเรื่องราวการเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของพระถังซัมจั๋งกับเหล่าศิษย์ ได้แก่ ซุนหงอคง, ตือโป๊ยก่าย และซัวเจ๋ง
  • ซ้องกั๋งวรรณกรรมเกี่ยวกับการต่อสู้ของกลุ่มวีรบุรุษ 108 คนที่ลี้ภัยไปรวมตัวกันที่เขาเหลียงซานเพื่อต่อต้านความไม่เป็นธรรมของขุนนาง
  • ความฝันในหอแดงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและวิถีชีวิตของชนชั้นสูงในสังคมศักดินา โดยสอดแทรกการสะท้อนความเสื่อมโทรมของระบบสังคมศักดินา
  • คัมภีร์หลุนอวี่ (บทสนทนาขงจื๊อ)คัมภีร์หลักของปรัชญาขงจื๊อ ที่บันทึกบทสนทนาและคำสอนของขงจื๊อ โดยเหล่าศิษย์ได้รวบรวมไว้หลังเขาเสียชีวิตเนื้อหาเน้นเรื่องจริยธรรม การเคารพขนบธรรมเนียม และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

มาทดสอบความรู้กัน!

หลังจากทำความรู้จักกับอารยธรรมจีนกันไปแล้ว มาทดสอบความรู้กันดีกว่าค่ะ วันนี้พี่แป้งมีแบบฝึกหัดมาให้น้องๆ ลองทำกันถึง 2 ข้อ ด้วยกัน ถ้าพร้อมแล้วลงมือทำได้เลย!

ข้อใดเป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นสมัยประวัติศาสตร์ของอารยธรรมจีน (แนวข้อสอบสังคมศึกษา)
1. เครื่องปั้นดินเผา
2. หม้อสามขา
3. อักษรคูนิฟอร์ม
4. จารึกอักษรบนกระดองเต่า


ภายหลังการโค่นล้มราชวงศ์ชิง จีนได้เปลี่ยนการปกครองเข้าสู่ระบอบใด (แนวข้อสอบสังคมศึกษา)
1. ระบอบสังคมนิยม
2. ระบอบคอมมิวนิสต์
3. ระบอบประชาธิปไตย
4. ระบอบเผด็จการทหาร

น้องๆ ชาว Dek-D คิดว่าแต่ละข้อตอบอะไรบ้าง มาคอมเมนต์คำตอบด้านล่างได้เลย!

สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมบทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ถ้าน้อง ๆ มีประเด็นที่น่าสนใจ หรือความรู้จากวิชาอะไร ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...