โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ธนาคารกลางจีน” ออกคำเตือนแรงคริปโตฯ-จ่อคว่ำสเตเบิลคอยน์ ฉุดหุ้นในฮ่องกงร่วง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 07.36 น.

"ธนาคารกลางจีน" ปรับน้ำเสียงเข้มที่สุดในรอบหลายปี ประกาศสเตเบิลคอยน์เป็นสกุลเงินเสมือนที่ผิดกฎหมาย ขัดแนวทางเปิดรับของฮ่องกง กดดันหุ้นกลุ่มคริปโตฯ ร่วง

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 13.05 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกคำเตือนอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องในฮ่องกงร่วงลงในวันจันทร์ และบดบังความทะเยอทะยานของฮ่องกงที่จะพัฒนาตัวเองเป็นศูนย์กลางสกุลเงินดิจิทัล

ธนาคารกลางจีนให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าปราบปรามสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทต่อไป ตามหลังคำสั่งห้ามในปี 2564 แต่เป็นครั้งแรกที่ระบุถึงสเตเบิลคอยน์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของคริปโตเคอร์เรนซีที่มีความผันผวนต่ำกว่า เนื่องจากมีการอ้างอิงกับสกุลเงินดั้งเดิมหรือสินทรัพย์ เช่น พันธบัตรรัฐบาล

ตอนหนึ่งของบันทึกการประชุมที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ระบุว่า “การเก็งกำไรในสกุลเงินเสมือนกลับมาอีกครั้ง และกิจกรรมผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นเป็นระยะ สร้างความท้าทายและสถานการณ์ใหม่ในการป้องกันความเสี่ยง …สเตเบิลคอยน์เป็นรูปแบบหนึ่งของสกุลเงินเสมือน และในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองข้อกำหนดด้านการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าและการป้องกันการฟอกเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

เอกสารดังกล่าวยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการระดมทุนฉ้อโกงและการโอนเงินข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินเสมือนถือเป็นกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย

ในวันจันทร์ นักลงทุนที่ระมัดระวังได้เทขายหุ้นของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตฯ และบริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง Boyaa Interactive ผู้พัฒนาเกมที่ถือครองบิตคอยน์กว่า 4,000 เหรียญ ร่วงลงมากสุดถึง 9% ในช่วงเช้า ขณะที่ OSL Group แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ ลดลง 6.5% ดัชนีฮั่งเส็งโดยรวมปิดตลาดช่วงเช้าเพิ่มขึ้น 0.8%

ท่าทีอย่างเป็นทางการต่อสเตเบิลคอยน์ของจีนครั้งนี้สอดคล้องกับมุมมองของโจว เสี่ยวฉวน อดีตผู้ว่าการ PBOC ซึ่งเคยแสดงความกังวลว่ามันอาจสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ตรงกันข้ามกับฮ่องกงที่กำลังผลักดันให้มีการออกสเตเบิลคอยน์โดยผู้ได้รับใบอนุญาต

ท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนดูเหมือนถูกเสริมแรงด้วยกรณีอื้อฉาวหลายครั้งเกี่ยวกับการยึดสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ต้องสงสัยชาวจีนโดยรัฐบาลตะวันตก

เฉิน จื้อ นักธุรกิจเชื้อสายจีน–กัมพูชา ถูกสหรัฐตั้งข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินในคดี pig-butchering scams ผ่านเครือธุรกิจ Prince Group ของเขา จีนกล่าวหาว่าสหรัฐโจมตีไซเบอร์เพื่อนำไปสู่การขโมยบิตคอยน์มูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

ส่วนเฉียน จื้อหมิน ถูกศาลอังกฤษพิพากษาเมื่อเดือนที่แล้ว หลังยอมรับว่าดำเนินคอนวงแชร์ลูกโซ่คริปโตในจีน ตำรวจอังกฤษได้ยึดบิตคอยน์กว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากผู้เสียหาย

ในแถลงการณ์ PBOC ระบุว่าจะยึดมั่นในนโยบายห้ามใช้สกุลเงินเสมือนต่อไป และเดินหน้าปราบปรามกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...