โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกไม่มีเพื่อน : พ่อแม่ไม่สบายใจ แล้วจะช่วยอย่างไรดี?

Mood of the Motherhood

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 02.22 น. • Features

เมื่อลูกถึงวัยเข้าโรงเรียน การส่งลูกเข้าสู่สิ่งแวดล้อมและสังคมใหม่ๆ หนึ่งสิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจก็คือกลัวว่าลูกจะปรับตัวไม่ได้ ไม่เป็นที่รักของคนอื่น และไม่มีเพื่อนเล่นที่โรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและคุณภาพการเรียนรู้ของลูกได้วัยเรียนเป็นช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ การได้เล่นหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนจะช่วยให้ลูกได้พัฒนาการสื่อสาร รู้จักการทำความเข้าใจผู้อื่น และเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับกฎระเบียบในสังคมใหม่ แต่หากไปโรงเรียนแล้ว ลูกไม่มีเพื่อน ทำให้การไปโรงเรียนไม่มีความสุข ย่อมเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางพัฒนาการด้านต่างๆ ได้แต่หากไปโรงเรียนแล้ว ลูกไม่มีเพื่อน สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเป็นอันดับแรก คือสอนให้ลูกเข้าใจว่าการที่เพื่อนๆ ไม่สนใจหรือไม่เข้ามาเล่นกับลูก ไม่ได้แปลว่าลูกเป็นคนไม่น่ารักหรือมีข้อบกพร่องร้ายแรง เพียงแต่เพื่อนอาจยังไม่รู้ว่าจะทำความรู้จักลูกยังไง อาจเป็นเพราะลูกยังขาดเครื่องมือการเข้าสังคม และคุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยส่งเสริมทักษะที่จำเป็นสำหรับการเข้าสังคมและเทคนิคดีๆ ในการเริ่มต้นกับเพื่อนใหม่ได้ ดังนี้1. สอนการเริ่มบทสนทนา

เด็กส่วนมาก เมื่อเจอเพื่อนใหม่หรือคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน มักจะมีอาการเขินอาย แม้อยากเข้าไปเล่นด้วยแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มบทสนทนากับเพื่อนอย่างไร ซึ่งหากลูกเจอกับเด็กที่มีความเขินอายเหมือนกัน ย่อมทำให้ต่างฝ่ายต่างเฉยชา ไม่กล้าทำความรู้จัก และไม่กล้าพูดคุยด้วยกันทั้งสองฝ่ายดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสังคมให้ลูก คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยลูกได้ด้วยการจำลองสถานการณ์ (Role-playing) ฝึกใช้บทสนทนาที่เหมาะต่อการเข้าหาเพื่อนใหม่ เช่น สอนให้ลูกรู้จักทักทาย แนะนำตัวเอง ถามชื่อเพื่อน และชวนเพื่อนคุยด้วยหัวข้อง่ายๆ หรือชวนให้เพื่อนเล่นด้วยกันอย่างตรงไปตรงมา เมื่ออยู่ในสถานการณ์จริง ลูกจะได้นำไปปรับใช้ได้ง่าย2. สอนให้ลูกรู้จักสังเกต

หากลูกเป็นฝ่ายเข้าหาเพื่อนก่อน แต่ได้รับการตอบสนองที่ไม่ดีนัก เช่น เพื่อนตกใจจนเดินหนี หรือเพื่อนไม่ยอมพูดคุยโต้ตอบ อาจเป็นไปได้ว่าลูกเข้าไปทักทายตอนที่เพื่อนยังไม่พร้อม อารมณ์ไม่ดี หรือมีความกังวลใจบางอย่าง คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกสังเกตสถานการณ์รอบตัวก่อนที่ลูกจะเข้าไปทำความรู้จักเพื่อนๆ ว่าตอนนั้นแต่ละคนกำลังทำอะไร มีท่าทางหรืออารมณ์เพื่อนๆ อย่างไร และรู้จักรอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อจะได้สามารถเริ่มบทสนทนาได้ง่ายและทำให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นมิตรยิ่งขึ้น3. สอนลูกให้รู้จักพูดขอบคุณและขอโทษ

การเตรียมความพร้อมให้ลูกเข้าสังคม คุณพ่อคุณแม่ควรสอนคำสำคัญที่จะช่วยสร้างมิตรภาพและลดสถานการณ์ตึงเครียดให้ดีขึ้นได้ เช่น เมื่อไหร่ที่ลูกทำผิดพลาดหรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ให้ลูกรู้สึกผิดจากใจจริงและพูด ‘ขอโทษ’ ออกมา หรือเมื่อไหร่ที่มีคนแบ่งปัน ช่วยเหลือ หรือทำสิ่งดีๆ ให้ลูก ก็ควรที่จะบอก ‘ขอบคุณ’ กลับไปอย่างอ่อนโยน และคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถพูดขอบคุณและขอโทษเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นผ่านสถานการณ์ต่างๆ และลองให้ลูกสังเกตว่า เมื่อเราพูดขอบคุณ อีกฝ่ายมักจะยิ้มรับ หรือเมื่อเราพูดขอโทษ ก็ทำให้ความโกรธของอีกฝ่ายลดลงได้เช่นกัน4. สอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง

คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองในเรื่องพื้นฐานตามวัยก่อนเข้าโรงเรียน เช่น เข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง ใส่รองเท้า ติดและแกะกระดุมเสื้อด้วยตัวเอง เมื่อลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและรู้คุณค่าในตัวเอง ช่วยให้ลูกมีความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งส่งผลดีต่อการเข้าสังคมนอกจากนี้ เมื่อลูกช่วยเหลือตัวเองได้ ลูกจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนๆ ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีสร้างมิตรภาพที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องอาศัยการพูดมากมาย5. สอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน

สำหรับบ้านที่มีลูกคนเดียว เด็กๆ อาจไม่ค่อยชินกับการต้องแบ่งปันหรือกาใช้ของร่วมกับผู้อื่น คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกเข้าใจถึงข้อดีและคุณค่าของการแบ่งปัน และทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ ทักษะนี้สามารถช่วยให้ลูกสร้างมิตรภาพ และส่งเสริมให้ลูกมีจิตใจที่ดี6. สอนให้ลูกปฏิบัติตามกฎ

ทุกสังคมย่อมมีกฎเกณฑ์ เพื่อให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอยู่สันติและมีระเบียบ โรงเรียนก็เช่นกัน การสอนลูกให้ปฏิบัติตามกฎสามารถช่วยลดความขัดแย้งระหว่างลูกกับเพื่อนๆ ได้คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากการตั้งกฎง่ายๆ ที่บ้าน เช่น กำหนดเวลาเล่นโทรศัพท์วันละ 30 นาที หรือกำหนดให้ลูกมีหน้าที่รดน้ำต้นไม้ จะช่วยให้ลูกเคยชินกับการอยู่ในกฎระเบียบ และรู้จักการรับผิดชอบมากขึ้นอ้างอิงTalkitoutBBCHandspringอ่านบทความ: ทำอย่างไรเมื่อลูกไม่มีเพื่อน?!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...