“นิวยอร์ก” โหวตผ่าน 3 มาตรการ เร่งสร้างบ้านราคาย่อมเยา แก้วิกฤติที่อยู่อาศัย
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพถีบตัว ชาวนิวยอร์กลงคะแนนเห็นชอบ 3 ข้อเสนอสำคัญ เร่งอนุมัติโครงการบ้านราคาย่อมเยา–ลดขั้นตอนทางกฎหมาย ตั้งคณะอุทธรณ์โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ หวังเพิ่มปริมาณบ้านในเมืองใหญ่
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชาวนิวยอร์กซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยราคาแพง ได้ลงคะแนนเสียง เห็นชอบต่อมาตรการด้านที่อยู่อาศัย 3 ฉบับ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาโครงการบ้านราคาย่อมเยาและปรับปรุงกระบวนการอนุมัติโครงการก่อสร้างให้รวดเร็วขึ้น
ทั้ง 3 มาตรการได้รับการอนุมัติจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อคืนวันอังคาร โดยอ้างอิงจากผลนับคะแนนของสำนักข่าว Associated Press และ The New York Times ซึ่งระบุว่าทั้งหมดผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเพียงมากกว่า 50% เล็กน้อย
หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักคือ โซรัน มัมดานี ผู้สมัครนำจากพรรคเดโมแครต ซึ่งระบุว่าเขาโหวตเห็นชอบกับทั้งสามข้อเสนอ โดยชี้ว่าผลโหวตครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนิวยอร์กที่ต้องจ่ายค่าเช่าสูงเกินกำลัง ปัจจุบันกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เช่าในมหานครนิวยอร์กใช้รายได้มากกว่า 30% ไปกับค่าที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าเกินขอบเขตความสามารถในการจ่ายได้
การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อเสนอทั้งหมด 6 ฉบับ โดย 5 ฉบับเกี่ยวข้องกับเมืองนิวยอร์กโดยตรง ซึ่งร่างขึ้นโดยคณะกรรมาธิการแก้ไขกฎบัตรเมือง (Charter Revision Commission) จำนวน 13 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยนายกเทศมนตรี เอริก อดัมส์
มาตรการที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย 3 ฉบับ หรือข้อเสนอที่ 2 ถึง 4 (Proposal 2–4) เป็นที่ถกเถียงอย่างหนักก่อนวันเลือกตั้ง เนื่องจากสภาเมืองนิวยอร์ก (City Council) แสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะลดอำนาจของสภาในการควบคุมการพัฒนาในพื้นที่ แต่ฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลว่ามาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
บาริกา วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการสมาคมพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย (Association for Neighborhood & Housing Development) กล่าวว่า “เราจะไม่สามารถสร้างบ้านได้ทันความต้องการ หากไม่มีระบบที่ช่วยให้การอนุมัติโครงการทำได้เร็วขึ้น โครงการบ้านราคาย่อมเยาหลายแห่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพียงเพื่อให้ผ่านขั้นตอนอนุมัติ แต่ในขณะเดียวกัน ชุมชนก็ควรมีสิทธิร่วมกำหนดสิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นด้วย”
มาตรการด้านที่อยู่อาศัยทั้ง 3 ที่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน
1. Proposal 2 กระบวนการ Fast Track สำหรับโครงการบ้านราคาย่อมเยา
ข้อเสนอนี้สร้างกระบวนการเร่งรัดสองรูปแบบ โดยลดระยะเวลาการพิจารณาโครงการเหลือประมาณ 3 เดือน จากเดิมภายใต้ระบบ ULURP (Uniform Land Use Review Procedure) ที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 7 เดือนผ่านหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมาธิการผังเมือง และสภาเมือง
- รูปแบบแรก ให้โครงการบ้านราคาย่อมเยาที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐสามารถข้ามขั้นตอนสภาเมืองได้ โดยให้คณะกรรมการชุมชนและคณะกรรมการอุทธรณ์มาตรฐาน (Board of Standards and Appeals) เป็นผู้พิจารณาแทน
- รูปแบบที่สอง สำหรับโครงการใน 12 เขตชุมชนที่มีสัดส่วนบ้านราคาย่อมเยาต่ำที่สุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ฐานะดี จะลดระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการผังเมืองและ ตัดสิทธิ์สภาเมืองในการทบทวนหรือคัดค้านโครงการ
2. Proposal 3 ระบบเร่งรัดสำหรับโครงการพัฒนา “ขนาดเล็ก” (Expedited Reviews for Modest Developments)
ข้อเสนอนี้ตั้งกระบวนการใหม่ชื่อว่า ELURP (Expedited Land Use Review Procedure) สำหรับโครงการขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้ต้องผ่านขั้นตอนเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ เช่น การปรับโซนย่าน Hudson Yards รวมขั้นตอนของคณะกรรมการชุมชนและประธานเขตให้อยู่ในกรอบเวลา 60 วัน ตามด้วยการทบทวนของคณะกรรมาธิการผังเมือง อีก 30 วัน
นักวิเคราะห์จาก NYU Furman Center มองว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณที่อยู่อาศัยโดยรวม ทั้งในตลาดบ้านราคาย่อมเยาและตลาดทั่วไป
3. Proposal 4 จัดตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์โครงการบ้านราคาย่อมเยา (Affordable Housing Appeals Board)
คณะกรรมการใหม่นี้จะประกอบด้วยนายกเทศมนตรี, ประธานสภาเมือง และประธานเขตที่เกี่ยวข้อง โดยมีอำนาจทบทวนหรือกลับคำตัดสินของสภาเมืองที่อนุมัติหรือปฏิเสธโครงการบ้านราคาย่อมเยา
ฝ่ายสนับสนุนระบุว่าคณะกรรมการนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นปฏิเสธโครงการโดยไม่เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดการเจรจาอย่างโปร่งใส ขณะที่ฝ่ายคัดค้าน เช่น แอนดรูว์ เบอร์แมน ผู้อำนวยการกลุ่ม Village Preservation เห็นว่ามาตรการนี้เป็นการลิดรอนอำนาจของชุมชนในการต่อรองกับนักพัฒนา และให้อำนาจแก่ฝ่ายบริหารของเมืองมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ระบบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารถูกบั่นทอนลง
สรุปได้ว่าผลการลงประชามติครั้งนี้สะท้อนถึง แรงกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจที่ชาวนิวยอร์กกำลังเผชิญ โดยฝ่ายสนับสนุนเชื่อว่าการลดขั้นตอนทางกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยราคาแพงได้เร็วขึ้น ขณะที่ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามากำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองมากเกินไป
อ้างอิง : bloomberg.com