โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“นิวยอร์ก” โหวตผ่าน 3 มาตรการ เร่งสร้างบ้านราคาย่อมเยา แก้วิกฤติที่อยู่อาศัย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 พ.ย. 2568 เวลา 12.45 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2568 เวลา 05.45 น.

ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพถีบตัว ชาวนิวยอร์กลงคะแนนเห็นชอบ 3 ข้อเสนอสำคัญ เร่งอนุมัติโครงการบ้านราคาย่อมเยา–ลดขั้นตอนทางกฎหมาย ตั้งคณะอุทธรณ์โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ หวังเพิ่มปริมาณบ้านในเมืองใหญ่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.53 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชาวนิวยอร์กซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยราคาแพง ได้ลงคะแนนเสียง เห็นชอบต่อมาตรการด้านที่อยู่อาศัย 3 ฉบับ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาโครงการบ้านราคาย่อมเยาและปรับปรุงกระบวนการอนุมัติโครงการก่อสร้างให้รวดเร็วขึ้น

ทั้ง 3 มาตรการได้รับการอนุมัติจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อคืนวันอังคาร โดยอ้างอิงจากผลนับคะแนนของสำนักข่าว Associated Press และ The New York Times ซึ่งระบุว่าทั้งหมดผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเพียงมากกว่า 50% เล็กน้อย

หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักคือ โซรัน มัมดานี ผู้สมัครนำจากพรรคเดโมแครต ซึ่งระบุว่าเขาโหวตเห็นชอบกับทั้งสามข้อเสนอ โดยชี้ว่าผลโหวตครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวนิวยอร์กที่ต้องจ่ายค่าเช่าสูงเกินกำลัง ปัจจุบันกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เช่าในมหานครนิวยอร์กใช้รายได้มากกว่า 30% ไปกับค่าที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นระดับที่นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าเกินขอบเขตความสามารถในการจ่ายได้

การเลือกตั้งครั้งนี้มีข้อเสนอทั้งหมด 6 ฉบับ โดย 5 ฉบับเกี่ยวข้องกับเมืองนิวยอร์กโดยตรง ซึ่งร่างขึ้นโดยคณะกรรมาธิการแก้ไขกฎบัตรเมือง (Charter Revision Commission) จำนวน 13 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยนายกเทศมนตรี เอริก อดัมส์

มาตรการที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย 3 ฉบับ หรือข้อเสนอที่ 2 ถึง 4 (Proposal 2–4) เป็นที่ถกเถียงอย่างหนักก่อนวันเลือกตั้ง เนื่องจากสภาเมืองนิวยอร์ก (City Council) แสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะลดอำนาจของสภาในการควบคุมการพัฒนาในพื้นที่ แต่ฝ่ายสนับสนุนให้เหตุผลว่ามาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยขาดแคลนที่ทวีความรุนแรงขึ้น

บาริกา วิลเลียมส์ ผู้อำนวยการสมาคมพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัย (Association for Neighborhood & Housing Development) กล่าวว่า “เราจะไม่สามารถสร้างบ้านได้ทันความต้องการ หากไม่มีระบบที่ช่วยให้การอนุมัติโครงการทำได้เร็วขึ้น โครงการบ้านราคาย่อมเยาหลายแห่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพียงเพื่อให้ผ่านขั้นตอนอนุมัติ แต่ในขณะเดียวกัน ชุมชนก็ควรมีสิทธิร่วมกำหนดสิ่งที่จะถูกสร้างขึ้นด้วย”

มาตรการด้านที่อยู่อาศัยทั้ง 3 ที่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน

1. Proposal 2 กระบวนการ Fast Track สำหรับโครงการบ้านราคาย่อมเยา

ข้อเสนอนี้สร้างกระบวนการเร่งรัดสองรูปแบบ โดยลดระยะเวลาการพิจารณาโครงการเหลือประมาณ 3 เดือน จากเดิมภายใต้ระบบ ULURP (Uniform Land Use Review Procedure) ที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างน้อย 7 เดือนผ่านหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมาธิการผังเมือง และสภาเมือง

  • รูปแบบแรก ให้โครงการบ้านราคาย่อมเยาที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐสามารถข้ามขั้นตอนสภาเมืองได้ โดยให้คณะกรรมการชุมชนและคณะกรรมการอุทธรณ์มาตรฐาน (Board of Standards and Appeals) เป็นผู้พิจารณาแทน
    • รูปแบบที่สอง สำหรับโครงการใน 12 เขตชุมชนที่มีสัดส่วนบ้านราคาย่อมเยาต่ำที่สุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ฐานะดี จะลดระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการผังเมืองและ ตัดสิทธิ์สภาเมืองในการทบทวนหรือคัดค้านโครงการ

2. Proposal 3 ระบบเร่งรัดสำหรับโครงการพัฒนา “ขนาดเล็ก” (Expedited Reviews for Modest Developments)

ข้อเสนอนี้ตั้งกระบวนการใหม่ชื่อว่า ELURP (Expedited Land Use Review Procedure) สำหรับโครงการขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้ต้องผ่านขั้นตอนเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ เช่น การปรับโซนย่าน Hudson Yards รวมขั้นตอนของคณะกรรมการชุมชนและประธานเขตให้อยู่ในกรอบเวลา 60 วัน ตามด้วยการทบทวนของคณะกรรมาธิการผังเมือง อีก 30 วัน

นักวิเคราะห์จาก NYU Furman Center มองว่ามาตรการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณที่อยู่อาศัยโดยรวม ทั้งในตลาดบ้านราคาย่อมเยาและตลาดทั่วไป

3. Proposal 4 จัดตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์โครงการบ้านราคาย่อมเยา (Affordable Housing Appeals Board)

คณะกรรมการใหม่นี้จะประกอบด้วยนายกเทศมนตรี, ประธานสภาเมือง และประธานเขตที่เกี่ยวข้อง โดยมีอำนาจทบทวนหรือกลับคำตัดสินของสภาเมืองที่อนุมัติหรือปฏิเสธโครงการบ้านราคาย่อมเยา

ฝ่ายสนับสนุนระบุว่าคณะกรรมการนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้สมาชิกสภาท้องถิ่นปฏิเสธโครงการโดยไม่เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดการเจรจาอย่างโปร่งใส ขณะที่ฝ่ายคัดค้าน เช่น แอนดรูว์ เบอร์แมน ผู้อำนวยการกลุ่ม Village Preservation เห็นว่ามาตรการนี้เป็นการลิดรอนอำนาจของชุมชนในการต่อรองกับนักพัฒนา และให้อำนาจแก่ฝ่ายบริหารของเมืองมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ระบบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารถูกบั่นทอนลง

สรุปได้ว่าผลการลงประชามติครั้งนี้สะท้อนถึง แรงกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจที่ชาวนิวยอร์กกำลังเผชิญ โดยฝ่ายสนับสนุนเชื่อว่าการลดขั้นตอนทางกฎหมายจะช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยราคาแพงได้เร็วขึ้น ขณะที่ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามากำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองมากเกินไป

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...