โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รีวิว POCO F8 Pro ที่สุดแห่งขุมพลัง Snapdragon 8 Elite ผสานพลังเสียง Bose ในบอดี้กระจกชิ้นเดียวที่งดงามราวงานศิลป์

Siamphone

อัพเดต 15 ธ.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 04.00 น.
รีวิว POCO F8 Pro ที่สุดแห่งขุมพลัง Snapdragon 8 Elite ผสานพลังเสียง Bose ในบอดี้กระจกชิ้นเดียวที่งดงามราวงานศิลป์

การกลับมาของ POCO ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอัปเกรดสเปคตามรอบปี แต่เป็นการประกาศศักดาในฐานะ UltraPower Ascended (ขีดสุดแห่งพลังที่ทะยานขึ้นไปอีกขั้น) ที่ยกระดับมาตรฐานของสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกขั้น POCO F8 Pro ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดไว้อย่างชัดเจนเพื่อท้าชนกับเรือธงราคาแพงในตลาด ด้วยการนำเสนอชิปเซ็ตระดับท็อปสุดอย่าง Snapdragon 8 Elite ในราคาที่จับต้องได้มากกว่า นี่คือสมาร์ตโฟนที่เกิดมาเพื่อคอเกมตัวจริงและผู้ใช้งานระดับโปรที่โหยหาความแรงดิบเถื่อน แต่ก็ไม่ละทิ้งความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงที่ได้รับการปรับจูนจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Bose ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตระกูล F ดูพรีเมียมขึ้นอย่างผิดหูผิดตา

Lazada: https://c.lazada.co.th/t/c.XPyNGw

หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนความแรงของ POCO F8 Pro

รุ่นนี้คือ Snapdragon 8 Elite Mobile Platform ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับ 3 นาโนเมตร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดในขณะนี้ โครงสร้างหน่วยประมวลผลกลางแบบ 8 แกนอันเปี่ยมประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 2 แกนหลักความเร็วสูงสุด 4.32GHz และ 6 แกนประสิทธิภาพความเร็วสูงสุด 3.53GHz ทำงานร่วมกับชิปกราฟิก Adreno และหน่วยความจำ RAM LPDDR5X ที่มีความเร็วสูงถึง 9600Mbps มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลระดับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

ยิ่งไปกว่านั้น POCO ยังใส่เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology with 3D Triple-layer IceLoop System (เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบไอซ์ลูป 3 ชั้น) เพื่อจัดการกับความร้อนสะสมจากการใช้งานหนัก ช่วยให้เฟรมเรทขณะเล่นเกมนิ่งเสถียรผ่านฟีเจอร์ WildBoost Optimization ที่เน้นแก้ปัญหาเฟรมเรทตกวูบให้เหลือน้อยที่สุด

สิ่งที่ยกระดับความพรีเมียมอย่างแท้จริงคือการใส่เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแบบอัลตราโซนิก ที่ปกติจะพบได้เฉพาะในเรือธงราคาแพง ช่วยให้การปลดล็อกทำได้รวดเร็วและแม่นยำแม้ในขณะนิ้วเปียก นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรม Xiaomi Astral Communication ที่ทำงานร่วมกับชิปฯ Surge T1+ Tuner ช่วยขยายสัญญาณ Wi-Fi, Bluetooth และสัญญาณโทรศัพท์ให้เสถียรขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงฟีเจอร์ล้ำๆ อย่าง Xiaomi Offline Communication ที่ช่วยให้สื่อสารด้วยเสียงได้ไกลถึง 1 กิโลเมตรแม้ไม่มีสัญญาณเครือข่าย

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือระบบเสียง Sound by Bose ที่ POCO ร่วมมือกับวิศวกรเสียงจาก Bose ในการปรับจูนลำโพงคู่แบบสมมาตร Symmetric 1115F ให้มิติเสียงที่โอบล้อมและสมดุล ไม่ว่าจะเป็นโหมด Dynamic ที่ให้เบสหนักแน่น หรือ Balanced ที่เน้นเสียงร้องคมชัด รองรับทั้งเสียงความละเอียดสูงและระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Atmos เต็มรูปแบบ

จากการสัมผัสตัวเครื่องจริง POCO F8 Pro

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือดีไซน์ฝาหลังที่ดูพรีเมียมและแปลกตา การใช้เทคนิคกระจกชิ้นเดียวขึ้นรูปทำให้ฝาหลังดูเป็นชิ้นเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ พื้นผิวมีผิวสัมผัสแบบด้านให้ความรู้สึกละมุนมือ ช่วยลดรอยนิ้วมือได้ดี ตัดกับบริเวณโมดูลกล้องด้านบนที่มีความเงางาม สร้างมิติความตัดกันที่สวยงามลงตัว บริเวณโมดูลกล้องมีการสกรีนโลโก้ SOUND BY BOSE ไว้อย่างภาคภูมิใจ โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Silver, Blue และ Black

เมื่อพิจารณาด้านข้าง ตัวเฟรมเป็นโลหะขอบกึ่งโค้งที่มีความโค้งมนเล็กน้อยช่วยให้การจับถือเข้ามือ

  • ด้านขวา: เป็นตำแหน่งของปุ่มควบคุมหลัก ได้แก่ ปุ่ม Power สำหรับสั่งงานและ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ที่วางตำแหน่งได้พอดีนิ้ว
  • ด้านบน: ประกอบด้วยช่องลำโพง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเสียงสมมาตร Symmetric Speaker รุ่น 1115F (รุ่นเดียวกับด้านล่าง) รองรับ High-Res ทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย รวมถึง Dolby Atmos
  • ด้านล่าง: ประกอบด้วย ลำโพงหลัก, พอร์ต USB Type-C, ไมโครโฟน, และ ช่องใส่ซิมการ์ดที่รองรับนาโนซิมได้ 2 ช่อง (ใส่ได้ทั้ง 2 ด้าน) รวมถึงรองรับ eSIM
  • ด้านซ้าย: เรียบเนียนไม่มีปุ่มกดใดๆ

ซึ่งการออกแบบนี้ยืนยันได้ถึงระบบเสียงสเตอริโอที่สมมาตรจริงๆ หน้าจอแสดงผลด้านหน้าเป็นแบบเจาะรูฝังกล้องตรงกลาง ขอบจอบางเฉียบสม่ำเสมอรอบด้าน มอบประสบการณ์การมองเห็นที่เต็มตา

สเปคเบื้องต้นของ POCO F8 Pro

  • หน้าจอแสดงผล: POCO HyperRGB AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว, ความละเอียด 2510x1156 พิกเซล, อัตรารีเฟรช 120Hz, ความสว่างสูงสุด 3500nits, Contrast Ratio 5,000,000:1, รองรับสี 12-bit (6.8 หมื่นล้านสี), ประหยัดพลังงานขึ้น 22.3%, กระจกป้องกัน Corning Gorilla Glass 7i

  • ระบบสัมผัส: อัตราการตอบสนองการสัมผัส 480Hz (ตอบสนองทันทีสูงสุด 2560Hz)

  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Snapdragon 8 Elite Mobile Platform (สถาปัตยกรรม 3nm), CPU Octa-core (2x Prime 4.32GHz + 6x Performance 3.53GHz), จีพียู Adreno

  • หน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บ: RAM แบบ LPDDR5X (ความเร็ว 9600Mbps) + ROM แบบ UFS 4.1 (มีรุ่นความจุ 12GB+256GB / 12GB+512GB)

  • กล้องถ่ายภาพ:

  • กล้องหลัก: 50MP เซนเซอร์ Light Fusion 800 (ขนาดเซนเซอร์ 1/1.55", f/1.88, กันสั่น OIS)

    • กล้องเทเลโฟโต้: 50MP (f/2.2, ระยะเทียบเท่า 60mm, ซูมแบบออปติคอล 2.5x, ซูมแบบไม่เสียรายละเอียด 5x)
    • กล้องอัลตราไวด์: 8MP (f/2.2)
    • กล้องหน้า: 20MP
  • แบตเตอรี่และการชาร์จ: ความจุ 6210mAh (typ), รองรับชาร์จไว 100W HyperCharge พร้อมระบบ Smart Charging ปรับไฟตามอุณหภูมิ, รองรับการจ่ายไฟกลับแบบมีสาย 22.5W

  • ขนาดตัวเครื่อง: 157.49 x 75.25 x 8.0 มม., น้ำหนัก 199 กรัม

  • การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ: รองรับ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC, เซนเซอร์สแกนนิ้วแบบอัลตราโซนิก, กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68, ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 3

ในด้านประสิทธิภาพ เมื่อดูจากสเปค Snapdragon 8 Elite ผสานกับคะแนน AnTuTu Benchmark ที่สูงทะลุ 3,284,129 คะแนน บ่งบอกได้ชัดเจนว่าPOCO F8 Pro คือสัตว์ร้ายในคราบสมาร์ตโฟน การใช้งานทั่วไปบน Xiaomi HyperOS 3 จะมีความลื่นไหลติดนิ้วอย่างแน่นอน มาพร้อมลูกเล่นใหม่อย่าง Xiaomi HyperIsland ที่เปลี่ยนพื้นที่รอบกล้องหน้าให้กลายเป็นศูนย์แจ้งเตือนแบบตอบโต้ได้ และการผสานพลังปัญญาประดิษฐ์อย่าง Gemini (ขับเคลื่อนโดย Google) และ AI Writing เข้ามาในระบบ ช่วยให้การทำงานและค้นหาข้อมูลฉลาดล้ำกว่าเดิม

หน้าจอ HyperRGB AMOLED ให้สีสันที่สดใสและสู้แสงได้ดีเยี่ยมด้วยความสว่างสูงสุด 3500nits ในขณะเดียวกันก็สามารถหรี่แสงลงต่ำสุดได้ถึง 1nit สำหรับการใช้งานในที่มืด พร้อมเทคโนโลยีหรี่แสง All-day DC Dimming ช่วยถนอมสายตา และยังมีการจัดการพลังงานที่ดีเยี่ยมโดยกินไฟน้อยลง 22.3% นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นกล้องอย่าง Film Filter (Negative/Positive) สำหรับสร้างสรรค์ภาพถ่ายแนวอาร์ตที่ไม่เหมือนใคร

POCO F8 Pro คือบทสรุปของความคุ้มค่าสำหรับผู้ที่มองหาประสิทธิภาพสูงสุดในงบประมาณที่สมเหตุสมผล มันคือการรวมร่างของเครื่องเล่นเกมพกพา โรงภาพยนตร์ส่วนตัว และกล้องถ่ายรูปคุณภาพสูงไว้ในเครื่องเดียว ด้วยชิปเซ็ตระดับท็อป แบตเตอรี่อึดระดับปีศาจ และระบบเสียงจาก Bose รุ่นนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์, นักสร้างสรรค์คอนเทนต์ และผู้ใช้งานหนักที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่ตอบสนองได้ทันใจทุกคำสั่ง หากคุณไม่ยึดติดกับแบรนด์หรู แต่เน้น "เนื้อๆ เน้นๆ" ที่สเปคภายใน นี่คือตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดในชั่วโมงนี้

ราคาและการวางจำหน่าย

โปรโมชั่นพิเศษเฉพาะวันที่ 28 พ.ย. 68 - 18 ธ.ค. 68 นี้เท่านั้น

  • รุ่นความจุ 12GB + 512GB ราคาพิเศษเหลือเพียง 18,990 บาท
  • รุ่นความจุ 12GB + 256GB ราคาพิเศษเหลือเพียง 16,990 บาท

สิทธิพิเศษเพิ่มเติม

  • ฟรี! ประกันตัวเครื่อง 2 ปี
  • ฟรี! ประกันหน้าจอแตกเปลี่ยน 1 ครั้งใน 6 เดือน
  • ฟรี! Sound Outdoor 30W มูลค่า 1,790 บาท
  • ฟรี! Spotify Premium 3 เดือน

สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ทางการและช่องทางออนไลน์ที่ร่วมรายการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...