“ยูเครน-สหรัฐ” ยังเห็นต่างปมดินแดน แม้แผนสันติภาพใกล้บทสรุป
"ยูเครน-สหรัฐ" ยังเห็นต่างปมดินแดน โดยเฉพาะข้อเรียกร้องให้ยูเครนถอนกำลังออกจากแคว้นโดเนตสก์ แม้แผนสันติภาพใกล้สรุป
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า ยูเครนและสหรัฐยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันเป็นหลักในประเด็นเรื่องดินแดน ระหว่างการเจรจาแผนสันติภาพเพื่อยุติสงครามของรัสเซีย
ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า “ขณะนี้เรามีร่างเอกสารที่สะท้อนจุดยืนร่วมระหว่างยูเครนและสหรัฐเป็นส่วนใหญ่ และในบางประเด็นก็เป็นจุดยืนของฝ่ายอเมริกัน …ยังมีบางประเด็นที่ต้องหาข้อยุติ” อย่างไรก็ดี เซเลนสกีแสดงท่าทีในเชิงบวก โดยระบุว่าการเจรจาได้ “ขยับเข้าใกล้การสรุปเอกสารขั้นสุดท้ายอย่างมีนัยสำคัญ”
การเจรจาที่สหรัฐเป็นคนกลางตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้นำไปสู่แผนสันติภาพ 20 ข้อ ซึ่งอาจกลายเป็นกรอบพื้นฐานในการยุติความขัดแย้งที่เลวร้ายที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องสูงสุดของรัสเซีย รวมถึงการกดดันให้เคียฟยอมสละดินแดนในแคว้นโดเนตสก์ฝั่งตะวันออก ซึ่งกองทัพรัสเซียยังไม่สามารถยึดครองได้ทั้งหมด แม้จะสู้รบมานานเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
ยูเครนปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าการยอมสละพื้นที่ซึ่งมีการเสริมกำลังป้องกันอย่างหนาแน่น จะทำให้ประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการโจมตีจากรัสเซียรอบใหม่
เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนกำลังพยายามโน้มน้าวให้ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้รัสเซียหยุดยิงตามแนวปะทะในปัจจุบัน
ปัจจุบันรัสเซียเสนอว่าจะถอนทหารออกจากแคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ มิโคลาอิฟ ซูมี และคาร์คิฟ ตามคำกล่าวของเซเลนสกี แต่ในขณะเดียวกัน มอสโกต้องการให้ยูเครนถอนกำลังออกจากพื้นที่ในแคว้นโดเนตสก์ที่ยูเครนยังควบคุมอยู่ ซึ่งสหรัฐมองว่าควรถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือเขตปลอดทหาร
“ในทางปฏิบัติ เรากำลังเผชิญสถานการณ์ที่รัสเซียต้องการให้เราถอนกำลังออกจากโดเนตสก์ ขณะที่ฝ่ายอเมริกันพยายามหาทางทำให้มันไม่ใช่การถอนกำลัง เพราะเราคัดค้านการถอนกำลัง” เซเลนสกีกล่าว
หากสหรัฐยังคงสนับสนุนข้อเรียกร้องของรัสเซียให้ยูเครนถอยออกจากโดเนตสก์เพื่อจัดตั้งเขตพิเศษ ยูเครนจะยืนกรานว่ารัสเซียต้องถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าวเช่นกัน เซเลนสกีกล่าว พร้อมระบุว่าการยอมสละดินแดนใด ๆ จะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาลในเคียฟ เนื่องจากขัดต่อกฎหมายยูเครนและจำเป็นต้องจัดให้มีการลงประชามติ
ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าปูตินจะยอมรับข้อเสนอเหล่านี้หรือไม่ ก่อนหน้านี้เขายืนยันว่ารัสเซียจะบรรลุเป้าหมายของสงครามไม่ว่าจะผ่านการเจรจาหรือในสนามรบ และประกาศว่าแคว้นโดเนตสก์ ลูฮันสก์ ซาโปริซเซีย และเคอร์ซอน จะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย แม้ว่ากองทัพรัสเซียจะไม่เคยยึดครองพื้นที่เหล่านี้ได้ทั้งหมดก็ตาม
อีกหนึ่งประเด็นขัดแย้งสำคัญคือสถานะของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และถูกรัสเซียยึดครองตั้งแต่ปี 2565 โดยสหรัฐกำลังกดดันให้โรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ภายใต้การถือครองร่วมกันของทั้งสามฝ่าย ตามคำกล่าวของเซเลนสกี ขณะที่ทรัมป์เสนอให้แบ่งผลผลิตไฟฟ้าในอนาคตออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กันระหว่างยูเครน รัสเซีย และสหรัฐ
เซเลนสกีเรียกแนวคิดดังกล่าวว่า “ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง” พร้อมตั้งคำถามว่า จะมีความร่วมมือเชิงพาณิชย์ร่วมกับรัสเซียได้อย่างไร หลังจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า ผลผลิตของโรงไฟฟ้าควรถูกแบ่งครึ่งระหว่างยูเครนและสหรัฐ โดยให้สหรัฐเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะส่งต่อส่วนแบ่งใดให้รัสเซียหรือไม่
คำกล่าวของเซเลนสกีนับเป็นรายละเอียดที่ชัดเจนที่สุดจนถึงขณะนี้เกี่ยวกับสถานะการเจรจาสันติภาพ โดยเขาระบุว่า ผู้แทนสหรัฐจะส่งมอบร่างแผนสันติภาพ 20 ข้อให้ฝ่ายรัสเซียในวันพุธนี้
ภายใต้ข้อตกลงประนีประนอม เซเลนสกีให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดี “โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” หลังมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง โดยการหยุดยิงจะมีผลในวันที่มีการลงนามในข้อตกลงสันติภาพ และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของผู้ไกล่เกลี่ยนานาชาติ
ยูเครนจะได้รับอนุญาตให้มีกองกำลังทหารในยามสงบได้สูงสุดถึง 800,000 นาย และหากรัสเซียละเมิดข้อตกลงหยุดยิง จะทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้ามาให้หลักประกันด้านความมั่นคง เซเลนสกีกล่าว
นอกจากนี้ยูเครนยังได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐให้มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป รวมถึงคำมั่นด้านเงินทุนฟื้นฟูประเทศหลังสงครามมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ และข้อตกลงใหม่กับรัสเซียเพื่อคุ้มครองเส้นทางการค้าทางแม่น้ำและทางทะเล
“ณ วันนี้ กรอบเวลาการเข้าเป็นสมาชิกของยูเครนยังเป็นการหารือทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับยูเครน โดยยังไม่ได้รับการยืนยันจากยุโรป” เซเลนสกีกล่าว
อ้างอิง : www.bloomberg.com