โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มุมมองการลงทุนตลาดหุ้นไทย และกลยุทธ์การลงทุนปี 2026

ทันหุ้น

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 23.35 น.

#ทันหุ้น-สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน วันนี้ผมนำบทวิเคราะห์จากทาง บล.หยวนต้า มาเล่าให้ฟังเช่นเคยครับ เป็นบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวกับมุมมองด้านการลงทุนในปีหน้า ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายของตลาดหุ้นไทยและอีกหลายสินทรัพย์ครับ

ปี 2025 ไม่ใช่ปีที่ดีของตลาดหุ้นไทย โดยปรับตัวลง -9% YTD อยู่ที่ 1,270 จุด แย่ที่สุดในภูมิภาค จากแรงกดดันของปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ทั้งรัฐบาลที่ขาดความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ และเหตุภัยพิบัติร้ายแรงในส่วนของแผ่นดินไหวและน้ำท่วม ที่ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงัก โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่ช่วยจำกัด Downside ให้เศรษฐกิจไทยมาตลอด นอกจากนี้ปัญหาชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่ยืดเยื้อ ยังเป็นอีกปัจจัยกดดันให้กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยด้วย กลุ่มที่เคลื่อนไหว Underperform ตลาด คือ บันเทิง, ค้าปลีก, ไฟแนนซ์, ปิโตรเคมี, รับเหมาก่อสร้าง, และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนกลุ่มที่เคลื่อนไหว Outperform คือ ธนาคารพาณิชย์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับแนวโน้มปี 2026 การเคลื่อนไหวของ SET Index จะกลับมา Outperform ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาลเป็นหลัก หากผลการเลือกตั้งช่วงต้นเดือน ก.พ. 2026 ออกมาแล้วใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลไม่นาน และได้รัฐบาลที่มีเสียงข้างมากแบบไม่กระจายตัวมากนัก คาดว่าจะหนุนให้ SET Index กลับมา Outperform ภูมิภาคได้ แต่ถ้าใช้เวลาในการจัดตั้งรัฐบาลนาน และเป็นรัฐบาลผสมที่มีจำนวนพรรคการเมืองมากเกินไป เหมือนรัฐบาลพรรคเพื่อไทยช่วง ส.ค. 2023- ส.ค. 2025 คาดว่าจะกดดันให้ SET Index เคลื่อนไหว Underperform ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เราประเมิน Downside ของ SET Index จะอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจาก 1. กระแสเงินมีโอกาสไหลเข้าหา Emerging Market จากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟด และความกังวลในการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ กดดัน Dollar Index อ่อนตัวลง 2. ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำตลอดทั้งปี 2026 โดยเราคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.25% หรือลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งเหลือ 1.00% เทียบกับค่าเฉลี่ยดอกเบี้ยนโยบายปี 2025 ที่ 1.75% โดยถ้าอิง Sensitivity Analysis ของเราทุก 0.25% ของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง จะเป็นบวกต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนราว 3% เพราะฉะนั้น ผลจากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง 0.50% คาดว่าจะช่วยจำกัด Downside ให้กับคาดการณ์ EPS2026 ของเราที่ 90 บาทต่อหุ้น ได้ราว 5% 3. ปัจจัยเด่นด้านเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง เป็นที่รองรับเม็ดเงินจากการ Search for yield ในช่วงดอกเบี้ยขาลง

เราคาดการณ์เป้าหมาย SET Index ปี 2026 ที่ 1,400 จุดอิง EPS ที่ 90 บาทต่อหุ้น และ PER Multiplier ที่ 15.5 เท่า คิดเป็นระดับ -0.5 S.D. กลยุทธ์การลงทุนหลักของปีนี้ คือ การเน้นทำ Asset Allocation โดยการกระจายเงินลงทุนในหลายตลาด เช่น จีน, อินเดีย, ยุโรป, สิงคโปร์, ไทย ผ่าน 2 Theme การลงทุนหลัก คือ Value & Dividend Play ซึ่งเราคาดว่าจะ Outperform ได้ในช่วงทิศทางดอกเบี้ยขาลง และทนทานต่อความผันผวนจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ

หุ้นและ DR แนะนำ ในปี 2026 คือ 3BBIF, AIA19, BCH, IVL, TLI, TRUE, UNH19

สุดท้ายนี้ ขอให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในทุกสินทรัพย์ลงทุนนะครับ แล้วพบกันกับบทความดีๆ จากทาง บล. หยวนต้า ในสัปดาห์หน้าครับ

ณัฐพล คำถาเครือ

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์

บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...