กระแสเที่ยว”เมืองรอง-ภูเขา”พุ่งแรงรับไฮซีซัน เชียงใหม่-ตาก นำโด่งรับฤดูเดินป่าเมืองไทย
อโกด้า เผยสถิติค้นหาที่พักในจังหวัดเชียงใหม่เติบโตสูงสุด 254% ตามด้วยจังหวัดตากและเลย ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเบนเข็มสู่การท่องเที่ยวเชิงผจญภัย รายงาน Travel Outlook เผยนักเดินทางเอเชียกว่า 35% เน้นท่องเที่ยวในประเทศ กระจายรายได้สู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ส่งผลบวกต่อภาคธุรกิจโรงแรมและบริการในพื้นที่ป่าและภูเขา
27 ธันวาคม 2568-อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก เปิดเผยข้อมูลสถิติการค้นหาที่พักในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2568 พบว่าตลาดการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มจุดหมายปลายทางประเภทภูเขาและป่าไม้ สอดคล้องกับการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของไทย โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อกิจกรรมการเดินป่าและสำรวจธรรมชาติ
ข้อมูลจากการสืบค้นในเดือนตุลาคมชี้ให้เห็นว่า จังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันตกได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยอัตราการเติบโตของการค้นหาที่พักในจังหวัดสำคัญมีดังนี้:
- จังหวัดเชียงใหม่: เพิ่มขึ้น 254%
- จังหวัดตาก: เพิ่มขึ้น 230%
- จังหวัดเลย: เพิ่มขึ้น 190%
- จังหวัดกาญจนบุรี: เพิ่มขึ้น 95%
ผลการศึกษาจาก Travel Outlook Report ของอโกด้า ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมนักเดินทางชาวเอเชีย โดยพบว่าสัดส่วนของผู้ที่วางแผนเดินทางภายในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากเดิมเพียง 15% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าของค่าใช้จ่าย (Value for Money) และการมองหาประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมในพื้นที่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Hidden Gems)
นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของอโกด้า ให้ความเห็นว่าความมุ่งมั่นของแพลตฟอร์มคือการเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงที่พักและบริการที่ตรงความต้องการของนักเดินทางทุกกลุ่ม ตั้งแต่เส้นทางผจญภัยระดับสูงไปจนถึงเส้นทางพักผ่อนสำหรับครอบครัว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่ชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่ห่างไกล
จากการรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่พัก พบว่ามี 4 พื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สร้างแรงดึงดูดทางการท่องเที่ยวสูง ได้แก่:
- กิ่วแม่ปาน (เชียงใหม่): เส้นทางกึ่งผจญภัยในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่เน้นกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวระดับเริ่มต้น สร้างรายได้หมุนเวียนผ่านระบบไกด์ท้องถิ่น
- ดอยทูเล (ตาก): ยอดดอยความสูง 1,350 เมตร เป็นจุดหมายสำคัญที่ดึงดูดนักเดินทางเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่ต้องการประสบการณ์ท้าทายสูง ส่งผลดีต่อธุรกิจอุปกรณ์แคมป์ปิ้งและรถเช่าในพื้นที่
- ภูกระดึง (เลย): แลนด์มาร์คที่มีความแข็งแกร่งด้านแบรนด์ดิ้ง (Brand Equity) สูงสุดในภาคอีสาน ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากด้วยเอกลักษณ์ภูเขายอดตัดและความท้าทายในการเข้าถึงพื้นที่
- เขาช้างเผือก (กาญจนบุรี): พื้นที่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน (Limited Supply) ทำให้เกิดความต้องการสูง (High Demand) โดยเฉพาะจุด "สันคมมีด" ซึ่งเป็นแม่เหล็กสำคัญทางการตลาดที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี
การขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์เศรษฐกิจผันผวน แต่ยังบ่งชี้ถึงโอกาสของธุรกิจโรงแรมและโฮมสเตย์ในพื้นที่เมืองรอง (Secondary Cities) ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการนักเดินทางที่ต้องการ "หลีกหนีความวุ่นวาย" (Digital Detox) ได้
นักวิเคราะห์ประเมินว่า เทรนด์การท่องเที่ยวภูเขาจะช่วยชดเชยรายได้จากการท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงมรสุม และสร้างสมดุลเชิงรายได้ (Seasonal Balance) ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในภาพรวม โดยเฉพาะเมื่อผนวกเข้ากับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐที่คาดว่าจะออกมาในช่วงปลายปี