'ด่าพรรคส้มน้อยๆ หน่อย' โรม-ไอซ์ บอก 'ชูวิทย์' ย้ำ 'ติเพราะรัก'
VoiceTV
อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 05.56 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ว่า จับเบอร์หาเสียง เช้านี้วันจับหมายเลขพรรค ผมได้พบ รังสิมันต์ โรม และไอซ์ รักชนก ทั้งสองบอกผมว่า 'ด่าพรรคส้มน้อยๆ หน่อย' จึงขอชี้แจงแถลงไขให้เข้าใจ ผมเลือกพรรคส้มมาถึง 2 ครั้ง ย่อมมีสิทธิ์จะตำหนิบ้าง มิได้โกรธแค้น เพียงแต่ผิดหวัง คนเลือกย่อมมีสิทธิจะตำหนิเพื่อปรับปรุงแก้ไข พูดกันซื่อๆ ตรงๆ สไตล์เดียวกันกับ ”คนพรรคส้ม”
อย่าไปแยกคนหนุ่มคนแก่ เพราะมีหลายกลุ่มหลายวัยที่ให้โอกาสคนหนุ่มสาว ทำให้ได้คะแนนถึง 14 ล้านเสียง อย่าไปคิดว่า ”ตำหนิกันไม่ได้“ ต้องเชียร์กันตะพึดตะพืออย่างเดียว หากจะเรียกอีกอย่างคือ ”ติเพราะรัก เตียนเพราะคิดถึง” หากคนไม่รักไฉนจะโพสต์เขียนถึงทุกวัน
เมื่อได้เบอร์ประจำพรรคก็จะเข้าสู่เทศกาลหาเสียง เรื่องนี้ต้องยกให้พรรคส้ม แต่ไม่อยากให้ไปขีดเส้น “แบ่งเขาแบ่งเรา“ อย่างการเมืองเก่าทำ การเมืองเป็นเรื่องของประชาชนที่โหวตเลือกได้เพียงหมายเลขเดียว เมื่อนักการเมืองมีปัญหากัน จบด้วยการยุบสภา ภาระค่าจัดการเลือกตั้งเกือบ 10,000 ล้าน มาจากภาษีของประชาชน ไม่ใช่ของถูกของฟรี การยุบสภาครั้งนี้หาใช่เกิดจากระบบประชาธิปไตยในสภา
แต่เกิดจาก 2 พรรค คือ น้ำเงินกับส้มไปร่วมจับมือแล้วแตกคอกันเองจนเลิกคบกัน นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ใครผิดใครถูกไปว่ากันที่ผลการเลือกตั้ง ผมขอทำหน้าที่ “การเมืองภาคประชาชน” ในช่วงนี้
เมื่อวันนี้มีโอกาสพบโรม และไอซ์ ในระยะเวลาสั้นๆ ต่อหน้าสื่อมวลชนจำนวนมาก ย่อมนำมาถึง ”ความเข้าใจ สื่อความหมายที่พวกเขายอมรับฟัง“ ถือเป็น ”นักการเมืองรุ่นใหม่“ ที่เราฝากความหวังในอนาคต และมีอีกหลายพรรคที่เสนอตัวให้ประชาชนเลือก
ผมจึงยืนยันว่าการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิทธิของประชาชนต่อนักการเมือง ยิ่งช่วงนี้นักการเมืองยิ่งต้องฟังเสียงประชาชนให้มาก เป็นการสื่อสารสองทาง ดังนั้นเมื่อสื่อมวลชนให้ ”พรรคการเมือง“ มาดีเบตบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ก็ควรให้ประชาชนมาแสดงความเห็นว่านโยบายของใครดีไม่ดีอย่างไร? แน่นอนตอนนี้นโยบายอะไรที่ติดไว้บนเสาไฟฟ้าก็ดูสวยหรูไปหมด แต่คนที่ทำได้ย่อมต้องเป็น ”รัฐบาล“ เท่านั้น
ส่วน ”ฝ่ายค้าน“ ทำหน้าที่ได้แค่ตรวจสอบ อย่าไปหลงกลให้ฝ่ายรัฐบาลไปเรียกว่าเป็น ”ฝ่ายค้ำ“ แทน “ฝ่ายค้าน” อีกแล้วกัน อย่างนี้ผมก็น้อยใจเหมือนกันในฐานะ “ด้อมส้มแก่”