โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สำรวจธุรกิจ “หาดใหญ่” กับความเสียหายหมื่นล้าน การฟื้นตัวที่ยังไร้คำตอบ?

TODAY

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 10.59 น. • TODAY

“หาดใหญ่” เมืองที่เคยเต็มไปด้วยโอกาส การค้าขายที่คึกคัก อาหารอร่อย มาพร้อมค่าครองชีพที่ไม่สูงเท่าไรนัก ความที่อยู่ไม่ไกลเขตชายแดนมาเลเซีย ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียข้ามมา กิน เที่ยว ช้อป ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง

หรือถ้าจะไปสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมืองแห่งนี้ก็มีสนามบินให้ทุกคนได้มาลงจอดก่อนจะผ่านไปเมืองอื่น ในตัวเมืองเองมีทั้งมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ โรงเรียนรัฐบาลชื่อดัง ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทำให้โดยรวมแล้วเมืองแห่งนี้ก็มีความเจริญสูง

แต่สิ่งที่หาดใหญ่ต้องเผชิญในทุกๆ ปีคือเรื่องของ “น้ำท่วม” ที่ไม่เคยคาดการณ์ได้ว่าหนักหรือเบา แต่รอบล่าสุดนี้เป็นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 300 ปี และตอนนี้เป็นระยะเวลาเดือนกว่าๆ แล้วที่ “ชาวหาดใหญ่” ความเสียหายครั้งนี้ประเมินเป็นหลักหมื่นล้านบาท และในมุมการทำมาหากินใครทุนเยอะหน่อยก็ฟื้นเร็ว ใครทุนน้อยก็ค่อยๆ ฟื้น หรือบางคนถอดใจไม่ทำธุรกิจในเมืองนี้อีกต่อไปแล้วก็มี

TODAY Bizview ได้ลงพื้นที่ไปกับทีม LINE MAN Wongnai เพื่อสำรวจสถานการณ์ชาวหาดใหญ่ในตอนนี้ แล้วจะมาอัปเดตให้ครบจบผ่านบทความนี้

[ ร้านเล็กๆ ต้องรีบฟื้น รายได้หลายพัน ตอนนี้ยังไม่กลับมาเท่าเดิม การเยียวยาทั้งหมดถือว่าไม่พอ ]

เริ่มจากร้านเล็กๆ อย่าง ร้านโอเล่ ข้าวมันไก่ ด้าน ‘สกลเดช โชติช่วงเมธา’ (พี่โอเล่) เล่าให้ฟังว่า ตัวเองขายข้าวมันไก่มา 13 ปี ผ่านวิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่มาหลายครั้ง แต่รอบนี้เป็นรอบที่น้ำท่วมหนักสุดในชีวิต ไม่เคยเจอ ร้านข้าวมันไก่เล็กๆ เสียหายหนัก เตรียมสินค้าไว้ขาย สุดท้ายน้ำท่วมสูง อย่างบ้านตัวเองก็อยู่โซนหาดใหญ่ใน ที่บ้านจมน้ำชั้น 2 ราวๆ 4 เมตร เลยทำให้ตัวเองทำใจแล้ว สุดท้ายหลังน้ำลด ก็รีบมาเคลียร์ร้านภายใน 5 วันเพื่อเปิดร้านให้ไวที่สุด เพราะหาดใหญ่ตอนนั้นคนกำลังมองหาอาหาร และรีบเปิดร้านให้ไวที่สุด

พี่โอเล่บอกว่า ในส่วนของความเสียหายหลักหมื่น เช่น หม้อต้มซุป โต๊ะ เก้าอี้ จานชาม แก้วน้ำ เสียหายหมดเลย รายได้ก่อนน้ำท่วมอยู่ที่ราวๆ วันละ 6-7 พันบาท มีลูกค้าทั้งหน้าร้านและลูกค้าฟู้ดเดลิเวอรี่ ทางรัฐบาลเยียวยาราวๆ 9,000 บาทแต่ความเสียหายทั้งหมดมันเกินกว่านั้น พี่โอเล่เองก็สำรวจพื้นที่ธุรกิจข้างๆ ก็พบว่ามีทั้งคนที่เลิกกิจการไปเลย กับคนที่ค่อยๆฟื้น ค่อยๆ ทำความสะอาดก็มี

ส่วนพี่โอเล่เองก็บอกว่าอีกเรื่องที่ได้เผชิญในวิกฤตน้ำท่วมรอบนี้คือ “ทุกอย่างขึ้นราคา” ซึ่งนี่อาจเป็นการขึ้นโดยผลประโยชน์ของคนขาย เช่น แตงกวาในตลาดจากเมื่อก่อนราคา 100 บาท ตอนนี้ 300 บาท แก๊สหุงต้มก็แพงขึ้น ราคาขึ้นหลายเท่าตัว แต่สุดท้ายแล้วพี่โอเล่ก็ได้แต่หวังว่าอยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องเศรษฐกิจหาดใหญ่จะได้ดีขึ้น

[ ตลาดกิมหยง ร้านค้าท่วมหนัก บางร้านฟื้น มีสินค้าราคาน้ำท่วมขาย บางคนต้องปรับปรุงใหม่ด้วยเงินหลักล้าน ]

ตลาดกิมหยง หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของหาดใหญ่ ฟื้นครึ่งเดียว อีกครึ่งยังรอเงินและเวลา เพราะเป็นอีกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วมครั้งนี้ ระดับน้ำสูงราว 4 เมตร ทำให้ร้านค้าจำนวนมากเสียหาย

จากการลงพื้นที่ พบว่าปัจจุบันตลาดเปิดทำการได้ราว 50–60% บางร้านกลับมาเปิดแล้ว ขณะที่อีกหลายร้านยังต้องปิดเพื่อซ่อมแซม แม่ค้าหลายรายประเมินความเสียหายตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท ทั้งจากสินค้าที่เสียหาย การซ่อมฝ้า ระบบไฟ และโครงสร้างร้าน

บางร้านเลือกนำสินค้าที่โดนน้ำแต่ยังไม่ชำรุดมาก ออกมาขายใน “ราคาน้ำท่วม” ลดลง 40–50% เพื่อให้มีเงินหมุนและประคองธุรกิจต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลาดยังเงียบกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ สะท้อนว่าการฟื้นตัวของหาดใหญ่ยังไม่จบแค่การ “เปิดร้านได้”

[ น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้มูลค่าเศรษฐกิจอาจเสียหาย 40,000 ล้านบาท ]

มาฟังในมุมมองของคนในพื้นที่อย่าง‘ทรงพล จังศิริวัฒนธำรง’ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา บอกว่า จังหวัดสงขลามีมูลค่า GPP (Gross Province Productivity ) อยู่ที่ประมาณ 250,000 ล้านบาทต่อปี

โดยเศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40-45% ของ GPP ทั้งจังหวัดสงขลา หรือคิดเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาท

จากการประเมินความเสียหายโดยอ้างอิงตัวเลข GPP หากเศรษฐกิจหาดใหญ่หยุดชะงัก จะเกิดค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่า 300 ล้านบาทต่อวัน และเมื่อรวมต้นทุนการฟื้นฟูและซ่อมแซม (Renovate) แล้ว มูลค่าความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อาจสูงไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท

ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดก็ไม่ได้มีแค่ผู้ประกอบการร้านค้าแต่มี ภาคการค้า การบริการ โรงแรม และร้านอาหาร รวมถึงโชว์รูมรถยนต์และโรงงานอุตสาหกรรมบางแห่งที่มีความเสียหายระดับหลักสิบล้านบาท

ในด้านการฟื้นตัว ประธานหอการค้าฯ ระบุว่า ปัจจุบันโรงแรมในพื้นที่กลับมาเปิดให้บริการได้ประมาณ 30–50% ขณะที่ร้านอาหารยังฟื้นตัวได้ไม่ถึง 20% เนื่องจากขาดสภาพคล่องในการซ่อมแซมโครงสร้างและระบบไฟฟ้า

ส่งผลให้การฟื้นตัวเกิดในลักษณะ K-Shape คือผู้ประกอบการที่มีทุนและสภาพคล่องสามารถเดินหน้าต่อได้ ขณะที่ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนไม่น้อยมีความเสี่ยงต้องปิดกิจการถาวรจากภาระหนี้และต้นทุนการฟื้นฟูที่สูงเกินกำลัง

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนในพื้นที่ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ โดยมีความร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างเข้มแข็ง ตัวอย่างเช่น โครงการ LINE MAN Kitchen ที่เปิดพื้นที่ให้ร้านอาหารเข้ามาใช้ครัวและขายสินค้าโดยไม่คิดค่าเช่าและค่า GP เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการมีรายได้เลี้ยงลูกจ้างในช่วงวิกฤต

นอกจากนี้ ยังมีความพยายามผลักดันมาตรการทางการเงินจากภาคเอกชน เช่น โครงการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) รวมถึงการอัดฉีดแคมเปญและโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและดึงบรรยากาศการค้าของหาดใหญ่ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน

และถ้ามามองภาพรวมของหาดใหญ่ในวันนี้ เราจะเห็นทั้งผู้ประกอบการที่ยังไม่ถอดใจ พยายามตั้งหลักและเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกัน ก็มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถไปต่อได้ ท่ามกลางปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังรอการแก้ไข หาดใหญ่อาจไม่กลับมาเหมือนเดิม หากการฟื้นฟูหยุดอยู่แค่การเยียวยาระยะสั้น แต่หากทุกภาคส่วนร่วมกันลงมืออย่างจริงจัง เมืองนี้ยังมีโอกาสกลับมาแข็งแรงกว่าเดิมได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...