โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ขู่ฟ้อง BBC 3.2 หมื่นล้าน ขีดเส้นตายถอนสารคดี 14 พ.ย. สื่อดังรับพลาด ปัดอคติ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 01.47 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 01.38 น.
REUTERS

ทรัมป์ขู่ฟ้อง BBC 3.2 หมื่นล้าน ขีดเส้นตายถอนสารคดี 14 พ.ย. สื่อดังรับพลาด ปัดอคติ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะฟ้องร้อง BBC หลังจากสถานีโทรทัศน์สาธารณะของอังกฤษออกมายอมรับว่า ได้ตัดต่อคำปราศรัยของเขาต่อผู้สนับสนุนของทรัมป์ก่อนที่บุคคลเหล่านั้นจะบุกอาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม 2021 ถือเป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจ

ทีมทนายของทรัมป์ส่งจดหมายถึง BBC ที่กำหนดเส้นตายให้สถานีต้องถอนรายการสารคดี Panorama ดังกล่าวที่มีการนำไปออกอากาศแล้วภายในวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน มิฉะนั้นจะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายไม่น้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ BBC ออกคำขอโทษและชดเชยความเสียหายให้กับทรัมป์ สำหรับสิ่งที่ถือว่าเป็นความเสียหายทางชื่อเสียงและการเงินอย่างมหาศาล

สารคดีเรื่องนี้ออกอากาศในรายการข่าวชื่อดัง Panorama ของ BBC โดยมีการตัดต่อภาพคำพูดของทรัมป์สามช่วงมารวมกัน จนทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังยุยงให้เกิดเหตุจลาจลที่อาคารรัฐสภาสหรัฐ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ซึ่งทีมทนายของทรัมป์ระบุว่า มันเป็นการบิดเบือนและหมิ่นประมาท

จดหมายของทนายยังชี้ว่า BBC ได้ละเว้นคำพูดช่วงหนึ่งของทรัมป์กล่าวว่าเขาคาดหวังให้ผู้สนับสนุนเดินขบวนอย่างสันติและรักชาติ โดยผู้สนับสนุนทรัมป์ในวันนั้นพยายามขัดขวางไม่ให้สภาคองเกรสรับรองชัยชนะของโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตเหนือทรัมป์

เหตุการณ์นี้กลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ใน BBC หลังมีเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรฐานการรายงานข่าว ส่งผลให้ ทิม เดวี ผู้อำนวยการใหญ่ และ เดโบราห์ เทอร์เนส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข่าวของ BBC ลาออกจากตำแหน่งในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

นายซามีร์ ชาห์ ประธานคณะกรรมการ BBC ออกมาขอโทษเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน สำหรับการตัดต่อภาพดังกล่าว แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีอคติอย่างเป็นระบบภายในองค์กร โดย BBC กำลังพิจารณาว่าจะตอบสนองต่อคำขู่ทางกฎหมายอย่างไร ขณะที่โฆษกของ BBC ระบุเพียงว่า จะมีการตอบกลับโดยตรงในเวลาที่เหมาะสม

ชาห์ระบุในจดหมายถึงสมาชิกรัฐสภาว่า BBC ยอมรับว่าการตัดต่อคำพูดของทรัมป์ทำให้ดูเหมือนเป็นการเรียกร้องให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งBBC ขออภัยต่อความผิดพลาดในการตัดสินใจครั้งนี้

ชาห์ยอมรับว่า ภายใน BBC มีข้อผิดพลาดรายบุคคลอยู่บ้าง และมีสัญญาณของปัญหาภายในบางประการ แต่การกล่าวหาว่าองค์กรมีอคติอย่างเป็นระบบนั้นไม่เป็นความจริง

“ผมรู้ดีว่าดีเอ็นเอและวัฒนธรรมของ BBC News คือความเป็นกลาง เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอข่าวที่ดีที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดเท่าที่จะทำได้” ชาห์กล่าว

ชาห์บอกต่อสมาชิกรัฐสภาว่า BBC จะพยายามฟื้นฟูความไว้วางใจจากสาธารณชนและยกระดับการทำข่าวให้เป็นไปตามมาตรฐานความยุติธรรมสูงสุด

โฆษกของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ปฏิเสธว่ามีอคติหรือการทุจริตในเชิงสถาบันภายใน BBC โดยกล่าวว่ารัฐบาลยังคงสนับสนุนองค์กรต่อไป

“ชัดเจนว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นในกรณีนี้ และผู้อำนวยการใหญ่รวมถึงเดโบราห์ เทอร์เนสก็ได้แสดงความรับผิดชอบแล้ว สิ่งสำคัญคือ BBC ต้องคงไว้ซึ่งมาตรฐานสูงที่ทำให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และนั่นคือสิ่งที่รัฐบาลของเรามุ่งเน้นอยู่ในตอนนี้” โฆษกกล่าว

วิกฤตของ BBC ครั้งนี้เกิดจากการรั่วไหลของรายงานบันทึกภายใน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงปัญหาในเนื้อหาข่าวของ BBC รวมถึงการตัดต่อคำพูดของทรัมป์ โดยรายการดังกล่าวออกอากาศก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเดือนพฤศจิกายน 2024

โฆษกของทีมกฎหมายทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ว่า นี่เป็นความพยายามที่จะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง โดยกล่าวหาว่า BBC หมิ่นประมาทประธานาธิบดีทรัมป์โดยเจตนาและหลอกลวง เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ทีมทนายของทรัมป์ยังกล่าวว่า BBC ละเมิดกฎหมายหมิ่นประมาทของรัฐฟลอริดา โดยจงใจละเว้นข้อเท็จจริงบางส่วนและนำข้อความส่วนอืนๆ มาจัดเรียงกันโดยมีเจตนาบิดเบือน เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่ทรัมป์พูด ทั้งนี้ การเน้นว่าทรัมป์อาศัยอยู่ในฟลอริดา และการอ้างถึงกฎหมายของรัฐฟลอริดา ชี้ว่าทรัมป์อาจยื่นฟ้องคดีในศาลที่นั่น

ขณะนี้สารคดีดังกล่าวถูกถอดออกจากบริการวิดีโอออนไลน์ BBC iPlayer แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทรัมป์ขู่ฟ้อง BBC 3.2 หมื่นล้าน ขีดเส้นตายถอนสารคดี 14 พ.ย. สื่อดังรับพลาด ปัดอคติ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...