โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“น้ำตาลแฝง–ความเครียด” สองภัยเงียบจุดชนวนโรคเบาหวาน เตือน! ปรับพฤติกรรม ก่อนน้ำตาลในเลือดพุ่ง

The Better

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 02.57 น. • THE BETTER
“น้ำตาลแฝง” จากข้าว ขนมปัง และผลไม้บางชนิด รวมถึง “ความเครียด” ที่กระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอลให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน คือสองปัจจัยเงียบที่แพทย์เตือนให้ระวังพร้อมแนะวิธีปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรค

จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าคนไทยป่วยเป็น โรคเบาหวานสะสมกว่า 6.5 ล้านคน และมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละกว่า 350,000 คน ที่น่ากังวลคือกว่า 40% ของผู้ป่วยไม่รู้ตัว จนกระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต เปิดเผยว่า ความเชื่อที่ว่าคนที่ไม่ติดหวานจะไม่เสี่ยงโรคเบาหวานนั้น “ไม่เป็นความจริงเสมอไป” เพราะแม้ไม่เติมน้ำตาลโดยตรง แต่ร่างกายก็ยังได้รับ “น้ำตาลแฝง” จากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวขาว ขนมปัง และผลไม้สุกจัด ซึ่งเมื่อย่อยแล้วจะกลายเป็นกลูโคสและเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

นอกจากพฤติกรรมการกินแล้ว “ความเครียด” ยังเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่หลายคนมองข้าม เมื่อร่างกายเครียด สมองจะกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งสั่งให้ตับปล่อยน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อให้ร่างกายพร้อมรับมือกับสถานการณ์ หากความเครียดสะสมต่อเนื่อง จะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น เบาหวานชนิดที่ 2 ได้

นพ.ชาญวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเครียดยังส่งผลให้หลายคน “กินคลายเครียด” โดยเฉพาะของหวานหรืออาหารไขมันสูง ซึ่งนำไปสู่วงจรอันตราย “เครียด–กิน–น้ำตาลขึ้น–เครียดซ้ำ” ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดยากและบั่นทอนสุขภาพโดยรวม

สำหรับผู้ที่มีอาการปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ แผลหายช้า มองเห็นภาพเบลอ หรือมีสมาธิลดลง ควรรีบเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานโดยเร็ว รวมถึงผู้ที่มีพ่อแม่เป็นเบาหวาน อายุเกิน 35 ปี หรือมีภาวะเครียดเรื้อรัง

แพทย์แนะนำว่าการตรวจเบาหวานทำได้โดยตรวจค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) หรือการตรวจน้ำตาลหลังอดอาหาร (FPG) แม้โรคเบาหวานจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้ระดับน้ำตาลใกล้เคียงปกติได้ โดยเฉพาะหากตรวจพบเร็วและปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และจัดการความเครียด

ทั้งนี้ การป้องกันโรคเบาหวานสามารถทำได้ด้วยการ ลดอาหารหวาน–มัน–เค็ม, ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์, นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ, และ ดูแลจิตใจให้ผ่อนคลาย พร้อมตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง

“โรคเบาหวานมักเกิดจากวิถีชีวิตที่ไม่สมดุลมากกว่าการกินของหวานเพียงอย่างเดียว อยากให้ทุกคนรู้เท่าทันความเครียด กินและออกกำลังกายอย่างพอดี ก็จะช่วยให้ร่างกายผลิตอินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันโรคได้ในระยะยาว”
— นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00–19.00 น. โทร. 02-079-0070 หรือผ่าน ViMUT Application

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...