โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

DSI บี้ 3 พรประภา! ขีดเส้นเที่ยงนี้ส่งอัยการคดีหุ้น MORE หลัง ‘ไฮโซคิม’ ดอดบวชแต่ยอมสึกสู้คดี

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มกราคม 2569 เวลา 18.29 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อธิบดีดีเอสไอ” ยืนยัน แม้บวชก็ต้องสึก ชี้วัดไม่ใช่สถานที่ปลอดจากการบังคับใช้กฎหมาย ขณะที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษย้ำชัด ขอศาลอาญาออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว และประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเตรียมสกัดการหลบหนีออกนอกประเทศ ระบุว่า “ไฮโซคิม” สึกเรียบร้อยแล้ว และพร้อมเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในเที่ยงวันนี้

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สืบเนื่องจากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกองคดีการเงิน ธนาคาร และการฟอกเงิน ได้ทำการสอบสวนคดีพิเศษที่ 66/2566 ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ MORE และบริษัทหลักทรัพย์ในความผิดฐานฉ้อโกง

โดยนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) มาร่วมสอบสวนตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 กระทั่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ทางคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 42 ราย เนื่องจากพบพฤติการณ์ร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ และส่งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่ทำให้สภาพการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ MORE ซึ่งเป็นความผิดฐานสร้างราคาหลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 244/3 (1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และมาตรา 244/6 รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 800 ล้านบาท และยังพบว่าการกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงบริษัทหลักทรัพย์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 209 และ 210 ประกอบมาตรา 83 ของประมวลกฎหมายอาญา

พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีความเห็นทางคดีว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 67 คณะพนักงานสอบสวนได้นำสำนวนการสอบสวนเอกสารทั้งสิ้น จำนวน 75 แฟ้ม พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 42 ราย ตามพฤติการณ์ความผิดที่แต่ละคนเกี่ยวข้อง และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมา พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาคดีหุ้น MORE จำนวน 28 ราย ตามคำสั่งของอัยการสูงสุดในข้อหาฉ้อโกง การสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และการปั่นราคาหุ้นทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 244/3 และ 244/5 ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 28 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลอาญามีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว จึงถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่บางรายได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 68

สำหรับผู้ต้องหาที่เหลือ 14 ราย ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งต่ออัยการสูงสุด โดยบางรายได้รับคำสั่งฟ้องและนำตัวไปฟ้องต่อศาลอาญาแล้ว ขณะที่บางรายยังไม่ได้ถูกจับกุม และยังเหลืออีก 7 ราย ที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนการรับทราบคำสั่งจากอัยการ โดยมีการนัดฟังคำสั่งในวันที่ 5 ม.ค. 69 และ 16 ก.พ. 69

สำหรับชุดแรกที่นัดฟังคำสั่งเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 69 ประกอบด้วยผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไม่เข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ทางอัยการคดีพิเศษจึงให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอหมายจับต่อไป

นอกจากนี้ ในส่วนผู้ต้องหา 4 รายที่เหลือ ได้แก่ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร, นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ และนายเทียนประเสริฐ พลอำไภ ก่อนหน้านี้ได้ยื่นขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง ทางผู้บริหารสำนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาเหตุผลแล้วอนุญาตให้นัดฟังคำสั่งอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ. 69

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความเคลื่อนไหวภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยเฉพาะในส่วนของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน ทราบว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายเอกภัทร พรประภา, นายอธิภัทร พรประภา และนางอรพินธุ์ พรประภา ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษตามหมายกำหนดเพื่อฟังคำสั่งคดี จึงเป็นเหตุให้พนักงานอัยการมอบหมายให้ดีเอสไอดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพื่อติดตามนำตัวมาฟังคำสั่งคดี อย่างไรก็ตาม กลับพบความเคลื่อนไหวในส่วนของนายเอกภัทร พรประภา หรือคิม 1 ใน 3 ผู้ต้องหาสำคัญดังกล่าว ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ค “Yuwared Sarutanond" ที่ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความ ระบุถึงเหตุการณ์การร่วมพิธีอุปสมบท นายเอกภัทร พรประภา หรือคิม ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นผู้ต้องหาที่จะต้องเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อฟังคำสั่งคดี แต่กลับมีการเข้าพิธีอุปสมบทในห้วงเวลาดังกล่าว

เรื่องนี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีที่นายเอกภัทร พรประภา (ไฮโซคิม) ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร ตนขอเรียนว่าการบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ไม่ใช่เหตุให้พ้นความรับผิดในทางอาญา และไม่เป็นเอกสิทธิ์คุ้มครองจากการจับกุม หรือถูกนำตัวไปดำเนินคดี และวัดก็ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดจากการบังคับใช้กฎหมายแต่อย่างใด แต่เพียงในวิธีปฏิบัติ หากยังอยู่ระหว่างการอุปสมบท เราอาจจะต้องประสานเพื่อให้มีการลาสิกขาให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงจะดำเนินการในทางคดี ซึ่งมันเป็นมารยาทในทางปฏิบัติ ซึ่งจะต้องประสานขอให้สึก โดยหากในกรณีที่เจ้าตัวไม่ยอมสึก เราอาจจะต้องดำเนินการถูกสั่งให้พ้นจากความเป็นพระ เพราะตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ตนเข้าใจว่า ถ้ามีความผิดทางอาญา ก็สามารถสั่งให้มีการสึกได้ แต่โดยในทางปฏิบัติเราอาจไม่ได้ถึงขนาดนั้น แต่เราก็จะมีการประสานเจ้าอาวาสวัดเพื่อทำเรื่องสึกพระ แล้วก็จะมีการดำเนินคดี และจึงจะมีการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้ประสานมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่าให้ไปดำเนินการขอศาลอาญาออกหมายจับ เพื่อติดตามจับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า เราได้ดำเนินการกระบวนการขั้นตอนการขอศาลออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว และได้นัดหมายให้ทั้ง 3 รายไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อให้มีการดำเนินการ โดยถ้าหากวันนี้ตัวผู้ต้องหาไปพบอัยการตามที่เราได้นัดไว้ ก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเราได้ประสานให้ทั้งหมดเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษภายในวันนี้ ณ สำนักงานอัยการคดีพิเศษ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ทั้งนี้ ในสำนวนคดึดังกล่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งสิ้น 42 ราย ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ แต่ได้ติดตามตัวไปส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการได้เพียง 29 ราย จึงยังเหลือผู้ต้องหาอีก 7 ราย ส่วนกรณีของนายอภิมุข บำรุงวงศ์ หรือไฮโซปิงปอง 1 ใน 42 ผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการในครั้งแรกนั้น เรายังคงไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาสั่งฟ้องต่ออัยการ เพราะทราบว่ามีการหลบหนีไปตั้งแต่ช่วงแรกแล้ว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ว่า กรณีของ 3 ผู้ต้องหาตระกูลพรประภา ที่ไม่ได้เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษเมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ทราบว่า ทั้งหมดได้ประสานมายังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษด้วยตนเอง ภายในวันนี้ ไม่เกินเวลา 12.00 น. แต่วานนี้ (12 ม.ค.) ทางดีเอสไอก็ได้มีการไปขอศาลอาญาออกหมายจับไว้เรียบร้อย และได้มีการประสานไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) แล้วเช่นเดียวกัน หากจะมีผู้ต้องหารายใดเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อหลบหนี ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็จะช่วยควบคุมตัวไว้ให้ เว้นแต่ว่าผู้ต้องหาจะใช้ช่องทางหลบหนีทางธรรมชาติ หรือเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปก่อนแล้ว แต่เรายังยืนยันว่า ภายในเที่ยงวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย จะต้องเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ แต่ถ้าหากไม่เข้าพบ ก็สามารถจับกุมได้ทันทีเมื่อเจอตัวที่ใดก็ตาม

ส่วนกรณีของนายพรประภา (ไฮโซคิม) ที่มีข่าวว่าได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดหงษ์รัตนารามราชวรวิหาร นั้น ตามรายงานล่าสุดยืนยันว่า เจ้าตัวได้สึกไปก่อนเรียบร้อยแล้ว เพราะบวชเพียงไม่กี่วัน โดยพบว่ามีการบวชตั้งแต่ห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนในกรณีว่าที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้เคยมีการยื่นเอกสารแจ้งเลื่อนเข้าพบพนักงานอัยการหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า ทั้งหมดเคยมีการยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมมาบ่อยครั้ง โดยยื่นไปยังหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ ก.ล.ต. และตำรวจ ปอศ. ซึ่งมันก็มีหลายประเด็นที่เขาร้องขอความเป็นธรรม แต่ลักษณะก็คล้ายเป็นการยืดประวิงเวลา

ทั้งนี้ สำหรับสำนวนคดีหุ้นมอร์ (MORE) เมื่อครั้งที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ดำเนินการสอบสวน ได้มีการสั่งฟ้องผู้กระทำผิด จำนวน 42 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มวางแผน 2 ราย 2.กลุ่มสนับสนุน 7 ราย และ 3.กลุ่มเจ้าของบัญชี 33 ราย โดยอัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องทั้งหมด 42 ราย ประกอบด้วย 1.นายอภิมุข บำรุงวงศ์ 2.นายเอกภัทร พรประภา 3.นายอธิภัทร พรประภา 4.นางอรพินธุ์ พรประภา 5.นายอิทธิวรรธน์ วรรณะเอี่ยมพิกุล 6.บริษัท ตงฮั้วแคปปิตอล จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 7.บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด โดย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 8.นายสมนึก กยาวัฒนกิจ 9.นายโสภณ วราพร 10.นายวสันต์ จาวลา 11.นายชูโบดีบ พลาชันต้า ดัส (MR.SHUBHODEEP PRASANTA DAS) 12.นายประยูร อัสสกาญจน์ 13.น.ส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ หรือ นางสาวนิชานันท์ จีรไชยวรโชติ 14.น.ส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์ 15.น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 16.น.ส.อัยลดา ชินวัฒน์ 17.นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ 18.นายมั่นคง เสถียรถิระกุล 19.น.ส.อรเก้า ไกยสิทธิ์ 20.นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช หรือ นายฐนวัฒน์ รุ่งสิริประเสริฐ 21.สิริรัตน์ สมณาศรี 22.นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์ 23.นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย 24.นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์ 25.นายภูดิท สุจริตกุล 26.นายวัชรินทร์ ยังให้ผล 27.นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา 28.นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง 29.นายภัทร ฉัตรเจริญสุข 30.นายชยพล พันธุ์แพ 31.นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย 32.นางศศินภา วราพร 33.นายกิตติพล ไววิ่งรบ 34.นายไพศาล เกษมศิรินาวิน 35.นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล 36.นายปฏิณวิช รอดบางยาง 37.นายปรีชา วสุโสภณ 38.นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์ 39.นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ 40.นายวรวุฒิ ศรีโสภิต 41.นายพรเดช อุยะนันทน์ และ 42.น.ส.ปารณีย์ ชวาลา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...