CEO VISION พลิกโฉมเศรษฐกิจไทย ในวันที่โลกไม่เหมือนเดิม
3 บิ๊กซีอีโอ เดินหน้าพลิกเกมสู้ความผันผวนโลก ด้วยการกล้า "คัดลอก" โมเดลธุรกิจระดับโลกเพื่อดึงทุนนอก ปลดล็อกระบบราชการหนุนการบินไทยเป็นจุดเชื่อมต่อจีน-อินเดีย และใช้ยานยนต์ PHEV เป็นสะพานส่งไทยสู่ฮับ EV โลก สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่แทนที่ฐานการผลิตเดิมที่กำลังถดถอย
วันที่ 12 มกราคม 2569 ท่ามกลางกระแสความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแพร่งสำคัญที่ต้องเลือกระหว่างการประคับประคองตัวตามวิถีเดิม หรือการ "ผ่าตัด" โครงสร้างเพื่อสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจตัวใหม่ บนเวทีสัมมนา “ครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global Dynamics and Thailand’s Future” ซึ่งจัดโดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามผู้นำทางธุรกิจระดับประเทศได้ร่วมกันฉายภาพความจริงที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม
เปิดบทเรียน
กล้าที่จะ "คัดลอก" ความสำเร็จ
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เริ่มต้นด้วยการเปิดเผยภาพสะท้อนความตึงเครียดของภาคธุรกิจผ่านสถานะการเงินส่วนตัวที่เป็นหนี้กว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในชีวิต อันเนื่องมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนของโลก โดยเฉพาะสไตล์การดำเนินนโยบายที่คาดเดาไม่ได้ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ที่ทำลายระเบียบโลกเดิมจนนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น
โดยชี้ให้เห็นว่า GDP ของไทยอยู่ในภาวะหยุดนิ่งและเติบโตต่ำที่สุดในภูมิภาค เนื่องจากเรายังคงอาศัย "บุญเก่า" หรือโครงสร้างเดิมในอดีตมานานเกินไป โดยไม่มีการสร้างเครื่องจักรเศรษฐกิจใหม่ที่ทันต่อโลก นโยบายภาครัฐที่ขาดทิศทางที่ชัดเจนและการบริหารงานที่เน้นการกำกับดูแล (Regulator) มากกว่าการสนับสนุน (Facilitator) กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไทยรั้งท้ายเพื่อนบ้าน
สำหรับกลยุทธ์ "Copy" ทางลัดสู่การก้าวกระโดด ข้อเสนอที่แหลมคมที่สุดของคุณวิกรมคือ ประเทศไทยต้องเลิกอายที่จะ "ก๊อปปี้" โมเดลความสำเร็จของผู้อื่น เหมือนที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "จีน" เคยทำมาก่อน โดยยกตัวอย่าง
- สิงคโปร์: สร้างความเชื่อมั่นจนมี GDP ต่อหัวสูงกว่าไทย 11 เท่า
- จีน: ใช้โมเดล Joint Venture ดึงเทคโนโลยีอย่าง Tesla มาสร้างอุตสาหกรรม EV ของตนเอง
- ดูไบ: กล้าเปลี่ยนทะเลทรายเป็นเมืองโลกด้วยนโยบายสิทธิการถือครองที่ดินและวีซ่าระยะยาว
นายวิกรมเชื่อมั่นว่า หากไทยปรับแก้กฎหมายให้ดึงดูดทุนนอกอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรม EV จากจีน ไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตเบอร์ 1 ของโลกและสร้าง GDP ให้เติบโตชนะเงินเฟ้อได้
ปลดล็อกระบบราชการ
ปั้นไทยเป็นฮับการบินเชื่อมมหาอำนาจ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ (Hospitality) คือเครื่องยนต์เดียวที่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยได้ในระยะสั้น แต่ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพ แต่ส่งผลมาจาก "การจัดการที่ขาดเอกภาพ"
แม้ไทยจะมีภูมิศาสตร์ที่เป็นเลิศและมีต้นทุนบุคลากรที่มีคุณภาพ แต่ยังพ่ายแพ้ต่อสิงคโปร์และดูไบ เพราะหน่วยงานรัฐทำงานแบบแยกส่วน ไม่มองผลประโยชน์รวมของประเทศ (Total Benefit) ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การบินไทยในฐานะสายการบินแห่งชาติ (Home Base Carrier) กลับไม่ได้รับสิทธิพิเศษหรือความสะดวกในการใช้สนามบินสุวรรณภูมิเท่าที่ควร แต่กลับถูกปฏิบัติไม่ต่างจากสายการบินต่างชาติ เช่น การต้องใช้ Bus Gate อยู่ห่างไกล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน
นายชายมองเห็นโอกาสทองจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเสนอให้ไทยทำหน้าที่เป็น "จุดเชื่อมต่อ" (Connecting Point) ระหว่างจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีประชากรมหาศาลแต่ขาดการเชื่อมต่อเที่ยวบินโดยตรง การสร้างระบบนิเวศการต่อเครื่อง (Transit/Transfer) ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ไทยได้ทันที
อีกทั้งยังกล่าวถึงการฟื้นตัวของการบินไทย โดยประกาศความพร้อมด้วยการรับมอบเครื่องบินใหม่ Airbus A321 เพื่อท้าชนกับคู่แข่งในเส้นทางหลักอย่างสิงคโปร์ และตั้งเป้าจำนวนผู้โดยสารพุ่งสูงถึง 20 ล้านคนภายในปี 2030 โดยย้ำว่าสิ่งที่ต้องการจากรัฐไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือ "Fair Treatment" หรือการดูแลที่ยุติธรรมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้สายการบินแห่งชาติ
ใช้ PHEV เป็นสะพาน
เชื่อมไทยสู่ยานยนต์ไฟฟ้า
นายประธานวงศ์ พรประภา CEO กลุ่มธุรกิจเรเว่ (Rêver Automotive) ยอมรับว่าปี 2569 เป็นปีที่ "เหนื่อย" สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงจนสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อเกือบครึ่งหนึ่งของตลาด
อย่างไรก็ดี แม้การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในไทยจะก้าวกระโดดจาก 2% เป็น 20% ในเวลาอันสั้น แต่คุณประธานวงศ์ชี้ว่ายังมีข้อจำกัดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญคือการนำเสนอรถยนต์ PHEV (Plug-in Hybrid) เป็น "สะพาน" (Bridge) ให้ผู้บริโภคปรับตัวเข้าสู่เทคโนโลยีใหม่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จในระยะแรก
นายประธานวงศ์ย้ำว่า ไทยคือศูนย์กลางการส่งออกโลก การเข้ามาของ BYD ด้วยกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การขายในประเทศ แต่คือการใช้ไทยเป็น "Hub ในการส่งออก" ไปยังทั่วโลก ซึ่งจะดึงดูดห่วงโซ่อุปทานทั้งแบตเตอรี่และชิปให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ เขายังพยากรณ์ว่าในอีก 3-5 ปี เทคโนโลยีการชาร์จจะพัฒนาจนสามารถชาร์จไฟได้เร็วเท่ากับการเติมน้ำมัน (3-5 นาที) ซึ่งจะลบความกังวลเรื่องสถานีชาร์จไปโดยสิ้นเชิง