โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศูนย์ ACSC เข้าช่วยเหลือเหยื่อวัย76 ปีหวิดเสียทรัพย์ หลังถูกมิจฉาชีพลวงขายสร้อยทอง-แหวนเพชร อ้างโอนตรวจสอบคดีฟอกเงิน

สวพ.FM91

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 02.44 น.

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ระงับความเสียหายทันท่วงที เข้าช่วยเหลือเหยื่อวัย76 ปีหวิดเสียทรัพย์ หลังถูกมิจฉาชีพลวงขายสร้อยทอง-แหวนเพชร อ้างโอนตรวจสอบคดีฟอกเงิน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดข้อมูลการเข้าช่วยเหลือเหยื่อ ในวันที่ 11-12 ธ.ค.68 โดยพบว่ามีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เกี่ยวกับแผนประทุษกรรมของคนร้ายโดยพบว่าในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงเป็นเรื่องของการโทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมข่มขู่ว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องการกระทำความผิด ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว ยอมแอดไลน์เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม พร้อมทั้งยอมโอนเงินและทรัพย์สินไปให้ตรวจสอบ ก่อนจะมารู้ภายหลังว่าเป็นกลลวงมิจฉาชีพ

ซึ่งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 4 เคส และเราสามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด 4 รายเช่นกัน คิดเป็นจำนวนเงิน 510,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมได้ 1 คดี ผลงานของศปอส.ภ.4 ที่เข้าทลายฟาร์มบัญชีม้าในพื้นที่จ.สกลนคร จับกุม 17 ผู้ต้องหา

สำหรับเคสที่น่าสนใจ เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.5 เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นชาย อายุ 76 ปี หลังรับสายมิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ บริษัทแห่งหนึ่ง แจ้งว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน และให้แอดไลน์ ชื่อไลน์ “สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง”(ของปลอม) ก่อนจะแจ้งว่า ผู้เสียหายมีหมายจับให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดไปให้เพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเตรียมสร้อยพระเลี่ยมทอง จำนวน 1 เส้น, ตุ้มหูเพชร 1 คู่ และแหวนทองเพชร จำนวน 2 วง มูลค่ารวม 165,500 บาท พร้อมเดินทางไปร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เพื่อที่จะนำไปขายและโอนเงินให้แก่คนร้าย ซึ่งระหว่างเดินทางคนร้ายได้วิดีโอคอลติดตามความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายโดยตลอด ซึ่งทันที่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเรื่อง รีบติดตามตัวผู้เสียหายก่อนจะไปพบที่ชั้น 3 ภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว จึงเข้าแสดงตัว พร้อมแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอก ให้หยุดการกระทำดังกล่าว เป็นการระงับ ยับยั้งความเสียหายได้อย่างทันท่วงที ซึ่งในระหว่างนั้นคนร้ายก็ยังมีการโทรและวิดีโอคอลเข้ามาหาผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกหลักฐาน ก่อนพาผู้เสียหายไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมและรวบรวมเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดเพื่อใช้ในการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายมิจฉาชีพต่อไป

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิง อายุ 18 ปี ถูกมิจฉาชีพวิดีโอคอลผ่านไลน์ข่มขู่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. แจ้งว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ต้องโอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าบัญชีคนร้าย มูลค่าความเสียหายรวม 1,459,126 บาท

เคสที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นชาย อายุ 64 ปี ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาลวงเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต แจ้งว่ามีหนังสือตรวจสอบผู้รับประโยชน์แล้วจะคุ้มครองเงินฝาก โดยให้แอดไลน์พร้อมแจ้งให้ติดตั้งแอปพลิเคชันกรมสรรพสามิต จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนจนสิ้นเสร็จแล้วทำการสแกนใบหน้า ก่อนเงินจะถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายรวม 201,910 บาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยและยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วย จะไม่โทรศัพท์หาประชาชน เพื่อแจ้งข้อหาหรือการกระทำความผิด ,ไม่ส่งหมายเรียก หมายจับ หรือเอกสารทางราชการใดๆทางไลน์ , ไม่วิดีโอคอลสอบปากคำทางไลน์ และสำคัญที่สุดจะไม่ให้โอนเงินหรือทรัพย์สินมาให้ตรวจสอบเป็นอันขาด ดังนั้นหากประชาชนพบพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว นั่นคือเป็นมิจฉาชีพ ขอให้ประชาชนตั้งสติ อย่าหลงเชื่อ และอย่าโอนเงินหรือทำธุรกรรมใดๆเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...